Café Invest
Markets

Xiaohongshu เตรียม IPO: “Instagram จีน” โอกาสลงทุนในแพลตฟอร์มผู้บริโภคจีนยุคใหม่

Xiaohongshu เตรียม IPO: “Instagram จีน” โอกาสลงทุนในแพลตฟอร์มผู้บริโภคจีนยุคใหม่

Xiaohongshu เป็นหนึ่งใน IPO เทคโนโลยีจีนที่น่าจับตาที่สุดในฮ่องกง เพราะมีฐานผู้ใช้คุณภาพสูงและอยู่ในจุดร่วมของสื่อสังคม การค้นหา และอีคอมเมิร์ซ จุดแข็งคือคอนเทนต์จากผู้ใช้จริงที่สร้างความเชื่อมั่นและช่วยกระตุ้นการซื้อสินค้า แต่ความท้าทายคือการขยายอีคอมเมิร์ซโดยไม่เสียอัตรากำไร และการลดการพึ่งพาฐานผู้ใช้ผู้หญิงในเมืองใหญ่ หากราคา IPO ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับกำไรจริง หุ้นนี้มีโอกาสถูกมองเป็นตัวแทนการลงทุนในแพลตฟอร์มผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่ได้ดี

Xiaohongshu คือใคร

  • Xiaohongshu Technology Co. หรือที่รู้จักในชื่อ RedNote / Little Red Book เป็นแพลตฟอร์มสื่อสังคมและไลฟ์สไตล์ของจีน ก่อตั้งปี 2013 โดย Mao Wenchao และ Qu Fang เริ่มต้นจากแอปแชร์คำแนะนำการช้อปปิ้งและรีวิวสินค้า ก่อนพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มที่รวม คอนเทนต์จากผู้ใช้จริง + การค้นหาสินค้า + การค้าออนไลน์ เข้าไว้ด้วยกัน จนถูกเปรียบเทียบว่าเป็น “Instagram ของจีน” และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อของคนรุ่นใหม่ในจีน
  • บริษัทกำลังเตรียมยื่นเอกสาร IPO แบบลับในฮ่องกงภายในเดือนนี้ โดยดีลอาจเป็นหนึ่งใน IPO ขนาดใหญ่ของฮ่องกงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้รายละเอียดเรื่องขนาดดีล เวลาเสนอขาย และมูลค่าบริษัทยังไม่ได้ข้อสรุป

Key Events

รูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจ

  • ธุรกิจหลักของ Xiaohongshu คือการเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสร้างคอนเทนต์ เช่น รีวิวสินค้า ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว ความงาม สุขภาพ กีฬา เทคโนโลยี และบ้าน แล้วใช้คอนเทนต์เหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้อื่นค้นพบสินค้าและตัดสินใจซื้อ จุดเด่นคือบริษัทไม่ได้พึ่งพาอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่หรือโฆษณาแบรนด์หนักๆ เป็นหลัก แต่เน้นความน่าเชื่อถือจากรีวิวของผู้ใช้จริง ทำให้เกิดความไว้วางใจในชุมชนและช่วยเพิ่มโอกาสเปลี่ยนจากการดูคอนเทนต์ไปสู่การซื้อสินค้า
  • โมเดลธุรกิจจึงวางอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1) รายได้โฆษณาออนไลน์ 2) รายได้จากการค้นหาและการแนะนำสินค้า และ 3) รายได้จากการค้าออนไลน์แบบร่วมมือกับพันธมิตร มากกว่าการทำคลังสินค้าและขนส่งเองเต็มรูปแบบ บริษัทพยายามเปลี่ยนจากแค่ “แพลตฟอร์มแนะนำสินค้า” ไปสู่ “ระบบนิเวศการซื้อขายแบบครบวงจร” แต่เลือกเดินแบบระมัดระวัง โดยเน้นร่วมมือกับ Alibaba, JD.com และ Meituan แทนการแข่งขันตรงๆ กับยักษ์อีคอมเมิร์ซ

จุดขายหลักของธุรกิจ

  • จุดขายสำคัญของ Xiaohongshu คือการเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้เข้ามา “ค้นหาแรงบันดาลใจและคำแนะนำก่อนซื้อ” ไม่ใช่แค่เข้ามาเพื่อซื้อสินค้าราคาถูก ทำให้เหมาะกับสินค้าเฉพาะทาง สินค้าพรีเมียม สินค้าความงาม สุขภาพ กีฬา บ้าน และไลฟ์สไตล์ โดยผู้ใช้ของแพลตฟอร์มมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าราคา แตกต่างจาก Taobao หรือ Pinduoduo ที่เน้นราคาถูกและปริมาณการขายสูง
  • อีกจุดเด่นคือ Xiaohongshu กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือค้นหาข้อมูลของผู้บริโภคจีน โดยมีผู้ใช้รายวันราว 70% ใช้ฟังก์ชันค้นหา และคำค้นจำนวนมากเกี่ยวข้องกับสินค้าโดยตรง ขณะที่ฟีเจอร์ค้นหาด้วย AI เช่น Diandian ช่วยเพิ่มความแม่นยำของผลลัพธ์ ทำให้บริษัทมีโอกาสสร้างรายได้จากโฆษณาแบบอิงความตั้งใจซื้อได้มากขึ้น

Ad Revenue Per Monthly Active User

โครงสร้างรายได้แลผลประกอบการ

  • รายได้หลักของ Xiaohongshu ยังมาจาก โฆษณาออนไลน์ เนื่องจากแบรนด์ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะผู้หญิงวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นในเมืองใหญ่ของจีน ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังเพิ่มโอกาสรายได้จากการค้าออนไลน์และการค้นหาสินค้า โดยใช้ฐานผู้ใช้ที่มีความตั้งใจซื้อสูงเป็นตัวสร้างมูลค่า
  • ด้านอีคอมเมิร์ซ บริษัทเคยลองทำธุรกิจที่บริหารเอง เช่น RED Store และ Little Oasis แต่ปิดไปในปี 2023 หลังพบว่าแข่งขันกับแพลตฟอร์มที่มีระบบซัพพลายเชนและราคาถูกกว่าได้ยาก ปัจจุบันจึงเปลี่ยนมาใช้โมเดลที่เบากว่า คือให้ผู้ใช้กดลิงก์สินค้าไปยังแพลตฟอร์มของพันธมิตร เช่น Alibaba, JD.com และ Meituan ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านคลังสินค้าและขนส่ง แต่ก็อาจทำให้อัตรากำไรต่ำลงเพราะต้องแบ่งรายได้กับพันธมิตร
  • Xiaohongshu คาดว่ากำไรสุทธิปี 2025 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3 เท่า จากปีก่อน หลังจากกำไรปี 2024 เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์

China Retail E-Commerce Market Share (2025)

ฐานผู้ใช้และกลุ่มลูกค้าหลัก

  • Xiaohongshu มีฐานผู้ใช้ที่แข็งแรงในกลุ่ม Gen Z และผู้หญิงมีกำลังซื้อสูง โดยข้อมูลระบุว่า ผู้ใช้ iOS ทั่วโลกมีอายุเฉลี่ยราว 29 ปี เป็นผู้หญิง 64% และอายุต่ำกว่า 25 ปีราว 34% ในไตรมาส 4 ปี 2025 ทำให้แพลตฟอร์มมีภาพลักษณ์ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่สนใจคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และไลฟ์สไตล์
  • ในเชิงจำนวนผู้ใช้ Xiaohongshu มีผู้ใช้รายเดือนราว 300 ล้านคน ณ กันยายน 2025 และมีผู้ใช้รายวันราว 130 ล้านคน โดยเวลาใช้งานเฉลี่ยต่อวันเกิน 52 นาที นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดจาก Yicai ในไฟล์ระบุว่า ผู้ใช้รายเดือนของ RedNote แตะระดับมากกว่า 400 ล้านคน แล้ว สะท้อนว่าฐานผู้ใช้ยังเติบโตต่อเนื่อง

Monthly Active Users (2025)

1781585248487-5fc318cec39a809b76438c20e874e05b578588cabe63eb051a563db495f0bb52.png

Global iOS Downloads

Ad Conversion Rate (as of February 2024)

