Build Your Portfolio

แบ่งเงินเป็น 4 ส่วน: เงินสำรองฉุกเฉิน พอร์ต Income พอร์ต Stable Growth และพอร์ต Opportunistic ให้เงินทุกบาทมีหน้าที่ของตัวเอง

18 Aug 26 12:58 PM
Wealth3

ลองนึกถึงวันที่คุณเก็บเงินก้อนแรกในชีวิตได้ 300,000 บาท ทั้งหมดนอนอยู่ในบัญชีออมทรัพย์

คำถามที่มักวนอยู่ในหัวคือ เงินก้อนนี้ควรเอาไปลงทุนอะไรดี หุ้น กองทุน หรือทองคำ

นี่คือคำถามแรกของใครหลายคน แต่ในมุมของการวางแผนการเงิน คำถามที่ควรมาก่อนคือ เงินแต่ละบาทของคุณมีหน้าที่อะไร

 

เงินก้อนเดียวไม่สามารถทำทุกหน้าที่ได้พร้อมกัน การจัดพอร์ตที่ดีจึงเริ่มจากการกำหนดหน้าที่ให้เงินแต่ละส่วนก่อน แล้วจึงค่อยเลือกว่าจะลงทุนในอะไร

 

ปัญหาของเงินก้อนเดียวที่ต้องทำทุกหน้าที่

สมมติว่าคุณนำเงินทั้งหมดไปซื้อหุ้น แล้วเดือนถัดมารถเสียต้องซ่อมด่วน คุณต้องขายหุ้นทันที และถ้าตลาดกำลังปรับฐานพอดี ขาดทุนบนกระดาษจะกลายเป็นขาดทุนจริง ในทางกลับกัน ถ้ากลัวความเสี่ยงจนฝากออมทรัพย์ไว้ทั้งหมด ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินเฟ้อก็ทำให้เงินก้อนเดิมซื้อของได้น้อยลงทุกปี

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การเลือกสินทรัพย์ผิด แต่คือการให้เงินก้อนเดียวรับทุกหน้าที่พร้อมกัน ทั้งเป็นเงินฉุกเฉิน เงินเกษียณ และเงินไล่ตามโอกาส ไม่มีสินทรัพย์ใดทำได้ดีทั้งสามอย่างในเวลาเดียวกัน

เมื่อแบ่งหน้าที่ของเงินให้ชัดตั้งแต่ต้น คุณจะเก็บเงินส่วนที่ต้องปลอดภัยไว้ให้ปลอดภัยจริง และเปิดรับความเสี่ยงกับเงินอีกส่วนได้อย่างสบายใจในเวลาเดียวกัน

 

เงิน 4 ส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่ของตัวเอง

  • เงินสำรองฉุกเฉิน มีหน้าที่พร้อมให้ใช้ทันทีเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝัน โดยไม่ต้องไปรบกวนเงินส่วนอื่น
  • พอร์ต Income พอร์ตสร้างกระแสเงินสด มีหน้าที่สร้างรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอระหว่างทาง
  • พอร์ต Stable Growth พอร์ตหลักที่กระจายการลงทุน มีหน้าที่ทำให้เงินเติบโตอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวจนถึงเป้าหมายใหญ่ของชีวิต
  • พอร์ต Opportunistic พอร์ตของการลงทุนเติบโตสูงและการเทรด มีหน้าที่เปิดทางให้คุณคว้าโอกาสที่น่าสนใจ โดยไม่กระทบแผนใหญ่

 

เงินสำรองฉุกเฉิน

เงินส่วนนี้มีหน้าที่เดียวคืออยู่ตรงนั้นเสมอในวันที่คุณต้องการ ขนาดที่ใช้กันทั่วไปคือ 3 ถึง 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เครื่องมือสำหรับส่วนนี้ต้องแน่นอนและถอนได้เร็ว ได้แก่ บัญชีออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund กองทุนพักเงินในเงินฝากและตราสารหนี้อายุสั้น ถอนได้เร็ว) และกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ผลตอบแทนไม่สูง เพราะหน้าที่ของมันคือความพร้อม ไม่ใช่การเติบโต และไม่ควรอยู่ในสินทรัพย์ที่ราคาผันผวนหรือกองทุนที่ติดเงื่อนไขถือครองยาว

