Café Invest
Markets

Volkswagen เปิดแผน Future Plan 2030 ลดจำนวนคนและรุ่นรถ หวังฟื้นกำไร

VOWDCHIX
Volkswagen เปิดแผน Future Plan 2030 ลดจำนวนคนและรุ่นรถ หวังฟื้นกำไร

Volkswagen อนุมัติแผน Future Plan 2030 ลดพนักงานเพิ่มราว 50,000 ตำแหน่ง ลดจำนวนรุ่นรถประมาณ 50% ภายในปี 2035 และตั้งเป้ายกระดับ Operating margin เป็น 9% ภายในปี 2030 โดยหากดำเนินการได้ตามแผน INVX ประเมินว่าจะเป็นภาพบวกต่อ Volkswagen ในระยะกลาง เพราะช่วยลดต้นทุน ความซับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพเงินลงทุน แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านแรงงาน การปรับโรงงาน และการฟื้นส่วนแบ่งตลาดในจีนและสหรัฐฯ

1)     ภาพรวม — Volkswagen เดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดของกลุ่ม

คณะกรรมการกำกับของ Volkswagen อนุมัติแผน Future Plan 2030 อย่างเป็นเอกฉันท์ ถือเป็นการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตรถจีน ต้นทุนการดำเนินงานในยุโรปที่อยู่ในระดับสูง การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงแรงกดดันจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

สาระสำคัญของแผนคือการทำให้ Volkswagen มีขนาดองค์กรเล็กลง โครงสร้างง่ายขึ้น และใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าขายรถประมาณ 9 ล้านคันต่อปี และยกระดับอัตรากำไรจากการดำเนินงานเป็น 9% ภายในปี 2030 เทียบกับเพียง 3.8% ในช่วง 1H26

2)    ลดพนักงานเพิ่ม 50,000 ตำแหน่ง รวมแผนเดิมอาจแตะ 100,000 ตำแหน่ง

Volkswagen ประเมินว่าจำเป็นต้องลดกำลังคนเพิ่มเติมประมาณ 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก รวมถึงตำแหน่งฝ่ายบริหาร จากโครงการลดจำนวนพนักงานที่ดำเนินอยู่เดิมประมาณ 50,000 ตำแหน่ง ทำให้จำนวนตำแหน่งงานที่อาจถูกปรับลดสะสมอยู่ที่ราว 100,000 ตำแหน่ง

ตัวเลข 50,000 ตำแหน่งใหม่คิดเป็นประมาณ 8% ของจำนวนพนักงานทั่วโลก ณ สิ้นปีก่อน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตัวแทนแรงงานระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นสมมติฐานที่ใช้ในการวางแผนเพื่อให้บริษัทบรรลุเป้ากำไร มากกว่าจะเป็นเป้าหมายปลดพนักงานแบบตายตัว ขณะที่ข้อตกลงปัจจุบันยังไม่เปิดทางให้มีการเลิกจ้างโดยบังคับในธุรกิจ Volkswagen หลักก่อนสิ้นปี 2030

ในเชิงโครงสร้าง บริษัทจะลดระดับชั้นการบริหาร เพิ่มความชัดเจนด้านความรับผิดชอบ และลดขั้นตอนการตัดสินใจ เพื่อให้แต่ละแบรนด์ตอบสนองต่อการแข่งขันได้เร็วขึ้น

3)    ลดจำนวนรุ่นรถราวครึ่งหนึ่ง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขนาดการผลิตต่อรุ่น

ภายในปี 2035 Volkswagen ตั้งเป้าลดจำนวนรุ่นรถลงประมาณ 50% และลดความซับซ้อนของทางเลือกสินค้าและรุ่นย่อยประมาณ 75%

แนวคิดสำคัญคือเปลี่ยนจากการมีสินค้าจำนวนมากแต่ยอดขายต่อรุ่นต่ำ ไปสู่การมีรถรุ่นหลักที่มีปริมาณผลิตสูงขึ้น ซึ่งจะช่วย

·       ลดต้นทุนการออกแบบและพัฒนา

·       ลดจำนวนชิ้นส่วนและความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน

·       เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อโรงงาน

·       เพิ่มอำนาจต่อรองด้านการจัดซื้อ

·       กระจายต้นทุนคงที่ไปยังจำนวนรถที่มากขึ้น

Volkswagen ยังมีแผนปรับแพลตฟอร์ม ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบช่วยขับ และซอฟต์แวร์ให้เหมาะกับความต้องการของตลาดตะวันตกและจีนมากขึ้น แทนการใช้แนวทางสินค้าแบบเดียวกันทั่วโลก

4)    กำลังผลิตยุโรปเกินความต้องการมากกว่า 500,000 คันต่อปี

ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือ Volkswagen ประเมินว่าโรงงานในยุโรปมีกำลังการผลิตสูงกว่าความต้องการจริงมากกว่า 500,000 คันต่อปี

โรงงานใน Emden, Zwickau, Hannover และ Neckarsulm ยังไม่มีแผนรองรับการผลิตในอนาคตที่สามารถแข่งขันได้ หลังรถรุ่นปัจจุบันทยอยยุติการผลิตในช่วงปี 2031–34

บริษัทจึงจะจัดทำแผนโครงสร้างการผลิตในยุโรปใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน สิ้นเดือน มิ.ย. 2027 พร้อมพิจารณาการใช้งานโรงงานในรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตาม แผนที่ได้รับอนุมัติครั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดให้ปิดโรงงานทันที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงประนีประนอมกับตัวแทนแรงงาน

5)    ตั้งเป้า Operating margin 9% ภายในปี 2030

เป้าหมายทางการเงินถือเป็นหัวใจของ Future Plan 2030 โดย Volkswagen วางเป้าหมายสำคัญ ได้แก่

รายการ

เป้าหมาย

ยอดขายรถต่อปี

ประมาณ 9 ล้านคัน

Operating margin ปี 2030

9%

Operating profit เป้าหมาย

ประมาณ €31bn

ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง

ประมาณ €37bn

เงินลงทุนและ R&D ปี 2027–31

€135bn

จุดสำคัญคือบริษัทไม่ได้เลือกหยุดลงทุนเพื่อรักษากำไรระยะสั้น แต่ต้องการลดต้นทุนในธุรกิจเดิม เพื่อนำเงินไปลงทุนในรถรุ่นใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ ระบบช่วยขับ และสถาปัตยกรรมอิเล็กทรอนิกส์

หากทำได้ตามแผน การปรับโครงสร้างจะช่วยให้ Volkswagen สามารถลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ได้โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสดและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากเท่าในอดีต

6)    จีน — จากตลาดกำไรหลัก สู่ตลาดที่ต้องปรับตัวเพื่อแข่งขัน

หนึ่งในแรงกดดันสำคัญที่สุดของ Volkswagen คือจีน ซึ่งในอดีตเคยเป็นแหล่งกำไรหลัก แต่ปัจจุบันถูกกดดันจากผู้ผลิตในประเทศ เช่น BYD, Geely, SAIC, XPeng และ Li Auto

ผู้ผลิตจีนมีความได้เปรียบด้านต้นทุน รอบการพัฒนารถที่สั้นกว่า ซอฟต์แวร์ ระบบช่วยขับ และการเชื่อมต่อภายในรถ ส่งผลให้ผู้ผลิตยุโรปต้องลดราคาและเพิ่มการลงทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

Volkswagen ระบุว่าจะปรับธุรกิจจีนให้สอดคล้องกับสมมติฐานการเติบโตของตลาดที่ลดลง ขณะเดียวกันจะใช้ฐานการผลิตและเครือข่ายในจีนเป็นส่วนหนึ่งของการส่งออกไปยังตลาดประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น

7)    สหรัฐฯ — ภาษีนำเข้าเพิ่มแรงกดดันต่อธุรกิจที่อ่อนแออยู่แล้ว

Volkswagen ยังมีปัญหาในตลาดอเมริกาเหนือ โดยส่วนแบ่งตลาดอยู่เพียงประมาณ 4% และยอดขายกลุ่มในสหรัฐฯ ลดลงประมาณ 14% ในปีที่ผ่านมา ก่อนลดลงอีก 7% ใน 1H26

เนื่องจาก Volkswagen ผลิตรถในสหรัฐฯ ค่อนข้างจำกัดและยังพึ่งพาการนำเข้าในสัดส่วนสูง บริษัทจึงได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้ามากกว่าคู่แข่งที่มีฐานการผลิตในประเทศมากกว่า โดยบริษัทประเมินผลกระทบต่อธุรกิจต่อปีคิดเป็นมูลค่าใกล้เคียง $5.8bn

กลยุทธ์ใหม่จึงจะเน้นรถในกลุ่มที่ทำกำไรสูงมากขึ้น รวมถึงการพัฒนารถที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าสหรัฐฯ โดยตรง แทนการนำรถที่ออกแบบสำหรับตลาดยุโรปไปจำหน่าย

8)    ปรับพอร์ตธุรกิจและสินทรัพย์ ลดกิจการที่ไม่สร้างมูลค่า

Volkswagen เตรียมทบทวนพอร์ตการถือหุ้นและธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก โดยตั้งเป้าลดขนาดพอร์ตลงประมาณ หนึ่งในสาม

ธุรกิจที่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนเชิงกลยุทธ์หรือทางการเงินต่อธุรกิจรถยนต์หลักอาจถูกขาย ปรับโครงสร้าง หรือเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน รวมถึงการทบทวนพอร์ตอสังหาริมทรัพย์

ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อมูลค่าหุ้น เพราะ Volkswagen มีโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่ซับซ้อน และตลาดมักให้ส่วนลดต่อมูลค่ากิจการจากปัญหาการจัดสรรเงินทุนและความซับซ้อนด้านการบริหาร

9)    มุมมองของ INVX

เรามองว่าแผนของ Volkswagen สะท้อนภาพชัดขึ้นว่า ผู้ผลิตรถยุโรปกำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานโครงสร้างต้นทุนครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงการรับมือกับวัฏจักรยอดขายระยะสั้น เนื่องจากการแข่งขันจากจีนทำให้การมีโรงงานจำนวนมาก รุ่นรถจำนวนมาก และต้นทุนแรงงานสูงแบบเดิมไม่สามารถรักษาความสามารถทำกำไรได้อีกต่อไป

ทิศทางดังกล่าวอาจทำให้ผู้ผลิตยุโรปรายอื่น เช่น Stellantis, Mercedes-Benz และ BMW ต้องเร่งลดต้นทุน ลดความซับซ้อนของสินค้า และเพิ่มการใช้แพลตฟอร์มร่วมกันมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ผลิตชิ้นส่วนที่พึ่งพาปริมาณการผลิตรถยุโรปสูงอาจเผชิญแรงกดดันจากจำนวนรุ่นและกำลังผลิตที่ลดลง


เรามอง Future Plan 2030 จะเป็นบวกต่อ Volkswagen ในระยะกลาง หากแผนบรรลุล่วงตามคาด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหลักทั้งต้นทุนแรงงาน กำลังผลิตส่วนเกิน ความซับซ้อนของสินค้า และการจัดสรรเงินทุน อย่างไรก็ตาม เป้าหมายมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านแรงงานและการเมืองในเยอรมนี รวมถึงความสามารถในการฟื้นส่วนแบ่งตลาดจีนและสหรัฐฯ

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Volkswagen เปิดแผน Future Plan 2030 ลดจำนวนคนและรุ่นรถ หวังฟื้นกำไร | Café Invest