ลงทุนก้าวแรก

สอนเทรดหุ้นฉบับมือใหม่ เข้าใจ ทำกำไรได้ใน 5 นาที

19 Jun 23 8:00 AM
Blog-7---web-tb-20240912045513
สรุปสาระสำคัญ

การลงทุนในหุ้นเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างความมั่งคั่งที่ช่วยต่อยอดเงินเก็บให้เติบโตมากกว่าการฝากธนาคาร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจว่า “หุ้น” เป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนและต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนที่ดี นักเล่นหุ้นมือใหม่จึงควรเริ่มจากการรู้จักประเภทของหุ้น ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา ความเสี่ยงที่ต้องรับได้ รวมถึงรูปแบบการลงทุน เช่น การลงทุนเน้นคุณค่า (VI), การเติบโต (Growth), เชิงรุก (Active) และเชิงรับ (Passive) เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมาย วางแผนพอร์ต และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การเล่นหุ้นเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนในระยะยาว

การนำเงินเก็บไปต่อยอดด้วยการลงทุนในหุ้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ใครหลายคนได้ยินมาตั้งแต่เด็กจนโต ซึ่งถึงจะดูสร้างผลตอบแทนได้ง่าย ๆ จากการซื้อขาย แต่หุ้นกลับเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่มีรายละเอียด ความซับซ้อน รวมไปถึงความเสี่ยงเฉพาะตัว จนทำให้ใครหลายคนไม่กล้าที่จะนำเงินเก็บมาเสี่ยงในสนามการลงทุนแห่งนี้

อย่างไรก็ดี การเก็บเงินไว้ในบัญชีเงินฝากเพียงอย่างเดียวก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มูลค่าเงินจะลดลงจากสภาวะเงินเฟ้อได้เช่นกัน ซึ่งหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่อยากเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเรื่องมูลค่าเงิน และต้องการต่อยอดเงินเก็บด้วยการลงทุนในหุ้นดูบ้าง แต่ยังไม่เข้าใจวิธีการเล่นหุ้น และไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่นหุ้นยังไง ลองมาทำความรู้จักกับทุกเรื่องสำคัญที่คนเล่นหุ้นมือใหม่ควรรู้กัน !

 

มือใหม่อยากเล่นหุ้นต้องทำยังไง

 

หุ้นคืออะไร ? รู้จักหุ้นให้มากขึ้นก่อนตัดสินใจเปิดพอร์ต

ตามคำนิยามแล้ว หุ้น หรือ ตราสารทุน คือ ตราสารที่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ออกเพื่อระดมเงินทุนไปใช้ในกิจการ โดยผู้ถือตราสารทุน หรือผู้ถือหุ้น (Holder) จะมีฐานะเป็นเจ้าของกิจการร่วม ซึ่งจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทน ทั้งจากการซื้อขายตราสารทุน สิทธิในการจองซื้อหุ้น หรือบางธุรกิจอาจมีนโยบายจัดสรรเงินปันผลให้กับนักลงทุนด้วยเช่นกัน

  

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น “หุ้น” จะเป็นตัวบอกสัดส่วนความเป็นเจ้าของในธุรกิจที่เราลงทุน ซึ่งจะมีความหมายคล้ายกับการร่วมหุ้นกับเพื่อน หรือหุ้นส่วนเพื่อลงทุนทำธุรกิจ ซึ่งกำไรจากธุรกิจจะจัดสรรปันส่วนไปตามจำนวนหุ้นที่ถือนั่นเอง

  

ประเภทของหุ้น

แม้ว่าการแบ่งประเภทหุ้นจะสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งตามผลตอบแทน ตลาดการลงทุน ไปจนถึงประเภทของธุรกิจ แต่โดยภาพรวมแล้ว หุ้นจะมีด้วยกัน 2 ประเภทหลัก คือ

  

1. หุ้นสามัญ (Common Stock)

เป็นหุ้นที่นักลงทุนมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ และมีสิทธิออกเสียงในการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในแง่มุมต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในส่วนแบ่งกำไร (เงินปันผล)

  

2. หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock)

เป็นหุ้นที่นักลงทุนจะไม่มีสิทธิออกเสียงใด ๆ ในธุรกิจ แต่จะได้รับเงินปันผลในอัตราคงที่ ทั้งยังได้รับเงินทุนคืนก่อนผู้ลงทุนในหุ้นสามัญ หากเกิดเหตุที่ธุรกิจต้องเลิกกิจการหรือขายสินทรัพย์เพื่อชำระบัญชี

  

ราคาหุ้นถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง ?

