Visa ได้รับอนุมัติเบื้องต้นจากธนาคารกลางจีนให้เตรียมจัดตั้งธุรกิจชำระดุลธุรกรรมผ่านบัตรภายในประเทศ เปิดโอกาสเข้าสู่ตลาดมูลค่าราว $144tn หลังพยายามขอใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2017 อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องได้รับใบอนุญาตขั้นสุดท้าย และเผชิญการแข่งขันสูงจาก UnionPay, Alipay และ WeChat Pay เรามองเป็นบวกต่อ Visa ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว แต่ผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือความสามารถในการขยายเครือข่ายธนาคารและร้านค้า รวมถึงการสร้างรายได้จากธุรกรรมภายในจีน
Visa ได้ไฟเขียวเข้าตลาดชำระเงินจีน เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว

Visa ได้ไฟเขียวเข้าตลาดชำระเงินจีน เปิดโอกาสเติบโตระยะยาว
1. Visa ได้รับอนุมัติเบื้องต้นจากจีน เปิดทางเข้าสู่ตลาดชำระเงินภายในประเทศ
Visa (V US) ได้รับอนุมัติจากธนาคารกลางจีน (PBOC) เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2026 ให้เริ่มเตรียมจัดตั้งธุรกิจรับชำระและชำระดุลธุรกรรมผ่านบัตรธนาคารภายในประเทศจีน หลังพยายามขอใบอนุญาตมาตั้งแต่ปี 2017 ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดที่เดิมอยู่ภายใต้การควบคุมของ China UnionPay โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
· รูปแบบการลงทุน: Visa เตรียมดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทที่ถือหุ้นเอง 100% ต่างจาก Mastercard และ American Express ที่เข้าสู่ตลาดผ่านบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรจีน
· ระยะเวลาดำเนินการ: Visa ต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมภายใน 1 ปี ก่อนยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างเป็นทางการจาก PBOC และหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน
· โอกาสทางธุรกิจ: หากได้รับใบอนุญาตขั้นสุดท้าย Visa จะสามารถประมวลผลธุรกรรมบัตรที่ใช้เงินหยวนภายในจีนผ่านเครือข่ายของตนเอง จากเดิมที่ธุรกิจส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การอนุมัติครั้งนี้ ยังไม่ใช่ใบอนุญาตให้เริ่มดำเนินธุรกิจ จึงยังไม่มีผลต่อรายได้ในทันที ขณะที่ผู้บริหาร Visa ระบุว่าบริษัทจะเร่งดำเนินการตามข้อกำหนดเพื่อเริ่มให้บริการในจีน
2. ตลาดชำระเงินจีนมูลค่า $144tn เปิดโอกาสสร้างรายได้ใหม่
จีนเป็นหนึ่งในตลาดชำระเงินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยข้อมูลธนาคารกลางจีนระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 มีบัตรธนาคารหมุนเวียนประมาณ 10.2 พันล้านใบ และมีมูลค่าธุรกรรมรวม 963.6 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ $144tn สะท้อนโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่สำหรับ Visa
ที่ผ่านมา Visa มีข้อจำกัดในการให้บริการธุรกรรมภายในจีน โดยรายได้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้บัตรระหว่างประเทศ เช่น นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายในต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายในจีน แต่การได้รับใบอนุญาตจะเปิดโอกาสให้บริษัทขยายเข้าสู่ธุรกรรมภายในประเทศ ทั้งการจับจ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต รวมถึงการให้บริการด้านระบบชำระเงินแก่สถาบันการเงิน
อย่างไรก็ตาม มูลค่าธุรกรรม $144tn ไม่ได้หมายถึงรายได้ที่ Visa สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด เนื่องจากครอบคลุมธุรกรรมบัตรหลายประเภท และ Visa จะได้รับรายได้เฉพาะธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านเครือข่ายของตนเองตามอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง
3. การแข่งขันยังสูงจาก UnionPay, Alipay และ WeChat Pay
แม้จีนเปิดตลาดให้ผู้ให้บริการต่างชาติมากขึ้น แต่โครงสร้างการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไปมากจากช่วงที่ Visa เริ่มยื่นขอใบอนุญาตในปี 2017 โดยปัจจุบัน Alipay ของ Ant Group และ WeChat Pay ของ Tencent กลายเป็นช่องทางชำระเงินหลักในชีวิตประจำวัน ขณะที่ China UnionPay ยังคงมีเครือข่ายธนาคารและร้านค้าครอบคลุมทั่วประเทศ
การแข่งขันจึงมีข้อจำกัดสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
· พฤติกรรมผู้บริโภค: คนจีนคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือและ QR Code มากกว่าการใช้บัตรโดยตรง
