ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะ "อ่อนแรง" นักลงทุนหลายคนมักลังเลว่าจะ “พักก่อน” หรือ “หาจังหวะเข้าทำกำไร” ซึ่งความจริงแล้ว ตลาดขาลงก็เป็นโอกาสทำเงินได้เช่นกัน หากมีระบบที่ชัดเจนและควบคุมความเสี่ยงได้ดี บทความนี้จะพาคุณไปดูภาพรวมตลาดช่วงอ่อนแรง เทคนิคจับจังหวะ Pullback ที่ใช้ได้จริง และวิธีบริหาร Position Size เพื่อให้กลยุทธ์ Short Futures ทำงานได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน
กลยุทธ์ Short Futures เมื่อ SET50 Index อ่อนแรง เทคนิคจับจังหวะ Pullback – การจัด Position Size อย่างมืออาชีพ

- มองภาพใหญ่: เมื่อใดที่ตลาดเข้าสู่ภาวะ “อ่อนแรง”
ก่อนจะเทรดฝั่ง Short เราต้องรู้ก่อนว่า “ตลาดกำลังอ่อนแรงจริงหรือไม่” โดยพิจารณาจากพฤติกรรมราคาและสภาพแวดล้อมของตลาด
สัญญาณของตลาดอ่อนแรงมีอะไรบ้าง?
- ดัชนีทำ “Lower High” และ “Lower Low” ต่อเนื่อง
แสดงถึงแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน การดีดตัวทุกครั้งไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ และทุกครั้งที่ลง ทำจุดต่ำใหม่ - หลุดแนวรับสำคัญ เช่น เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน
เมื่อราคาลงต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยที่นักลงทุนมักใช้เป็นแนวรับ เช่น EMA50 หรือ EMA100 แปลว่าโมเมนตัมเริ่มเปลี่ยนเป็นลบ - Volume แผ่วในช่วงดีดขึ้น แต่พุ่งแรงในวันที่ลง
เป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มขาดแรงซื้อ และแรงขายกำลังเข้ามาเป็นฝ่ายควบคุม - ข่าวลบสะสม เช่น ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง กำไรบจ.หดตัว
ปัจจัยพื้นฐานย่ำแย่จะกดดันให้แนวโน้มเทคนิคเข้าสู่ขาลงได้ง่ายยิ่งขึ้น
- กลยุทธ์ Short Futures: การทำกำไรจากขาลงอย่างมีแผน
Short Futures เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของนักเทรดสายเทคนิคที่ต้องการใช้ประโยชน์จากตลาดขาลง โดยเฉพาะเมื่อเห็นแนวโน้มอ่อนแรงชัดเจน
ข้อดีของการ Short Futures
- ทำกำไรจากการคาดการณ์ว่าตลาดจะปรับฐาน
ไม่ต้องรอให้ตลาดฟื้นขึ้นถึงจะได้กำไร ใช้แนวโน้มขาลงให้เป็นโอกาส - ใช้เงินวางประกันน้อยกว่า จำนวนเงินที่ลงทุนในหุ้น
เปิดสถานะ Futures ใช้ Margin ประกันเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญา จึงใช้ทุนเริ่มต้นน้อยกว่า - มีความยืดหยุ่นสูง ซื้อ-ขายได้ระหว่างวัน
Futures มีสภาพคล่องสูง เหมาะกับการเทรดเก็งกำไรแบบสั้นและปรับกลยุทธ์ทันที
สิ่งที่ต้องระวัง
- ความเสี่ยงสูงกว่าฝั่ง Long เนื่องจากราคาลงจำกัด แต่ขึ้นได้ไม่จำกัด
ตลาดอาจเด้งแรงจากข่าวดีหรือแรงซื้อแบบ Panic Buying ได้ตลอดเวลา - ต้องใช้ Stop Loss อย่างเคร่งครัด
เพื่อป้องกันการขาดทุนหนักเมื่อราคาวิ่งสวนทาง - ไม่ควร Short "สวนเทรนด์ใหญ่" หากแนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น
ต้องแยกให้ออกว่าเป็นการพักตัวในขาขึ้น หรือเป็นจุดเปลี่ยนแนวโน้มจริง ๆ
ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะ
- S50 Futures – เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการความคล่องตัวสูง
- SET50 Options (Long Put) – จำกัดความเสี่ยงด้วย Premium ที่จ่าย
- เทคนิคจับจังหวะ Pullback: ไม่ใช่แค่เดาราคา แต่ต้องมีเหตุผล
Pullback คือโอกาสทองในการ Short ต้นทุนดี เพราะตลาดที่อ่อนแรงมักจะดีดกลับชั่วคราวก่อนจะลงต่อ
วิธีดู Pullback ที่มีคุณภาพ
- ราคาดีดขึ้นใกล้เส้นค่าเฉลี่ย เช่น EMA20 หรือ EMA50 แล้วเริ่มชะลอ
ใช้เส้นเฉลี่ยเป็นแนวต้านจิตวิทยา เพื่อรอให้ราคาทดสอบแล้วอ่อนแรง - เกิดแท่งเทียนกลับตัว เช่น Shooting Star หรือ Bearish Engulfing
เป็นสัญญาณว่าแรงซื้อหมด และแรงขายกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกม - ใช้ Fibonacci Retracement 50–61.8% เพื่อหาโซน Short
โซนยอดฮิตที่นักเทรดทั่วโลกจับตา มักเกิดแรงขายในบริเวณนี้ - ดู Volume ประกอบ: ดีดขึ้นแต่ Volume ลดลง
แสดงว่าแรงซื้ออ่อน ไม่มีความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหญ่
ภาพประกอบจาก EfinanceThai
ตัวอย่าง:
SET50 หลุด 917 จุด ลงไปที่ 880.10 จุด ก่อนจะดีดขึ้นมาที่ 913 จุด ชนแนว EMA50 เป็นจุดที่มีเหตุผลในการเปิด Short และตั้ง Stop Loss ที่เหนือ 923 จุด และ ปิดShort ทำกำไรที่ 883 จุด เป็นต้น
- การจัด Position Size: เทคนิคที่มืออาชีพไม่มองข้าม
การจัดขนาดสัญญา (Position Size) คือหัวใจของการควบคุมความเสี่ยง หากผิดทาง ขาดทุนต้องไม่กระทบพอร์ตหนัก
แนวคิด Risk-Based Position Sizing
- กำหนด %Risk ต่อการเทรด เช่น 1–2% ของเงินทุน
หากพอร์ต 100,000 บาท การขาดทุนต่อเทรดไม่ควรเกิน 1,000–2,000 บาท - หาจุด Stop Loss ที่ชัดเจน
เช่น ถ้าราคาเข้า Short ที่ 765 จุด และ Stop ที่ 770 จุด = 5 จุด - คำนวณจำนวนสัญญาตามสูตร:
Position Size = เงินที่ยอมขาดทุน ÷ (จุด Stop x Tick Value)
ตัวอย่าง:
- เงินทุน 100,000 บาท
- รับความเสี่ยง 2% = 2,000 บาท
- Stop Loss = 5 จุด / Tick = 200 บาท
→ Loss ต่อสัญญา = 1,000 บาท → เปิดได้ 2 สัญญา
- ตัวอย่างแผนเทรด: วางแผนแบบมีวินัย
การมีแผนชัดเจนจะทำให้เทรดมีวินัย ไม่หลุดอารมณ์ ไม่ลังเลเวลาตลาดเหวี่ยงแรง
สถานการณ์สมมุติ:
- SET50 อ่อนแรง หลุด 917จุด → แนวโน้มเริ่มเป็นขาลง
- ดีดกลับมาทดสอบ EMA50 ที่ 913 จุด
แผนเทรด:
รายการ | S50U25 |
|---|---|
จุดเข้า Short | 913 |
จุดตัดขาดทุน | 923 |
จุดทำกำไร | 883 |
ขนาดสัญญา | 1 สัญญา |
RR Ratio | 3:1 (30 จุด : 10 จุด) |
ผลลัพธ์:
- ถ้าเทรดสำเร็จ = กำไร 6,000 บาท
- ถ้าผิดทาง = ขาดทุนจำกัดที่ 2,000 บาท
หมายเหตุ : กำไร/ขาดทุน จากในบทความนี้ยังไม่ได้รวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- สรุป: เล่นขาลงก็ได้เปรียบ ถ้าเล่นอย่างมีระบบ
Short Futures ไม่ได้มีไว้แค่ “สวนกระแส” แต่เป็นเครื่องมือสำหรับนักเทรดที่รู้จักมองตลาดตามแนวโน้มจริง ๆ และวางแผนเทรดอย่างมีวินัย
Checklist สำหรับนักเทรด Short Futures:
- ตลาดอ่อนแรงจริงหรือแค่พักฐาน ดูจากโครงสร้างราคา, เส้นค่าเฉลี่ย, Volume, และข่าวประกอบ
- มีสัญญาณ Pullback ที่ชัดเจน ใช้เทคนิคเพื่อรอจังหวะเข้าจุดที่ “เสี่ยงต่ำ-ผลตอบแทนสูง”
- วางแผน Stop Loss & Target ก่อนเข้าเทรด ห้ามเทรดก่อนรู้ว่า “จะตัดขาดทุนตรงไหนหากผิดทาง และ ปิดทำกำไรที่เท่าไหร่” กำหนด Risk Reward Ratio ทุกครั้ง
- จัดขนาดสัญญาตามเงินทุน ไม่เทรดเปิดสัญญามากเกินกว่าความเสี่ยงที่พอร์ตจะรองรับไหว แม้มั่นใจ ต้องมีวินัยทุกครั้ง
- เขียนแผน – เทรดตามแผน – บันทึกผล เพื่อพัฒนาแผนเทรดให้ดีขึ้นในระยะยาว การบันทึกผลการเทรดจะช่วยทำให้เรารู้ความอัตราความแม่นยำ และกำไร/ขาดทุนต่อครั้งของการเทรด ซึ่งมีความสำคัญในการใช้พัฒนา การตัดสินใจ และปรับปรุง จุดทำกำไร/ตัดขาดทุนให้เหมาะกับการเทรดได้มากขึ้น
หากคุณยังไม่คุ้นเคยกับ Futures หรือยังไม่แน่ใจว่ากลไกการทำกำไรจากการ “Short” ทำงานอย่างไร แนะนำให้อ่านบทความ “เริ่มต้นเทรด Futures ต้องรู้อะไรบ้าง” เพื่อเข้าใจหลักการพื้นฐาน เช่น การเปิดสถานะ Long/Short การคำนวณกำไรขาดทุน Leverage และ Margin ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนนำไปใช้กับกลยุทธ์เทรดจริง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่ม เรื่องกราฟแท่งเทียน
https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/investsnack/easyfinance/start-your-first-investment/guide-to-reading-candlestick-charts
TFEX
🚀 ลงทุน TFEX เข้าถึงโอกาสทำกำไรในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว
เพียงแค่เปิดบัญชีกับ InnovestX และ Activate บัญชี TFEX
- เปิดบัญชี InnovestX 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
- Activate TFEX: อ่านขั้นตอนการเปิดใช้บริการ 👉 https://www.innovestx.co.th/products/derivatives/product-tfex
⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งที่รับประกันผลงานในอนาคต เงินลงทุนอาจสูญหาย และควรศึกษาความเสี่ยงก่อนลงทุน