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษาหุ้น และสงสัยว่าหุ้นเล่นยังไง การทำความเข้าใจราคาหุ้นถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั่วไปแล้ว ราคาหุ้นจะประกอบขึ้นมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  

  • มูลค่าแท้จริง มาจากทั้งเศรษฐกิจ ผลประกอบการ และความสามารถในบริหารงานของธุรกิจ ซึ่งเป็นทั้งตัวกำหนดมูลค่าและความเสี่ยงของหุ้น
  • ความคาดหวังจากนักลงทุน เช่น ผลตอบแทนจากเงินปันผลและส่วนต่างการซื้อขาย นำมาซึ่งความต้องการซื้อและขายหุ้นที่แตกต่างกัน ทำให้ราคาซื้อขายแตกต่างกันด้วย

  

ความเสี่ยงของการลงทุนหุ้นที่ต้องเข้าใจ

นักเทรดหุ้นมือใหม่หลายคนมักสงสัยอยู่เสมอว่า เราจะสามารถเริ่มเล่นหุ้นแบบไม่รู้อะไรเลยได้ไหม คำตอบคือ ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน ทำให้ไม่ได้รับผลตอบแทนตามเป้าหมายที่ต้องการและอาจสูญเสียเงินลงทุนด้วย

  

แม้ว่าความเสี่ยงในการลงทุนจะเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็หมายถึงโอกาสในการขาดทุนเช่นกัน ดังนั้น เพื่อช่วยให้วางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองมารู้จักความเสี่ยงในการลงทุนหุ้นให้มากขึ้นกัน

  

  • ความเสี่ยงของตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอารมณ์ของนักลงทุน เช่น หากเห็นหุ้นตัวไหนได้กำไรดีอาจมีการแห่ซื้อหุ้นจนทำให้ราคาผันผวน
  • ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ เช่น ภาวะเงินเฟ้อ และการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน
  • ความเสี่ยงจากหุ้นรายตัว เช่น ความสามารถของผู้ดูแลการลงทุน ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบริษัทอย่างมีการฟ้องร้อง มีการตกแต่งบัญชี ทำให้พื้นฐานของบริษัทดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลง
  • ความเสี่ยงจากธุรกิจ เช่น ผลประกอบการ หนี้สิน และประสิทธิภาพในการบริหารงานบริษัท หรือปัญหาที่เกิดขึ้นภายในอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

 

เริ่มเล่นหุ้นยังไงดี

 

เล่นหุ้นเริ่มยังไง ? อันดับแรกต้องเข้าใจการเลือกหุ้น

จะเริ่มเล่นหุ้นยังไงให้มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจถึงความหมาย ประเภท และปัจจัยเสี่ยงในการลงทุนในหุ้น ส่วนปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดหลังการเปิดพอร์ตหุ้นคือวิธีการเลือกหุ้นที่จะลงทุน โดยมือใหม่หัดลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นได้ 4 แบบ 

  

1. ลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน (Value Investment)

การลงทุนหุ้นโดยดูปัจจัยพื้นฐานหรือการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่หลายคนมักเรียกว่าการเล่นหุ้นแบบ VI คือ การลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่ดี มีโอกาสเติบโตและมีความมั่นคงสูง ทั้งยังมีประวัติในการจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนที่ดี

  

การลงทุนหุ้นแบบ VI เป็นการลงทุนสไตล์ Warren Buffett ที่อาศัยการวิเคราะห์ตลาดที่ครอบคลุมและมีการวางแผนการลงทุนระยะยาว มีการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น เพื่อเข้าซื้อหุ้นเมื่อราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าแท้จริง และขายออกเมื่อหุ้นมีราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง

  

2. ลงทุนเน้นการเติบโต (Growth Investment)

ผู้เล่นหุ้นมือใหม่ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจำนวนมากในระยะสั้น สามารถเลือกลงทุนหุ้นแบบเน้นการเติบโต หรือ Growth Investment ได้เช่นกัน โดยการลงทุนสไตล์นี้จะเน้นเลือกหุ้นจากกิจการหรือธุรกิจที่มีโอกาสในการเติบโตสูงในอนาคต ซึ่งอาจเป็นกิจการขนาดเล็ก สตาร์ทอัพ หรือธุรกิจเปิดใหม่ที่น่าจับตามอง ซึ่งนักลงทุนควรจะต้องพิจารณาเลือกหุ้นที่มีอัตราส่วนทางการเงินของสินทรัพย์ (Return of Equity) มากกว่า 15% ตลอดจนกำไรสุทธิของสินทรัพย์ (Earning Per Share) เพื่อดูกำไรที่แท้จริงของกิจการที่ต้องการร่วมลงทุน

  

3. ลงทุนเชิงรุก (Active Investment)

การลงทุนเชิงรุกเป็นการลงทุนหุ้นที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการสร้างความได้เปรียบบนความผันผวน มีความยืดหยุ่นสูง และนิยมเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนจำนวนมากในระยะเวลาสั้น

  

สำหรับใครที่ต้องการเล่นหุ้นสไตล์นี้ ขอแนะนำให้ทำการศึกษาและวางแผนการลงทุนให้รอบคอบ ตั้งแต่เวลาซื้อขาย จังหวะตลาด ไปจนถึงปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อราคา เพื่อตัดสินใจซื้อและขายในทันที

  

4. ลงทุนเชิงรับ (Passive Investment)

การลงทุนเชิงรับเป็นการลงทุนหุ้นเพื่อหวังผลในระยะยาว หรือเพื่อเป้าหมายที่ต้องการในอนาคต เช่น การเกษียณอายุ ไปจนถึงการสร้างรายรับหลังเกษียณ มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเงินทุน และมีความเสี่ยงของหุ้นให้เลือกลงทุนอย่างหลากหลาย

  

นักลงทุนหุ้นเชิงรับควรพิจารณาจังหวะในการซื้อและขายให้ดี รวมถึงควรศึกษาตลาดและพื้นฐานของกิจการที่ต้องการร่วมลงทุนให้ได้ ที่สำคัญ ไม่ควรปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนบ่อย เนื่องจากอาจทำให้ไม่ได้รับผลตอบแทนตามเป้าหมายที่ต้องการ

  

อยากเล่นหุ้นต้องเริ่มยังไง ? เริ่มต้นได้จาก 5 เช็กลิสต์นี้เลย !

หุ้นถือเป็นทรัพย์สินที่มีความหลากหลายทั้งในแง่อุตสาหกรรมและระดับความเสี่ยง ยิ่งในปัจจุบันมีแอปเทรดหุ้นที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการลงทุน และมีวิธีเทรดหุ้นหรือวิธีเล่นหุ้นสำหรับมือใหม่ให้เลือกศึกษาได้หลายช่องทาง ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ผู้ที่มีต้นทุนจำกัด ฟรีแลนซ์ ไปจนถึงนักธุรกิจก็สามารถเริ่มต้นลงทุนในหุ้นได้เช่นเดียวกัน

  

แต่เพื่อให้ทุกคนได้ก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถสร้างผลตอบแทนที่นำไปต่อยอดตามความต้องการด้านอื่น ๆ ได้จริง เรามีขั้นตอนการเล่นหุ้นที่ควรเช็กให้ครบก่อนลงสนามลงทุนจริงมาแนะนำ

  

1. กำหนดเป้าหมายการลงทุนก่อน (Value Investment)

การกำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน ไม่เพียงแต่จะช่วยเลือกหุ้นที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังช่วยเลือกระดับความเสี่ยง ระยะเวลาในการลงทุน ไปจนถึงเงินลงทุนที่ต้องลงทุนในแต่ละช่วงเวลา พร้อมช่วยวางแผนการลงทุนให้มีประสิทธิภาพ

  

จะต้องการลงทุนเพื่อการเกษียณ หรือเป้าหมายระยะสั้น ก็ควรกำหนดตัวเลขและผลประกอบการที่ต้องการให้ชัดเจน จากนั้นจึงพิจารณาเลือกหุ้นที่ตอบโจทย์เพื่อให้พาไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ

  

2. พิจารณาความเสี่ยงที่รับไหว

หลังจากที่กำหนดเป้าหมายได้แล้ว ลำดับถัดไปก็ถึงเวลาพิจารณาความเสี่ยงที่รับไหว ซึ่งอาจพิจารณาได้จากหลายปัจจัย เช่น รายรับ รายจ่ายประจำ หรือภาระการดูแลครอบครัว

  

3. วางแผนการลงทุนให้ครบทุกระยะ

การวางแผนการลงทุนให้ครบทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นการบริหารพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพในระยะเวลาต่าง ๆ ได้เช่นกัน นักลงทุนอาจเลือกเปิดพอร์ตหุ้นออนไลน์ เพื่อลงทุนหุ้นในดัชนีต่างประเทศ เช่น หุ้นใน S&P500 หรือกองทุน ETF ร่วมกับหุ้นไทย เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากตลาดต่างประเทศในขณะที่ตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะขาลง หรือมีความผันผวนมาก

