US Options

In the Money, At the Money, Out of the Money คืออะไร? ดูสถานะของ Options ให้ออกก่อนเลือกสัญญา

15 Jul 26 3:53 PM
รู้จักผลิตภัณฑ์ลงทุน1
สรุปสาระสำคัญ

ITM, ATM และ OTM คือคำที่ใช้บอก “สถานะ” ของ Options เมื่อเทียบกับราคาของหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิงอยู่ในตอนนั้น

ITM มักหมายถึงสัญญาที่อยู่ในสถานะที่มีมูลค่าในตัวมากกว่า ATM และ OTM ส่วน ATM คือสัญญาที่อยู่ใกล้ราคาปัจจุบันที่สุด และ OTM คือสัญญาที่อยู่ไกลออกไปอีกฝั่งหนึ่ง

 

สำหรับมือใหม่ การดูสถานะของสัญญาให้ออก จะช่วยให้เริ่มมอง Strike ได้เป็นระบบมากขึ้น และช่วยให้ไม่เลือกสัญญาจากคำว่า “พรีเมียมถูก” อย่างเดียว

ถ้าจำได้แค่ประโยคเดียว: ก่อนเลือกสัญญา ควรรู้ก่อนว่าสถานะของมันเป็น ITM, ATM หรือ OTM

In the Money, At the Money, Out of the Money คืออะไร? ดูสถานะของ Options ให้ออกก่อนเลือกสัญญา

 

หลังจากเริ่มรู้จัก US Options และอ่าน Option Chain ได้บ้างแล้ว สิ่งที่คนเริ่มต้นมักเจอต่อคือคำว่า ITM, ATM และ OTM ซึ่งเป็นคำที่เห็นบ่อยมากเวลาเลือกสัญญา แต่ถ้ายังไม่เข้าใจว่ามันต่างกันยังไง เวลามอง Strike ก็จะยังดูเป็นแค่ตัวเลขเรียงกันไปหมด และทำให้เลือกสัญญาได้ยากกว่าที่ควร

 

ในทางปฏิบัติ คำ 3 คำนี้สำคัญมาก เพราะมันช่วยให้เราดู “สถานะของสัญญา” ได้เร็วขึ้น ว่าสัญญานั้นอยู่ใกล้หรือไกลจากราคาหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิงมากแค่ไหน และมีลักษณะเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง

 

บทความนี้จึงจะพาให้เข้าใจ ITM, ATM และ OTM แบบเชื่อมกับการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่การจำความหมาย เพื่อให้เวลาคุณดู Strike หรือเปิด Option Chain ขึ้นมา จะเริ่มเห็นภาพว่าสัญญาแต่ละตัวต่างกันตรงไหน

 

ITM, ATM และ OTM คืออะไรแบบเข้าใจง่าย

 

ถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายที่สุด 3 คำนี้คือวิธีบอกว่า Strike ของสัญญานั้นอยู่ตรงไหน เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันของหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิง

  • ITM (In the Money) คือสัญญาที่อยู่ในสถานะที่มีมูลค่าในตัวอยู่แล้ว
  • ATM (At the Money) คือสัญญาที่มี Strike Price อยู่ใกล้กับราคาปัจจุบันมากที่สุด
  • OTM (Out of the Money) คือสัญญาที่ Strike Price ยังอยู่ห่างออกไป และยังไม่มีมูลค่าในตัว

 

สิ่งที่สำคัญคือ 3 คำนี้ไม่ได้ใช้แค่เพื่อจำศัพท์ แต่ใช้เพื่อช่วยให้เราอ่าน Option Chain ได้ลึกขึ้นว่า สัญญาแต่ละตัวอยู่ในตำแหน่งแบบไหน

 

ITM, ATM และ OTM ของ Call ดูยังไง

 

สำหรับ Call Option วิธีดูแบบง่ายคือดูว่า Strike อยู่ต่ำหรือสูงกว่าราคาปัจจุบันของหุ้นหรือ ETF ที่อ้างอิง

  • ถ้า Strike Price ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน สัญญามักอยู่ในกลุ่ม ITM
  • ถ้า Strike Price อยู่ใกล้ราคาปัจจุบันมาก สัญญามักอยู่ในกลุ่ม ATM
  • ถ้า Strike Price สูงกว่าราคาปัจจุบัน สัญญามักอยู่ในกลุ่ม OTM

ถ้ามองแบบคนลงทุนหุ้น Call ที่เป็น ITM จะดูเหมือนอยู่ในสถานะที่ใกล้กับราคาตลาดมากกว่า ส่วน OTM จะอยู่ไกลออกไปและต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของ underlying มากขึ้นกว่าจะเข้าใกล้จุดที่สัญญามีมูลค่าในตัว

 

ITM, ATM และ OTM ของ Put ดูยังไง

 

สำหรับ Put Option แนวคิดจะกลับกันกับ Call

  • ถ้า Strike Price สูงกว่าราคาปัจจุบัน สัญญามักอยู่ในกลุ่ม ITM
  • ถ้า Strike Price อยู่ใกล้ราคาปัจจุบันมาก สัญญามักอยู่ในกลุ่ม ATM
  • ถ้า Strike Price ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน สัญญามักอยู่ในกลุ่ม OTM

จุดที่มือใหม่ควรจำให้แม่นคือ คำว่า ITM หรือ OTM ไม่ได้ดูจากคำว่า Call หรือ Put อย่างเดียว แต่ต้องดูร่วมกับตำแหน่งของ Strike Price เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันของ underlying ด้วย

 

ทำไมการดูสถานะของ Options ถึงสำคัญ

 

เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะคนเริ่มต้นจำนวนไม่น้อยมักเปิด Option Chain แล้วดูแค่พรีเมียม หรือดูแค่ว่า Strike Price ไหนอยู่ใกล้ตา แต่ยังไม่รู้ว่าสถานะของสัญญานั้นเป็นแบบไหน

ในทางใช้งานจริง สถานะของสัญญามีผลกับหลายเรื่อง เช่น

  • ความไวของสัญญาต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของ underlying
  • ระดับของค่าพรีเมียม
  • โอกาสที่สัญญาจะตอบสนองต่อมุมมองตลาดเร็วหรือช้า
  • วิธีเลือกสัญญาให้เหมาะกับมุมมองและกรอบเวลา

เพราะฉะนั้น ถ้าดู ITM, ATM และ OTM ให้ออก คุณจะเริ่มมอง Strike Priceได้ชัดขึ้นมากกว่าการดูเป็นแค่ตัวเลขเรียงกัน

 

ITM, ATM และ OTM เชื่อมกับการเลือก Strike Price ยังไง

เวลาคนพูดว่า “เลือก Strike Price” ในความเป็นจริงก็คือการเลือกด้วยว่า คุณอยากอยู่ในสัญญาที่มีสถานะเป็น ITM, ATM หรือ OTM

 

ตัวอย่างเช่น

  • ถ้าคุณเลือก Strike Price ที่อยู่ใกล้ราคาปัจจุบันมาก คุณก็มักกำลังมองสัญญาแบบ ATM
  • ถ้าคุณเลือก Strike Price ที่อยู่ลึกเข้ามาอีกฝั่งหนึ่ง คุณก็มักกำลังมอง ITM
  • ถ้าคุณเลือก Strike Price ที่อยู่ไกลออกไป คุณก็มักกำลังมอง OTM

 

ดังนั้น ก่อนจะไปถึงคำถามว่า Strike Price ไหนน่าสนใจ ควรเริ่มจากคำถามก่อนว่า คุณกำลังมองสัญญาสถานะไหนอยู่

 

ถ้าคุณเคยลงทุนหุ้นมาก่อน...

ถ้าคุณมาจากหุ้น คุณอาจชินกับการดูแค่ราคาปัจจุบัน แนวรับ แนวต้าน หรือกรอบเป้าหมาย แต่ใน Options คุณต้องดูเพิ่มว่า Strike Price ที่เลือกอยู่ห่างจากราคาปัจจุบันแค่ไหน และนั่นทำให้สัญญาอยู่ในสถานะใด

 

สิ่งที่ผู้เริ่มใช้ Options มักเจอได้บ่อยคือ เห็นสัญญาที่ค่าพรีเมียมที่ใช้เงินลงทุนน้อยแล้วสนใจทันที แต่ยังไม่ได้ดูว่าสัญญานั้นเป็น OTM ที่ไกลออกไปมากหรือเปล่า ซึ่งทำให้การตัดสินใจอาจไม่ตรงกับมุมมองตลาดจริง ๆ

 

มือใหม่ควรรู้อะไรก่อนอ่านบทต่อไป

 

1) อย่าดู Strike Price แบบตัวเลขลอย ๆ

ควรดูเสมอว่า Strike ที่เห็นอยู่ทำให้สัญญานั้นเป็น ITM, ATM หรือ OTM

 

2) คำว่า ITM, ATM และ OTM ไม่ได้บอกว่าสัญญาไหนดีสุดเสมอไป

แต่ช่วยให้เห็นว่าสัญญานั้นอยู่ในตำแหน่งแบบไหน และเหมาะกับการใช้งานลักษณะใดมากกว่า

 

3) เรื่องนี้จะเชื่อมต่อโดยตรงกับการเลือก Strike Price และ Expiry

เมื่อเข้าใจสถานะของสัญญาแล้ว บทถัดไปจะง่ายขึ้นมาก เพราะคุณจะเริ่มเห็นว่าควรเลือกสัญญาให้ตรงกับมุมมองและกรอบเวลายังไง

 

คำถามที่พบบ่อย

ITM คืออะไรแบบสั้นที่สุด

คือสัญญาที่อยู่ในสถานะที่มีมูลค่าในตัวอยู่แล้ว

 

ATM คืออะไร

คือสัญญาที่ Strike Price อยู่ใกล้กับราคาปัจจุบันของ underlying มากที่สุด

 

OTM คืออะไร

คือสัญญาที่ Strike Price ยังอยู่ห่างออกไป และยังไม่มีมูลค่าในตัว

 

มือใหม่ควรเริ่มดูสถานะของสัญญาก่อนอะไร

ควรเริ่มจากดูว่ากำลังดู Call หรือ Put แล้วค่อยดูว่า Strike Price นั้นทำให้สัญญาอยู่ในสถานะ ITM, ATM หรือ OTM

 

สรุป

ITM, ATM และ OTM เป็นคำที่ช่วยให้คุณอ่านสถานะของ Options ได้เร็วขึ้น และช่วยให้การดู Strike มีความหมายมากขึ้นกว่าการมองเป็นแค่ตัวเลขเรียงกันใน Option Chain

 

สำหรับมือใหม่ ถ้าเข้าใจ 3 คำนี้ได้ชัด คุณจะเริ่มมองสัญญาเป็น “ตำแหน่ง” มากขึ้น ไม่ใช่แค่เห็นว่าตัวไหนค่าพรีเมียมถูกหรือตัวไหนดูใกล้ตา และนั่นจะช่วยให้การเลือกสัญญาในขั้นถัดไปเป็นระบบขึ้นมาก

 

ตอนถัดไป เราจะไปต่อกับเรื่องที่เชื่อมจากบทนี้โดยตรง นั่นคือ “เลือก Strike Price และ Expiry ยังไงให้ตรงมุมมองตลาด”

อ่านต่อในตอนถัดไป

ตอนที่ 9

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5