· เครือข่ายเดิมแข็งแกร่ง: UnionPay มีความสัมพันธ์กับธนาคารและร้านค้าจำนวนมาก ทำให้ Visa ต้องใช้เวลาและต้นทุนในการขยายเครือข่าย
· การแข่งขันด้านค่าธรรมเนียม: การเข้าสู่ตลาดที่มีผู้ให้บริการเดิมแข็งแกร่งอาจจำกัดอำนาจกำหนดราคาและความสามารถในการทำกำไร
นอกจากนี้ Mastercard และ American Express ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในจีนก่อน Visa แต่ยังไม่สามารถสร้างธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าการได้รับใบอนุญาตไม่ได้รับประกันความสำเร็จทางการเงิน
ดังนั้น โอกาสของ Visa อาจอยู่ที่การร่วมมือกับธนาคารจีน การเชื่อมต่อธุรกรรมภายในประเทศกับต่างประเทศ และการขยายบริการแก่ผู้บริโภคที่ต้องการใช้บัตรได้ทั่วโลก มากกว่าการแข่งขันโดยตรงกับแพลตฟอร์มชำระเงินผ่านมือถือ
4. ผลเชิงบวกต่อ Visa ระยะยาว แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหนุนกำไรระยะสั้น
การอนุมัติของจีนช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตระยะยาวให้ Visa และลดความเสียเปรียบเชิงการแข่งขันเมื่อเทียบกับ Mastercard และ American Express โดยเฉพาะการขยายฐานธุรกรรมจากตลาดระหว่างประเทศเข้าสู่ตลาดภายในจีน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก BMO Capital Markets, TD Cowen และ KBW มองตรงกันว่าการอนุมัติเป็นความคืบหน้าเชิงกลยุทธ์มากกว่าปัจจัยเพิ่มกำไรระยะสั้น เนื่องจากยังต้องใช้เวลาในการขอใบอนุญาตขั้นสุดท้าย สร้างเครือข่ายพันธมิตร และขยายการใช้งานจริง ขณะที่ Evercore ISI ระบุว่าประสบการณ์ของ Mastercard สะท้อนความยากในการสร้างธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ในจีน
สำหรับผลประกอบการระยะสั้น นักลงทุนยังควรให้น้ำหนักกับการเติบโตของปริมาณการชำระเงินทั่วโลก การใช้จ่ายข้ามประเทศ และบริการเสริมมากกว่ารายได้จากจีน โดย Visa มีกำหนดรายงานผลประกอบการ 4QFY26 ในวันที่ 27 ต.ค. 2026 ซึ่งตลาดคาดกำไรต่อหุ้น $3.43 เพิ่มขึ้นจาก $2.98 ในปีก่อน และรายได้ $12.07bn เพิ่มขึ้นจาก $10.72bn
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการอนุมัติเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน จึงอาจเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเปิดตลาดบริการทางการเงินให้บริษัทต่างชาติมากขึ้น แต่ยังต้องติดตามความต่อเนื่องของนโยบายและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
5.มุมมอง InnovestX: เรามองบวกต่อ Visa มากที่สุด แต่ต้องติดตามการแข่งขันในจีน
เรามองข่าวดังกล่าวเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมเครือข่ายชำระเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ Visa ซึ่งได้รับโอกาสขยายตลาดใหม่หลังเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบมายาวนาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่คาดว่าจะส่งผลต่อประมาณการกำไรในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากตลาดจีนมีการแข่งขันสูงและต้องใช้เวลาสร้างเครือข่ายธุรกิจ
หุ้น | ผลกระทบ | มุมมองการลงทุน |
|---|---|---|
Visa (V US) | บวกมากที่สุด | เปิดโอกาสเพิ่มรายได้ระยะยาวจากธุรกรรมภายในจีน แต่ยังไม่มีผลต่อกำไรทันที |
Mastercard (MA US) | บวกเล็กน้อย | ได้ประโยชน์จากการเปิดตลาดการเงินจีน แต่เผชิญการแข่งขันเพิ่มจาก Visa |
American Express (AXP US) | ผสมผสาน | ตลาดเปิดกว้างขึ้น แต่การแข่งขันในธุรกิจบัตรเพิ่มขึ้น โดย AXP ยังมีจุดแข็งในกลุ่มลูกค้าระดับบน |
Tencent (700 HK) | เป็นกลาง | WeChat Pay มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง ผลกระทบจาก Visa ยังจำกัดในระยะสั้น |
Alibaba (BABA US / 9988 HK) | เป็นกลาง | ธุรกิจ Alipay ภายใต้ Ant Group อาจเผชิญการแข่งขันเพิ่ม แต่ผลกระทบต่อ Alibaba ทางอ้อมและจำกัด |
เราให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ Visa (V US) มากที่สุดจากข่าวนี้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มโอกาสการเติบโตระยะยาวโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มประมาณการกำไรควรรอความชัดเจนเกี่ยวกับใบอนุญาตขั้นสุดท้าย ส่วนแบ่งตลาด และรายได้ที่สามารถสร้างได้จริง ขณะที่ Mastercard (MA US) ยังคงเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของธุรกรรมชำระเงินทั่วโลกเช่นเดียวกัน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