กลยุทธ์การเติบโต

  • กลยุทธ์สำคัญของ Xiaohongshu คือการเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มที่เน้นรีวิวและแรงบันดาลใจ ไปสู่ระบบนิเวศที่ปิดวงจรการซื้อขายได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องแข่งด้านราคาและโลจิสติกส์กับยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซโดยตรง บริษัทจึงเลือกเน้น สินค้าเฉพาะทาง สินค้าพรีเมียม งานฝีมือ แบรนด์ใหม่ และสินค้าที่ต้องอาศัยการเล่าเรื่อง ซึ่งเข้ากับจุดแข็งด้านคอนเทนต์และความน่าเชื่อถือของชุมชน
  • อีกกลยุทธ์คือการขยายคอนเทนต์ให้หลากหลายขึ้น จากเดิมที่เด่นด้านความงามและไลฟ์สไตล์ผู้หญิง ไปสู่กีฬา เทคโนโลยี บ้าน และวิดีโอขนาดกลางถึงยาว เพื่อขยายฐานผู้ใช้ชาย โดยสัดส่วนผู้ใช้ชายเพิ่มขึ้นเป็นราว 30% และบริษัทมีแผนสนับสนุนครีเอเตอร์ด้วยเงินทุนสูงสุด 1 ล้านหยวนต่อโปรเจกต์ รวมถึงลงทุน “คูปองทราฟฟิก” รวม 50,000 ล้านครั้งการมองเห็น เพื่อผลักดันคอนเทนต์วิดีโอ

Advertising Spend by Platform (2025)

โครงสร้างผู้ถือหุ้น

  • ผู้ลงทุนเดิมของ Xiaohongshu ประกอบด้วยกลุ่มทุนและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ได้แก่ Tencent, Alibaba, HSG หรือ Sequoia China เดิม, Hillhouse Investment, GSR Ventures และ Temasek การที่ทั้ง Alibaba และ Tencent อยู่ในฐานะผู้ลงทุนสะท้อนความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของแพลตฟอร์มในระบบอินเทอร์เน็ตจีน
  • จุดที่น่าสนใจคือ Xiaohongshu เป็นหนึ่งในบริษัทอินเทอร์เน็ตจีนขนาดใหญ่ไม่กี่รายที่ยังเป็นบริษัทเอกชน เช่นเดียวกับ ByteDance ทำให้ IPO ครั้งนี้อาจได้รับความสนใจสูงจากนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในแพลตฟอร์มผู้บริโภคจีนขนาดใหญ่ที่ยังไม่จดทะเบียน

คู่แข่งในอุตสาหกรรม

  • คู่แข่งหลักของ Xiaohongshu แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและคอนเทนต์ เช่น Douyin ของ ByteDance และ Kuaishou ซึ่งแข่งด้านเวลาใช้งาน โฆษณา และการขายสินค้าผ่านไลฟ์ กลุ่มที่สองคือแพลตฟอร์มคอนเทนต์ของคนรุ่นใหม่อย่าง Bilibili ที่แข่งแย่งงบโฆษณาจากแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึง Gen Z และกลุ่มที่สามคือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักอย่าง Alibaba, JD.com, PDD และ Meituan ซึ่งอาจเป็นทั้งพันธมิตรและคู่แข่งในบางหมวดสินค้า
  • อย่างไรก็ตาม Xiaohongshu พยายามหลีกเลี่ยงการแข่งตรงในตลาดสินค้าราคาถูกและปริมาณสูง โดยวางตัวเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วย “สร้างความต้องการก่อนซื้อ” มากกว่าการเป็นตลาดกลางลดราคา จุดนี้ทำให้บริษัทมีความแตกต่างจาก Taobao, PDD, Douyin และ Kuaishou ที่แข่งขันกันหนักด้านราคาและส่วนลด

ภาพรวม IPO และจังหวะตลาด

  • Xiaohongshu เตรียมยื่น IPO แบบลับในฮ่องกงภายในเดือนนี้ โดยตลาด IPO ฮ่องกงกำลังอยู่ในช่วงที่ดี โดยการขายหุ้นใหม่ในฮ่องกงปีนี้ระดมทุนไปแล้วราว 20,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าอาจแตะ 43,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งปี 2026 ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนเดิมกดดันให้บริษัทเข้าตลาดในจังหวะที่ความต้องการหุ้นเทคโนโลยีจีนยังแข็งแรง
  • แม้ปีนี้ความสนใจ IPO จะไปอยู่ที่บริษัท AI และชิปจำนวนมาก เช่น MiniMax และ Biren แต่ Xiaohongshu ยังถือเป็นหนึ่งในชื่อเทคโนโลยีผู้บริโภคจีนที่โดดเด่นที่สุด เพราะมีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ กำไรเติบโต และอยู่ในตำแหน่งที่เชื่อมระหว่างสื่อสังคม การค้นหา และอีคอมเมิร์ซ

