
Knowledge Atlas Technology Joint Stock Company Limited หรือ Zhipu เป็นบริษัท AI ของจีนที่ก่อตั้งในปี 2019 โดยมุ่งพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่แบบอเนกประสงค์ (LLM) และให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Model-as-a-Service (MaaS) ซึ่งกลายเป็นแกนหลักของธุรกิจ บริษัทสร้างรายได้หลักจากการติดตั้งที่ไซต์งานลูกค้าแบบ On-premise โดยเน้นลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการความปลอดภัยและการปรับแต่งระดับสูง ขณะที่บริการ Cloud-based deployment มีแนวโน้มเติบโตตามการใช้งาน AI ผ่านคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น
จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่การวางตำแหน่งเป็นผู้นำฝั่ง AI Model & Software ของจีน การพัฒนา LLM ตระกูล GLM และการให้บริการแบบครบวงจรผ่าน MaaS รวมถึงความสามารถในการรันโมเดลบนชิปจีนอย่าง Huawei Ascend ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีตะวันตก นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับแรงหนุนจากภาครัฐและลูกค้ารัฐวิสาหกิจ (SOE) พร้อมใช้กลยุทธ์ราคาที่เร่งการยอมรับในวงกว้าง ในด้านโอกาสการเติบโต บริษัทเริ่มขยายรายได้ไปต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่การพึ่งพารายได้จากตลาดจีนเป็นหลัก และต้นทุนด้าน computing service fee ที่ผูกกับการใช้ทรัพยากรคลาวด์ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
Knowledge Atlas Technology Joint Stock Company Limited เป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์ของจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่แบบอเนกประสงค์ (general-purpose large models) และขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เป้าหมาย Artificial General Intelligence (AGI) ในประเทศจีน นับตั้งแต่เริ่มต้น บริษัทมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับงานวิจัยพื้นฐานด้าน AI ไปจนถึงการนำไปใช้เชิงพาณิชย์จริง พร้อมขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องในตลาดโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อบริษัทเปิดตัว GLM framework ซึ่งเป็นกรอบโมเดล pre-trained ขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นเอง และเริ่มพัฒนาแพลตฟอร์ม Model-as-a-Service (MaaS) เพื่อให้บริการโมเดลแก่ลูกค้าองค์กรและนักพัฒนา ต่อมาในปี 2022 บริษัทได้เปิดซอร์สโมเดลขนาด 1แสนล้านพารามิเตอร์ (GLM-130B) สะท้อนศักยภาพด้านเทคโนโลยีระดับสูง ปัจจุบันบริษัทให้บริการโมเดลแก่ลูกค้าองค์กรจำนวนมาก และขยายการใช้งานสู่ผู้ใช้ปลายทางในวงกว้าง สะท้อนการเติบโตจากบริษัทวิจัย AI สู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโมเดลขนาดใหญ่เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
รายได้จากการติดตั้งแบบ On-premise คิดเป็นประมาณ 84.5% ของรายได้รวมทั้งหมด โดยรูปแบบนี้คือการให้บริการโมเดล AI ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ติดตั้งและใช้งานบนโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้าเอง เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล การกำกับดูแล และการปรับแต่งระบบในระดับสูง
ลักษณะเด่นของบริการนี้คือการทำสัญญาให้บริการแบบเจาะจงรายโครงการ (localized services at client’s designated site) และเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้งานโมเดล AI ในบริบทเฉพาะทางของตนเอง โดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญยังคงอยู่ภายในระบบขององค์กร ทั้งนี้ รายได้จาก On-premise ในช่วง Track Record Period ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าในจีนแผ่นดินใหญ่
รายได้จาก Cloud-based deployment คิดเป็นประมาณ 15.5% ของรายได้รวม โดยรูปแบบนี้เปิดให้ลูกค้าเข้าถึงโมเดลพื้นฐาน (foundation models), agents และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ผ่านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ โดยคิดค่าบริการแบบ subscription หรือ usage-based
บริการผ่านคลาวด์เหมาะกับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นและความรวดเร็วในการนำ AI ไปใช้ โดยลดต้นทุนเริ่มต้น (up-front investment) และสามารถเรียกใช้โมเดลตามความต้องการจริง

บริษัทมีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจนผ่านการพัฒนาและให้บริการ Large Model บนแพลตฟอร์ม Model-as-a-Service (MaaS) ซึ่งเป็นแกนกลางของโมเดลธุรกิจ โดยเปิดให้ลูกค้าเลือกใช้งานได้ทั้งแบบ On-premise deployment และ Cloud-based deployment ความยืดหยุ่นของรูปแบบบริการช่วยให้บริษัทเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการติดตั้งภายใน ไปจนถึงองค์กรที่ต้องการใช้งานผ่านคลาวด์แบบ subscription หรือ usage-based สะท้อนกลยุทธ์ที่มุ่งขยายฐานผู้ใช้และเร่งการนำ AI ไปใช้เชิงพาณิชย์ในวงกว้าง
ในด้านโอกาสการเติบโต รายได้หลักของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา บริการ On-premise เริ่มสร้างรายได้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดนอกประเทศจีนในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน สัดส่วนรายได้จาก Cloud-based deployment ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สะท้อนแนวโน้มการใช้งาน AI ผ่านคลาวด์ที่เติบโต ซึ่งอาจเป็นอีกแรงขับสำคัญต่อการขยายรายได้ในอนาคต
บริษัทมีความเสี่ยงด้านการพึ่งพิงรายได้จากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลัก โดยรายได้เกือบทั้งหมดมาจากลูกค้าในจีน แม้ตั้งแต่ปี 2024 จะเริ่มมีรายได้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบางประเทศอื่น แต่สัดส่วนยังอยู่ในระดับจำกัด การกระจุกตัวของรายได้ในประเทศเดียวอาจทำให้บริษัทอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย กฎระเบียบ หรือภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจีน
อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือโครงสร้างต้นทุนที่พึ่งพาค่าใช้จ่ายด้าน computing service fee ซึ่งเป็นค่าบริการที่จ่ายให้ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ภายนอกสำหรับการฝึกโมเดล (model training), โฮสต์ และให้บริการโมเดล โดยเฉพาะในบริการ Cloud-based deployment ที่การเรียกใช้โมเดลแต่ละครั้งจะใช้ทรัพยากรประมวลผลโดยตรง ต้นทุนส่วนนี้จึงผูกกับปริมาณการใช้งานและราคาทรัพยากรคลาวด์ หากต้นทุนประมวลผลเพิ่มขึ้นหรือการแข่งขันด้านราคากดดันรายได้ อาจส่งผลต่ออัตรากำไรของบริษัทได้
สนใจลงทุนในหุ้น Knowledge Atlas Technology (2513.HK) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน
คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน