- กกพ.รับต้นทุนค่าไฟฟ้า ที่คำนวณในงวดเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2569 พุ่งสูง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง 58 สตางค์ต่อหน่วย (อิงจากราคา LNG ที่ปรับขึ้นจาก 12 เหรียญฯต่อล้านบีทียู เป็น 25 เหรียญฯต่อล้านบีทียู) โดยนอกจากจะนำเงิน Claw back (เงินเรียกคืน) 9,400 ล้านบาทมาช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วยแล้ว ยังต้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่รับคืนหนี้ค่าเชื้อเพลิงค้างจ่ายในงวดดังกล่าว และเสนอให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ควรจะต้องมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า เพื่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงวิกฤต ที่มีการประเมินว่าแหล่งผลิต LNG ของกาตาร์ที่ได้รับความเสียหาย และไทยต้องนำเข้า LNG จากกาตาร์เป็นสัญญาระยะยาว 2 ล้านตันต่อปีนั้น จะต้องใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี ที่จะกลับมาจ่าย LNG ได้ตามปกติ โดยทางรัฐบาลจะมีการแถลงข่าวถึงทางเลือกต่างๆ ในการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ft ในงวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2569 เร็วๆ นี้ โดยจะแจ้งล่วงหน้า 2 วัน
Markets
สาธารณูปโภค: กกพ.รับต้นทุนค่าไฟพุ่งแรงจากราคา LNG เสนอรัฐบาล ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

- เรามีมุมมองที่ผ่อนคลายมากขึ้นสำหรับ SPP operator ที่กกพ. เสนอรัฐบาลขึ้นค่าไฟสำหรับกลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มเปราะบาง หลังจากก่อนหน้านี้รมว.พลังงาน เปิดเผยว่าจะใช้ทุกกลไกทำให้ค่าไฟคงที่อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยหากภาครัฐมีการปรับขึ้นค่า ft จะช่วยให้รายได้ของผู้ประกอบการ SPP จะเพิ่มขึ้นได้ มาชดเชยต้นทุนก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากราคาก๊าซ LNG ที่สูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยมีการนำเข้า LNG ประมาณ 30-35% โดยหากอิงราคา LNG ที่ระดับ 25 เหรียญฯต่อล้านบีทียู ตามที่ กกพ. กล่าวถึง เบื้องต้นเราคำนวณต้นทุน Pool gas จะขึ้นมาอยู่ที่ 460 บาทต่อล้านบีทียู (หากสัดส่วนการนำเข้ายังเท่าเดิม) อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานถ่านหินที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ และการเรียกก๊าซในอ่าวไทย ที่ราคาถูกกว่านำเข้าก๊าซ LNG เพิ่มขึ้นอีก 150 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จะช่วยให้ต้นทุน Pool gas ขึ้นไม่ถึง 460 บาทล้านบีทียู ซึ่งเรามีทำ Sensitivity analysis ผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่ขึ้น และผลบวกหากค่าไฟมีการปรับขึ้นมาชดเชยในช่วงที่เหลือของปี (พ.ค.-ธ.ค. 2569) สำหรับ GPSC และ BGRIM ซึ่งต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อล้านบีทียู จะกระทบกำไรของ GPSC 25 ล้านบาทต่อปี และ BGRIM 14 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ค่าไฟเพิ่มขึ้นทุกๆ 1 สตางค์ต่อหน่วย จะเพิ่มกำไรให้กับ GPSC 60 ล้านบาทต่อปี และ BGRIM 24 ล้านบาทต่อปี
- โดยรวมเรายังแนะนำ Wait & See ผู้ประกอบการ SPP ทั้ง GPSC และ BGRIM ทั้งภาวะสงครามว่าจะมีการยืดเยื้อรุนแรงมากขึ้นขนาดไหน และยังต้องติดตามค่าไฟที่จะมาช่วยลดแรงกดดันของต้นทุนก๊าซ โดยในกลุ่มโรงไฟฟ้า เรายังแนะนำ GULF (Outperform, TP = Bt73) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจากผลกระทบจากภาวะสงครามน้อยที่สุดในกลุ่ม และยังมีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่ง ทั้งจากส่วนแบ่งกำไรที่จะมาจากโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ ที่ได้ประโยชน์จาก Spark spread ที่สูงขึ้น ค่า Capacity payment ที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับการขยายกำลังการผลิต Solar farm ในประเทศ การขยาย Data Center รวมถึงยังมีกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC และเงินปันผลรับจาก KBANK

