Café Invest
Markets

INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 25 ต.ค. 2567

INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 25 ต.ค. 2567

ข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา

  • IMF คงประมาณการเศรษฐกิจโลกปีนี้ ปรับลดปีหน้า กังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
  • จีนประกาศมาตรการการเงินการคลังเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • รายงาน Beige book ของ ธ. กลางสหรัฐระบุสัญญาณเศรษฐกิจชะลอลงมากขึ้น



สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้

สัปดาห์นี้หุ้นโลกปรับลดลงเป็นผลจากการปรับความคาดหวังของนักลงทุนประเด็นการลดดอกเบี้ยที่อาจไม่เร็วมากอย่างที่ตลาดคาดไว้ รวมถึงโอกาสที่อดีต ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับบริกกันจะได้รับเลือกตั้งมีมากขึ้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลสงครามการค้าและการขาดดุลการคลังที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับสูงขึ้นกดดันสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนั้น IMF ยังคงคาดการณ์ GDP ปี 2024 ไว้ที่ 3.2% โดยปรับ GDP สหรัฐขึ้น แต่ปรับลดคาดการณ์ GDP จีนลง ส่วน GDP ปี 2025 มีการปรับคาดการณ์ลง 0.1% เหลือ 3.2% พร้อมเตือนความเสี่ยงจากสงครามและนโยบายกีดกันทางการค้า แม้ว่าจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอย กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและ Materials ปรับตัวลดลง 2.5%-2.7% จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงและผิดหวังต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน กลุ่มธนาคารปรับลดลง 1.1% จากการขายทำกำไรหลังปรับตัวเพิ่มขึ้นจากกำไรที่ดีกว่าที่คาด ตลาด EM ปรับลดลงเช่นกัน แม้จีนจะประกาศมาตรการการเงินการคลังเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลท้องถิ่นประกาศมาตรการกระตุ้นการบริโภคใน 5 เมืองใหญ่ของจีน และ ธ. กลาง PBOC ปรับอัตราดอกเบี้ย LPR 1 ปี และ 5 ปีลง 25 bps 1 ตลาดหุ้นไทยปรับลงเช่นกัน หลัง SET ไม่ผ่าน 1500 จุด เนื่องจากไม่มีประเด็นบวกใหม่ และถูกกดดันจากปัจจัยด้านมหภาค หลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมุมมองผู้ว่า ธปท. ที่ระบุการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดยังไม่ใช่วงจรดอกเบี้ยขาลง กดดันกระแสเงินมายังตลาด EM ส่วนราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ค่อนข้างทรงตัว หลังปรับลงมาแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากความกังวลด้านอุปสงค์อ่อนแอ

ตลาดหุ้นโลก

สัปดาห์นี้ตลาดปรับตัวลดลงหลังจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับสูงขึ้นมากจากโอกาสที่ทรัมป์จะได้รับเลือกตั้งมีมากขึ้น ทำให้หลายฝ่ายรวมถึง IMF กังวลสงครามการค้าและการขาดดุลการคลังที่สูงขึ้น ด้าน Beige Book สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐชะลอลงมากขึ้น ขณะที่จีนมีการประกาศมาตรการการเงินการคลังเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ IMF ปรับเป้า GDP จีนปีนี้ลงจาก 5.0% สู่ 4.8%

ตลาดหุ้นไทย

สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยลดลงจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับสูงขึ้นจากความเสี่ยงการเมือง ขณะที่ในประเทศมีประเด็นดังนี้ (1) ผู้ว่า ธปท. ระบุการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดยังไม่ใช่วงจรดอกเบี้ยขาลง (2) IMF ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้าลงจาก 2.9% และ 3.1% เป็น 2.8% และ 3.0% (3) ศาล รธน. ขอหลักฐานเพิ่มเติมคดียุบพรรคเพื่อไทย และ (4) ธ. รัฐและ ธพ. เริ่มประกาศปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงตามดอกเบี้ยนโยบาย

ตลาดพันธบัตร

  • ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.20% ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปีปรับเพิ่มขึ้นมาที่ 4.07% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 13 bps
  • ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ทรงตัวที่ 2.42% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ทรงตัวที่ 2.10% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 4,752 ล้านบาท

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ราคาน้ำมันดิบ Brent ค่อนข้างทรงตัวในสัปดาห์ หลังปรับลงมาแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากความกังวลด้านอุปสงค์อ่อนแอ ด้านราคาทองคำ (spot) เพิ่มขึ้นที่ 2,741.4 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นที่ 104.0 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงที่ 151.83 เยน ด้านค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 1.08 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 33.73 บาท ขณะที่เงินหยวนทรงตัวที่ระดับ 7.12 หยวน

INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 25 ต.ค. 2567 | Café Invest