ส่วนเงินที่เหลือจากเงินสำรองฉุกเฉิน คือเงินลงทุนที่แบ่งไปตามหน้าที่ของอีกสามพอร์ตต่อไปนี้

 

พอร์ต Income เงินเดือนที่สองของคุณ

พอร์ตนี้รวมทุกอย่างที่สร้างรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ จนอาจเรียกได้ว่าเป็นเงินเดือนที่สองของคุณ เครื่องมือได้แก่ หุ้นปันผล หุ้นกู้ กองทุนที่สร้างกระแสเงินสด และ REIT (กองทรัสต์ที่นำรายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์มาจ่ายผู้ถือหน่วยสม่ำเสมอ)

 

พอร์ต Stable Growth เครื่องยนต์เติบโตของเงินระยะยาว

พอร์ตนี้เป็นพอร์ตหลักของเงินลงทุน หน้าที่คือทำให้เงินเติบโตในระยะยาวผ่านพอร์ตที่กระจายการลงทุนอย่างสมดุล ไม่หวือหวา แต่พาไปถึงเป้าหมาย เครื่องมือที่เหมาะได้แก่ พอร์ตลงทุนที่จัดสรรสินทรัพย์ไว้ครบทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำที่ช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อตลาดหุ้นผันผวน กองทุนดัชนี (Index Fund กองทุนที่ลงทุนตามดัชนีตลาด ค่าธรรมเนียมต่ำ) กองทุนรวมผสมที่กระจายการลงทุนทั่วโลก และกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง RMF และ Thai ESG ที่เงื่อนไขถือครองยาวสอดคล้องกับหน้าที่ของพอร์ตนี้พอดี หลายคนมีพอร์ตนี้อยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 

พอร์ต Opportunistic พื้นที่ของโอกาสที่คุมความเสี่ยงไว้แล้ว

พอร์ตนี้แบ่งได้เป็นสองแบบ แบบแรกคือการลงทุนในหุ้นรายตัวและกองทุนธีมหุ้นเติบโตสูง ส่วนแบบที่สองคือการเทรดเพื่อหาจังหวะในระยะสั้น สัดส่วนถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 30% ของเงินลงทุน และการถูกจำกัดนี้เองคือสาระสำคัญ เพราะต่อให้ผิดทาง แผนใหญ่ของชีวิตก็ยังเดินต่อได้ พอร์ต Opportunistic จึงเปรียบเหมือนสนามที่มีรั้วรอบ ความอยากลองของคุณได้ออกวิ่งเต็มที่ในสนามนี้ แทนที่จะไปวิ่งในเงินก้อนที่ห้ามแตะ

 

ก้าวแรกของคุณ

ก้าวแรกยังไม่ใช่การเปิดแอปซื้อสินทรัพย์ลงทุน แต่คือการเขียนตัวเลขเงินทั้งหมดที่คุณมี แล้วลองแบ่งหน้าที่ให้เงินแต่ละส่วนดู เมื่อเงินทุกบาทรู้หน้าที่ของตัวเองแล้ว คำถามว่าจะลงทุนในอะไรจะตอบง่ายขึ้นมาก

 

พอร์ตที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่พอร์ตที่ผลตอบแทนสูงที่สุดในปีที่ดี แต่คือพอร์ตที่ทำให้คุณนอนหลับสบายในปีที่แย่ และอยู่กับแผนได้จนถึงวันที่เป้าหมายมาถึง

 

⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งที่รับประกันผลงานในอนาคต เงินลงทุนอาจสูญหาย และควรศึกษาความเสี่ยงก่อนลงทุน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5