WINNER – 2Q66: กำไรอ่อนตัวทั้ง QoQ และ YoY – NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 2.50 บาท)

WINNER มีกำไรปกติ 2Q66 ที่ 24 ลบ. อ่อนตัว 29%QoQ ตามผลฤดูกาล และลดลง 20%YoY จากยอดขายรวมที่หดตัว 2%YoY รวมทั้งมีต้นทุนนำเข้าสินค้าสูงขึ้นจากบาทอ่อนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากมีค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและตั้งสำรองผลขาดทุนสินค้าด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น ขณะที่ 3Q-4Q66 คาดกำไรจะเติบโต YoY และ QoQ ตามธุรกิจท่องเที่ยวไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ดีกว่าสินค้าเดิม อย่างไรก็ดีเราคงแนะนำ “Neutral” หลังราคาหุ้นมี Upside จำกัด แต่มีจุดเด่นที่เป็นหุ้นปันผลสูง โดยคาด Div. Yield ปีละราว 6%
2Q66 กำไรอ่อนตัวทั้ง YoY และ QoQ WINNER รายงานกำไรสุทธิ 2Q66 ราว 24 ลบ. หดตัว 29%QoQ ตามผลฤดูกาล และหดตัว 20%YoY แย่กว่าคาด ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรวมหดตัว 2.3%YoY โดยแม้ยอดขายผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการบริโภคจะเพิ่มขึ้น 8.4%YoY หลังมีคำสั่งซื้อ (สินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยวและอาหารแช่แข็ง) จากลูกค้ากลุ่มโรงแรม ร้านอาหารและสายการบินมากขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้รับจ้างผลิตสินค้าดูแลและบำรุงผิว รวมทั้งยอดขายผลิตภัณฑ์อาหารเพื่ออุตสาหกรรม (สารเติมแต่ง, สารเสริมคุณสมบัติ) ที่หดตัว 33.7%YoY และ 13.8%YoY ตามลำดับ นอกจากนี้อัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงเป็น 22.1% จาก 22.3% ใน 2Q65 หลังมีต้นทุนนำเข้าสินค้าสูงขึ้นจากบาทอ่อนค่า และยังมี SG&A/Sales ที่เพิ่มขึ้นเป็น 15.6% จาก 14.4% ใน 2Q65 จากมีค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและการตั้งสำรองผลขาดทุนสินค้าด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น
จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.07 บาทต่อหุ้น WINNER ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมหุ้นละ 0.07 บาท (ขึ้นเครื่องหมาย XD 24 ส.ค. และจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 ก.ย. นี้) คิดเป็น dividend yield 3.0% สำหรับทั้งปี 2566 เราคาดการณ์เงินปันผลจ่ายที่หุ้นละ 0.14 บาท คิดเป็น dividend yield ปีละ 6.0% ซึ่ง WINNER ยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ ทำให้มีศักยภาพจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ โดยสิ้น 2Q66 มี Interest bearing debt to Equity เพียง 0.5 เท่า และเงินสดในมือ 307 ลบ. ทำให้ยังมีศักยภาพกู้ยืมเงินสูง เพียงพอรองรับแผนลงทุนปีละราว 10-15 ลบ. เพื่อปรับปรุงสำนักงาน โรงงานและดูแลเครื่องจักร รวมทั้งระบบไอทีในแต่ละปี
คงประมาณการเดิม กำไร 1H66 คิดเป็น 49% ของประมาณการทั้งปี และเรายังคงประมาณการเดิม โดยคาด 2H66 กำไรจะเติบโต HoH และ YoY (3Q-4Q66 คาดกำไรเติบโต YoY และ QoQ) ปัจจัยหนุนจากธุรกิจท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ซึ่งคาดหนุนให้ยอดขายสินค้าอาหารเพื่อการบริโภคและเพื่ออุตสาหกรรมให้แก่ลูกค้ากลุ่ม HoReca (สัดส่วน 50% ของรายได้) มีการเติบโตที่ดี อีกทั้งยังมีแผนเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ปีละ 60-70 SKUs ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ดีกว่าสินค้าเดิม รวมทั้งขยายฐานลูกค้าและช่องทางจัดจำหน่ายทั้งร้านค้าปลีกสมัยเก่า ร้านค้าโมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์ จึงทำให้คาดปี 2566 WINNER จะมีกำไรปกติ 117 ลบ. เติบโต 12%YoY และเติบโตต่อเนื่อง 5%YoY ในปี 2567
ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล WINNER นำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายราว 88% ของยอดซื้อรวม ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้การขนส่งทางเรือเป็นหลัก ศักยภาพทำกำไรจึงมีความเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนของต้นทุนนำเข้า หากเงินบาทอ่อนค่า และ/หรือ ค่าระวางเรือปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
คงเรทติ้ง “NEUTRAL” : เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2566 ที่หุ้นละ 2.50 บาท (อิงค่าเฉลี่ย PER 13x เช่นเดิม) และคงเรทติ้ง Neutral สำหรับ WINNER เนื่องจากมองว่าระยะสั้นยังขาดปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นและผลดำเนินงานเติบโตไม่จูงใจต่อการลงทุน แต่มีจุดเด่นที่ปันผลดี โดยคาดให้ Div. Yield ปีละ 6%
PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม TIDLOR11082023