การประเมินมูลค่า

  • มูลค่าของ Xiaohongshu เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยรอบระดมทุนปี 2024 บริษัทถูกประเมินมูลค่าราว 17,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นราว 31,000 ล้านดอลลาร์ จากธุรกรรมในตลาดรองเมื่อกันยายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน Bloomberg รายงานว่าบริษัทแจ้งผู้ถือหุ้นว่าคาดว่ากำไรปี 2025 อาจแตะราว 3,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากกำไรปี 2024 มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์
  • หากใช้กำไรคาดการณ์ปี 2025 ที่ 3,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่า 31,000 ล้านดอลลาร์ จะได้ค่า P/E โดยประมาณราว 10 เท่า ซึ่งดูไม่แพงเมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยีเติบโตสูงหลายราย แต่ต้องระวังว่าตัวเลขนี้อ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทแจ้งผู้ถือหุ้นและรายงานข่าว ไม่ใช่งบ IPO ฉบับเต็ม ดังนั้นนักลงทุนควรรอดูเอกสารยื่นขายหุ้นจริงเพื่อยืนยันรายได้ กำไร คุณภาพกำไร และโครงสร้างรายได้ก่อนประเมินมูลค่าที่เหมาะสม

ความเสี่ยงสำคัญ

  • ความเสี่ยงแรกคือการขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังไม่พิสูจน์เต็มที่ Xiaohongshu เคยปิดธุรกิจ RED Store และ Little Oasis เพราะแข่งขันด้านซัพพลายเชนและราคาไม่ได้ ปัจจุบันจึงหันมาใช้โมเดลร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งเสี่ยงน้อยกว่าแต่ก็อาจทำให้อัตรากำไรต่ำกว่าการควบคุมธุรกิจเองทั้งหมด
  • ความเสี่ยงที่สองคือฐานผู้ใช้หลักกระจุกตัวในกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นและวัยทำงานในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูงแต่การเติบโตของประชากรในเมืองชั้นนำเริ่มจำกัด โดยไฟล์ระบุว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองชั้น 1 เติบโตเพียง 0.8% YoY ทำให้บริษัทต้องขยายไปสู่กลุ่มผู้ชายและคอนเทนต์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มตลาดเป้าหมาย
  • ความเสี่ยงที่สามคือการแข่งขันจาก Douyin, Kuaishou, Bilibili และแพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ ซึ่งอาจแย่งเวลาใช้งาน งบโฆษณา และพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของผู้บริโภค ขณะที่สงครามราคาในอีคอมเมิร์ซจีนยังเป็นแรงกดดันต่อทุกแพลตฟอร์ม แม้ Xiaohongshu จะพยายามหลีกเลี่ยงตลาดราคาถูกก็ตาม

สรุปมุมมองการลงทุนของ INVX

  • Xiaohongshu เป็น IPO ที่น่าสนใจ เพราะบริษัทอยู่ตรงกลางระหว่าง สื่อสังคม + การค้นหา + อีคอมเมิร์ซไลฟ์สไตล์ และมีฐานผู้ใช้ที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้หญิงในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่แบรนด์ยอมจ่ายค่าโฆษณาเพื่อเข้าถึง จุดแข็งคือความน่าเชื่อถือของคอนเทนต์จากผู้ใช้จริง และความสามารถในการเปลี่ยนแรงบันดาลใจไปสู่การซื้อสินค้า
  • อย่างไรก็ตาม หากมูลค่า IPO ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับกำไรจริง Xiaohongshu อาจเป็นหนึ่งในหุ้นแพลตฟอร์มผู้บริโภคจีนที่น่าสนใจที่สุดรอบนี้ แต่ถ้าราคาเปิดมาสะท้อนการเติบโตล่วงหน้ามากเกินไป ความเสี่ยงระยะสั้นจะอยู่ที่แรงขายทำกำไรหลังเข้าตลาด

Xiaohongshu เตรียม IPO: “Instagram จีน” โอกาสลงทุนในแพลตฟอร์มผู้บริโภคจีนยุคใหม่ | Café Invest