  

การจัดพอร์ตโดยการเลือกลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศร่วมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม จะสามารถตอบโจทย์การลงทุนระยะสั้น กลาง และยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกจังหวะของตลาด

  

4. อย่าลืมปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม

อีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่นักเล่นหุ้นมือใหม่ต้องรู้คือ ไม่มีหุ้นตัวไหนที่สร้างผลตอบแทนได้ดีตลอดเวลา เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่มีประสิทธิภาพในทุกช่วงเวลา นักลงทุนจึงควรปรับพอร์ตการลงทุนหุ้นตามระยะเวลาที่กำหนดด้วย

เช่น อาจกำหนดการทำ Asset Allocation ทุก 3 เดือนไปจนถึง 1 ปี เพื่อปรับสมดุลพอร์ต หรือสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น โดยอาจทำการพิจารณาเลือกหุ้นที่สร้างผลตอบแทนในระดับที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ หรือวิเคราะห์หุ้นจากปัจจัยพื้นฐานที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น

  

5. วางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพ (Value Investment)

นอกจากจะศึกษาข้อมูลจากบทความสอนเทรดหุ้นสำหรับมือใหม่แล้ว การวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะแม้การลงทุนหุ้นจะเริ่มได้ด้วยเงินหลักร้อย แต่อย่าลืมว่าการลงทุนหุ้นมาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะขาดทุน หากขาดการวางแผนอย่างรัดกุม สภาพคล่องทางการเงินด้านอื่นก็อาจได้รับผลกระทบ หรืออาจต้องนำเงินสำรองฉุกเฉินออกมาใช้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับสุขภาพทางการเงินในระยะสั้นและยาวได้

  

เมื่อเข้าใจรายละเอียดของหุ้นอย่างรอบด้าน พร้อมเก็บเช็กลิสต์ที่ต้องทำก่อนเริ่มลงทุนหุ้นได้ครบถ้วน ผู้หัดเล่นหุ้นมือใหม่ก็สามารถเลือกลงทุนหุ้นตัวแรกจากทั้งตลาดไทยและต่างประเทศได้แล้ว เพียงแค่เปิดพอร์ตหรือเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับ InnovestX เพื่อเริ่มลงทุนไปกับหุ้นศักยภาพสูงทั้งจากไทยและต่างประเทศได้ทันที

  

ดาวน์โหลดแอป InnovestX และสมัครสมาชิกได้ฟรี ทั้ง App Store, Google Play Store และ Huawei Gallery เริ่มต้นการลงทุนหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศได้ใน 5 ขั้นตอน

  1.  ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน InnovestX
  2.  เปิดบัญชีพร้อมยืนยันตัวตน และประเมินความเสี่ยงในการลงทุน
  3.  เติมเงินเข้าบัญชี
  4.  แลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ต้องการเทรด
  5.  เริ่มต้นเทรดได้ทันที

  

คำเตือน

*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

  

  

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  

Q : มือใหม่เริ่มต้นเล่นหุ้นจำเป็นต้องมีเงินทุนสูงไหม ?

A : ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ ปัจจุบันสามารถเริ่มลงทุนในหุ้นได้ตั้งแต่หลักร้อยบาทผ่านแอปเทรดหุ้นออนไลน์ โดยปัจจัยสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นอย่างมีวินัยและเข้าใจความเสี่ยง
  

Q : คนเล่นหุ้นมือใหม่ควรเลือกหุ้นแบบไหน ?

A : ควรเลือกหุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานมั่นคง กำไรเติบโตต่อเนื่อง และอยู่ในอุตสาหกรรมที่เข้าใจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะแรก
  

Q : เล่นหุ้นกับกองทุนรวมต่างกันอย่างไร ?

A : หุ้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการเลือกและบริหารพอร์ตด้วยตนเอง ส่วนกองทุนรวมเหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพบริหารแทนและกระจายความเสี่ยงอัตโนมัติ
  

Q : ต้องติดตามตลาดหุ้นทุกวันไหม ?

A : ไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา หากลงทุนระยะยาวตามแผนที่ชัดเจน แต่ควรตรวจสอบพอร์ตทุก 3-6 เดือน เพื่อประเมินผลและปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสภาพตลาด

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5