
Duan Yongping เป็นนักลงทุนที่นำประสบการณ์จากการสร้างธุรกิจมาใช้กับการลงทุน โดยมีหลักสำคัญคือ “ซื้อหุ้นให้เหมือนซื้อธุรกิจ” และพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ Right Business, Right People และ Right Price เขาไม่ได้เริ่มจากการหาหุ้นราคาถูก แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่า บริษัทมี Business Model ที่ดี ผู้บริหารมีคุณภาพ และมีความได้เปรียบที่ยั่งยืนหรือไม่
แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการลงทุนใน NetEase หลังวิกฤต Dot-com ซึ่งสร้างผลตอบแทนมหาศาล เพราะเขามองเห็นมูลค่าของธุรกิจที่ตลาดมองข้าม รวมถึงการลงทุนระยะยาวใน Apple ที่กลายเป็นหุ้นใหญ่ที่สุดในพอร์ต แม้เขาจะอยู่เบื้องหลัง OPPO และ vivo ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Apple ก็ตาม
บทเรียนสำคัญจาก Duan คือ นักลงทุนควร เข้าใจธุรกิจก่อนมองราคา เลือกคนบริหารที่ดี ลงทุนเฉพาะสิ่งที่เข้าใจ และให้เวลากับธุรกิจที่มีคุณภาพสร้างมูลค่าในระยะยาว มากกว่าพยายามคาดเดาราคาหุ้นระยะสั้น
หลายคนอาจไม่รู้จักชื่อ Duan Yongping (ต้วน หย่งผิง) แต่ในจีนเขาได้รับฉายาทั้ง “Warren Buffett แห่งจีน” และ “เจ้าพ่อวงการสมาร์ตโฟนจีน” เพราะไม่เพียงอยู่เบื้องหลังเส้นทางของ OPPO และ vivo แต่ยังสร้างชื่อจากการลงทุนใน NetEase และ Apple จนกลายเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ถูกจับตามองมากที่สุดของจีน
หลักการลงทุนของเขาฟังดูเรียบง่ายมาก โดยเขาเน้นซื้อหุ้นให้เหมือนซื้อธุรกิจ เลือก Right Business, Right People, Right Price และไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ
คำถามคือ คนที่เคยสร้างธุรกิจระดับพันล้าน มองเห็นอะไรในบริษัทหนึ่ง ก่อนตัดสินใจนำเงินเข้าไปลงทุน?
Investor Stories จาก InnovestX ตอนนี้จะพาไปถอดวิธีคิดของ Duan Yongping ตั้งแต่การสร้างธุรกิจ ไปจนถึงหลักการที่เขาใช้เลือกหุ้นและถือมันได้นานหลายปี

ก่อนเป็นนักลงทุน Duan Yongping เคยเข้าไปบริหารโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่มีปัญหา ก่อนสร้าง Xiaobawang (Subor) จนประสบความสำเร็จ และออกมาก่อตั้ง BBK Electronics ในปี 1995
สิ่งที่น่าสนใจคือ Duan Yongping ไม่ได้พยายามควบคุมทุกอย่างไว้คนเดียว แต่เลือกกระจายอำนาจให้คนเก่งดูแลธุรกิจแต่ละส่วน
หนึ่งในนั้นคือ Chen Mingyong ซึ่งต่อมาสร้าง OPPO และ Shen Wei ที่พัฒนาธุรกิจจนกลายเป็น vivo
ประสบการณ์นี้ทำให้ Duan Yongping เห็นว่า ธุรกิจที่ดีไม่ได้มีแค่สินค้า แต่ต้องมีทั้ง Business Model ที่แข็งแรง และคนที่เหมาะสม
จึงกลายมาเป็นกรอบการลงทุนของเขา
Right Business → Right People → Right Price
แนวคิดนี้มีความสำคัญ เพราะ Duan Yongping ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “หุ้นอะไรถูก?”
แต่เริ่มจาก “นี่คือธุรกิจที่เราอยากเป็นเจ้าของหรือไม่?”
เพราะราคาที่ถูก ไม่สามารถเปลี่ยนธุรกิจที่ไม่ดีให้กลายเป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ยมได้
หลังถอยจากงานบริหาร Duan Yongping เริ่มนำวิธีคิดแบบเจ้าของธุรกิจมาใช้กับตลาดหุ้น และหนึ่งในดีลที่สร้างชื่อที่สุดคือ NetEase
หลังฟองสบู่ Dot-com แตก NetEase เผชิญวิกฤตจนราคาหุ้นเคยลงไปแถว 0.64 ดอลลาร์ และถูกระงับการซื้อขายบน Nasdaq ชั่วคราว แต่ Duan มองเห็นว่าบริษัทยังมีเงินสด และธุรกิจเกมออนไลน์ยังมีศักยภาพ
ต้นปี 2002 เขาลงทุนมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาประมาณ 0.8 ดอลลาร์ต่อหุ้น ก่อนที่ NetEase จะฟื้นตัวและราคาขึ้นไปถึงราว 70 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2003 โดยมีรายงานว่าการลงทุนสร้างผลตอบแทนให้เขาเกือบ 200 ล้านดอลลาร์
ความเก่งของดีลนี้จึงไม่ใช่แค่ “กล้าซื้อหุ้นที่ตกหนัก” แต่คือการแยกให้ออกว่า อะไรคือราคาที่กำลังพังจากความกลัว และอะไรคือมูลค่าของธุรกิจที่ยังคงอยู่ และ NetEase ยังเชื่อม Duan ไปสู่อีกคนสำคัญในชีวิตของเขา เพราะในปี 2002 William Ding ผู้ก่อตั้ง NetEase ได้แนะนำให้เขารู้จัก Colin Huang ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้ก่อตั้ง Pinduoduo

หลายปีหลังจากดีล NetEase ในปี 2006 Duan ชนะการประมูลมื้อกลางวันการกุศลกับ Warren Buffett ด้วยราคา 620,100 ดอลลาร์ และพา Colin Huang ไปร่วมด้วย
จุดสำคัญคือ Duan Yongping ไม่ได้เพิ่งค้นพบ Value Investing จากมื้ออาหารครั้งนี้ เพราะเขาศึกษา Buffett และนำแนวคิดเรื่องมูลค่าธุรกิจมาใช้กับ NetEase ก่อนหน้านั้นแล้ว มื้อนี้จึงควรเล่าว่าเป็นการ ตอกย้ำ หลักที่เขาเชื่ออยู่แล้วว่า การซื้อหุ้นคือการซื้อส่วนหนึ่งของบริษัท
ก่อนถามว่า “หุ้นตัวนี้ถูกหรือยัง?” จึงต้องตอบให้ได้ก่อนว่า บริษัทหาเงินอย่างไร มีความได้เปรียบตรงไหน และเรายังอยากเป็นเจ้าของมันหรือไม่ หากวันหนึ่งไม่มีราคาหุ้นให้ดู
Duan Yongping เริ่มลงทุนใน Apple ตั้งแต่ปี 2011 เพราะไม่ได้มองแค่ยอดขาย iPhone แต่เห็นคุณค่าของ Brand, Ecosystem และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดระยะยาว
ความเชื่อนี้ไม่ใช่แค่คำพูด เพราะ ณ Q2 2026 พอร์ต H&H International Investment ของเขาถือ Apple ราว 27.1 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 7.8 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 41% และยังเป็นหุ้นอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่างตัวอื่น
สิ่งที่น่าสนใจคือ Duan Yongping คือคนที่อยู่เบื้องหลังเส้นทางของ OPPO และ vivo ซึ่งกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Apple ในจีน แต่เมื่ออยู่ในบทบาทนักลงทุน เขากลับเลือก Apple เป็นเดิมพันใหญ่ที่สุด
เพราะสำหรับ Duan Yongping การเป็นคู่แข่งไม่ได้ทำให้มองข้ามธุรกิจที่ดี ตรงกันข้าม ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเดียวกันอาจยิ่งทำให้เขาเข้าใจว่า Moat ของ Apple แข็งแรงแค่ไหน

บทเรียนจาก Duan Yongping สะท้อนว่า การลงทุนระยะยาวไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “หุ้นตัวไหนจะขึ้น?” แต่ควรเริ่มจาก “เราเข้าใจธุรกิจนี้ดีพอหรือยัง?” โดยเลือกธุรกิจที่มี Business Model แข็งแรง ผู้บริหารที่ดี และความได้เปรียบที่ยั่งยืน จากนั้นจึงพิจารณาราคาที่เหมาะสม เพราะเมื่อเลือกธุรกิจถูก สิ่งสำคัญต่อมาคือการให้เวลา ธุรกิจเติบโตและสร้างมูลค่า มากกว่าการพยายามจับจังหวะราคาหุ้นทุกวัน
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน