PDF Available  
Company History

TEL23 DR23 จาก InnovestX กับโอกาสลงทุน Tokyo Electron (8035.T): ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องจักรผลิตชิปญี่ปุ่น ขับเคลื่อนโลกยุค AI และ 3DIC

5 Nov 25 1:52 PM
สรุปสาระสำคัญ

Tokyo Electron Ltd. (TEL23) ก่อตั้งในปี 1963 จากบริษัทนำเข้าเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ สู่การพัฒนาเทคโนโลยีเองและขยายสู่ตลาดโลก ปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้นำผลิตอุปกรณ์ชิประดับแนวหน้า ครอบคลุมกระบวนการหลักทั้งการเคลือบ กัดลาย และทำความสะอาด รวมถึงรุกสู่ตลาดแพ็กเกจจิ้งและบริการหลังการขายที่สร้างรายได้ประจำ TEL ใช้กลยุทธ์ สองเสาหลัก คือ พัฒนาเครื่องรุ่นใหม่เพื่อตอบรับคลื่นเทคโนโลยี AI, HBM และ 3DIC พร้อมขยายรายได้จากบริการทั่วโลก จุดแข็งคือความครบวงจรและความร่วมมือกับลูกค้าในทุกขั้นตอน ขณะที่ความท้าทายหลักคือความผันผวนของวัฏจักรตลาดชิปและความเสี่ยงจากกฎควบคุมการส่งออก แต่ด้วยการลงทุน R&D และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2040 TEL จึงพร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ยุคชิปอัจฉริยะอย่างยั่งยืน

ประวัติและวิวัฒนาการของ Tokyo Electron Ltd.

โตเกียว อิเล็กตรอน จำกัด (Tokyo Electron Ltd. หรือ TEL) ก่อตั้งขึ้นในปี 1963 ภายใต้ชื่อเดิมว่า Tokyo Electron Laboratories, Inc. โดยได้รับเงินลงทุนจากสถานีโทรทัศน์ Tokyo Broadcasting System (TBS) จุดเริ่มต้นของบริษัทคือการเป็นผู้ค้ารายแรกๆ ที่นำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (semi-conductor) จากต่างประเทศ ก่อนจะเริ่มผลิตเตาหลอมซิลิคอน (diffusion furnaces) ในญี่ปุ่นเองในปี 1968 จากนั้นในปี 1978 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Tokyo Electron Ltd.” และเริ่มขยายธุรกิจไปทั่วโลก โดยจัดตั้งโรงงานและศูนย์บริการในประเทศสำคัญต่างๆ ในช่วงทศวรรษ 1990 ปัจจุบัน TEL ถือเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีในวงการชิปทั่วโลก

 

วันนี้ TEL มีบริษัทในเครือ 26 แห่ง และมีสำนักงานกว่า 95 แห่งใน 18 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะเป็นบริษัทที่เต็มไปด้วยความฝันและพลังชีวิต เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในวงการเซมิคอนดักเตอร์ บริษัทมุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและบริการทางเทคนิคที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า TEL มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้วงการเซมิคอนดักเตอร์เดินหน้าสู่ยุคของชิปที่มีขนาดเล็กลง เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมกับสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมผ่านธุรกิจของตนเอง

 

โครงสร้างรายได้และธุรกิจหลัก

Tokyo Electron (TEL) ทำรายได้จากการผลิตเครื่องจักรหลักในสาย กระบวนการต้นน้ำของการผลิตชิป (Front-end), กระบวนการแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง (advanced packaging) และ กระบวนการขั้นปลาย (Back-end) รวมถึงงานบริการหลังการขาย ที่โตไปพร้อมฐานยอดติดตั้งขนาดใหญ่ทั่วโลก โดยในปีงบประมาณ 2025 TEL ทำยอดขายรวม 2.4315 ล้านล้านเยน สะท้อนความต้องการลงทุนจาก logic/foundry (ชิปที่ทำหน้าที่ประมวลผลและควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) และ DRAM (dynamic random-access memory หรือชิปหน่วยความจำที่ใช้เก็บข้อมูลชั่วคราวในคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ที่ยังแข็งแรง

 

TEL มีโครงสร้างรายได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ธุรกิจ

  1. Front-End Process - เครื่องจักร 4 กระบวนการสำคัญ (ประมาณ 95% ของยอดขายเครื่องจักรใหม่)

TEL คือผู้ผลิตที่ครอบคลุม ทั้ง 4 ขั้นตอนต่อเนื่องที่สำคัญต่อการผลิตชิป transistor ขนาดละเอียด ได้แก่ การเคลือบฟิล์ม (deposition), เครื่องเคลือบหรือล้างฟิล์มไวแสง (coater/developer), การกัดลาย (etch), และการทำความสะอาด (cleaning) ซึ่งเป็นหัวใจของการลดขนาด (scaling) และเพิ่มประสิทธิภาพชิป ส่วนแบ่งในตลาดของบริษัทในแต่ละ segment อยู่ระดับอันดับ 1–2 ของโลก และในหมวด coater/developer เครื่องฉายแสง EUV (Extreme Ultraviolet หรือเทคโนโลยีการพิมพ์ลายวงจรบนเวเฟอร์ด้วยแสงอัลตราไวโอเลต) TEL ครองส่วนแบ่งตลาด 100%

 

Screenshot-2025-11-05-135446.png

 

  1. Advanced Packaging & Back-End: จากเวเฟอร์สู่การบอนดิ้งรุ่นถัดไป

TEL ได้รุกเข้าสู่ตลาดการบอนดิ้ง (ขั้นตอนที่นำเวเฟอร์สองแผ่นหรือมากกว่านั้นมาเชื่อมให้แนบสนิทกัน ด้วยความร้อน ความดัน หรือเลเซอร์) และแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง ซึ่งเป็นเทรนด์มาแรงในยุคชิปสามมิติและหน่วยความจำความเร็วสูง เช่น HBM (high bandwidth memory) และโครงสร้าง 3DIC (three-dimensional integrated circuit เทคโนโลยีที่นำชิปหลายชั้นมาซ้อนกันในแนวตั้งและเชื่อมต่อถึงกันภายใน เพื่อให้ทำงานเร็วขึ้น) ปัจจุบันเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องใช้กระบวนการเชื่อมต่อและประกอบที่ละเอียด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดพลังงาน TEL จึงพัฒนาอุปกรณ์รุ่นใหม่อย่างเครื่อง Synapse™ Si สำหรับการเชื่อมต่อเวเฟอร์ (wafer bonding คือแผ่นบางๆ ของ ซิลิคอนบริสุทธิ์ ที่ทำหน้าที่เป็น “ฐาน” สำหรับสร้างวงจรรวมหรือชิป) ระบบเลเซอร์ตัดขอบ Ulucus™ L/LX และเครื่องทดสอบเวเฟอร์ Prexa™ ที่ออกแบบมาเพื่อลดข้อบกพร่องให้ลดเป็นศูนย์ จุดแข็งของ TEL คือการต่อยอดเทคโนโลยีที่มีอยู่ในสาย front-end เช่น plasma และ cleaning มาพัฒนาเครื่องรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ

 

  1. Field Solutions/After-Market: กระแสรายได้ประจำจากฐานยอดติดตั้งระดับโลก

นอกจากรายได้จากการขายเครื่องจักรแล้ว TEL ยังมีรายได้ต่อเนื่องจากบริการหลังการขายทั่วโลก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ประจำที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ปัจจุบัน TEL มีเครื่องจักรติดตั้งอยู่กว่า 96,000 เครื่องทั่วโลก และมีการส่งมอบใหม่ปีละราว 4,000 ถึง 6,000 เครื่อง ทำให้มีความต้องการในการซ่อมบำรุง เปลี่ยนอะไหล่ และอัปเกรดเครื่องอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ของบริษัทคือการขายเครื่องพร้อมดูแลตลอดอายุการใช้งานเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและเพิ่มความสามารถในการทำรายได้ในระยะยาว

 

กลยุทธ์การเติบโตและจุดแข็งที่โดดเด่น

  1. กลยุทธ์การเติบโต (Growth Strategy)

Tokyo Electron วางเป้าหมายระยะกลางถึงปี 2027 เพื่อบรรลุรายได้กว่า 3 ล้านล้านเยน กำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 35% และ ROE 30% โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับคลื่นความต้องการใหม่ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น AI, 3DIC, HBM และ Advanced Packaging บริษัทใช้จุดแข็งจากฐานติดตั้งเครื่องจักรมากกว่า 96,000 เครื่องทั่วโลก และสิทธิบัตรกว่า 25,000 รายการ เพื่อเสริมสร้างโซลูชันแบบครบวงจร ทั้งในกระบวนการ etch, deposition, coater/developer และ cleaning รวมถึงขยายไปยัง backend bonding และ testing equipment เพื่อครอบคลุมห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด

 

  1. ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนา (R&D and Technological Strengths)

หัวใจของความสามารถในการแข่งขันของ Tokyo Electron คือการลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านเยนใน R&D ภายใน 5 ปี และการสร้างเทคโนโลยีเฉพาะทางผ่าน Open Innovation กับลูกค้า มหาวิทยาลัย และสมาคมอุตสาหกรรมทั่วโลก การผสมผสานองค์ความรู้ที่หลากหลายช่วยให้บริษัทสร้างเครื่องจักรรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว พร้อมสร้างพอร์ตสิทธิบัตรที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม

 

  1. กลยุทธ์ด้านความสัมพันธ์ลูกค้าและความเชื่อมั่น (Customer Trust & Global Operations)

TEL ยึดมั่นในความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าผ่านบริการเทคนิคและการตลาดที่พัฒนาจากจำนวนการติดตั้งเครื่องจักรที่มากที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้บริษัทเข้าใจ Pain Point ของลูกค้าได้ลึกกว่าใคร จุดแข็งนี้กลายเป็นรากฐานของโมเดลธุรกิจที่สร้าง ความเชื่อถือแบบสัมบูรณ์ (absolute trust) และสนับสนุนให้บริษัทสามารถนำเสนอ Best Products, Best Technical Service เพื่อช่วยลูกค้าพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เปรียบเทียบกับคู่แข่งระดับโลก

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งรับดับโลกอย่าง Lam Research (สหรัฐฯ) แม้ทั้งสองจะอยู่ในกลุ่มอุปกรณ์การผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์แนวหน้า (front-end) เหมือนกัน แต่โครงสร้างธุรกิจและจุดเด่นต่างกัน TEL วางตัวเป็นผู้เล่นครบสี่กระบวนการหัวใจของการทำชิปขนาดเล็ก โดยสินค้าส่วนใหญ่ติดอันดับส่วนแบ่งตลาด เบอร์ 1 ถึง 2 และที่สำคัญ TEL ครองส่วนแบ่ง 100% ในกลุ่ม coater/developer ที่ทำงานอินไลน์กับเครื่อง EUV lithography (ขั้นตอนในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ ที่ใช้ แสงฉายผ่าน หน้ากากลงบนสารไวแสงที่เคลือบบนเวเฟอร์ เพื่อสร้างลวดลายวงจรขนาดเล็กระดับนาโนเมตร) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมสำคัญกับ lithography flow สมัยใหม่

 

ด้าน Lam Research จะเน้นเชิงลึกใน plasma etch และฟิล์มบาง (thin-film deposition) ควบคู่ธุรกิจ photoresist strip/clean เพื่อรองรับจุดเปลี่ยนเทคโนโลยีอย่างโครงสร้าง 3D และ high-aspect-ratio ผ่านแพลตฟอร์ม Sense.i และสินค้าในด้าน deposition, etch และ cleaning ข้อได้เปรียบของ Tokyo Electron สำหรับนักลงทุน คือโซลูชันที่ครบสี่กระบวนการ ทำให้ร่วมออกแบบแล้วปรับ process ข้ามขั้นตอนกับลูกค้าได้ลึกกว่า ลดความเสี่ยงคอขวดในไลน์ผลิต อย่างที่สองคือส่วนแบ่งตลาดผูกกับ EUV ผ่าน coater/developer ที่ TEL ครอง และสุดท้าย จำนวนเครื่องที่มากที่สุดในอุตสาหกรรม ช่วยสร้างกระแสรายได้บริการและอัปเกรดที่เหนียวแน่น ขณะที่ Lam เด่นด้าน ความเชี่ยวชาญเชิงลึก ใน etch และ deposition ที่ได้แรงส่งโดยตรงจากการสเกล node และสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ ทำให้ภาพรวมตลาดนี้ยังเป็นตลาดของผู้นำไม่กี่ราย ที่ต่างมีพื้นที่ชัดเจนของตัวเอง

 

อนาคตและโอกาสของของ Tokyo Electron Ltd.

เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัล Tokyo Electron จึงกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ด้วยบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องจักรที่ใช้ผลิตชิป

TEL มองเห็นอนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาสจากเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI ชิปความจำความเร็วสูง (HBM) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ 3DIC ที่กำลังผลักดันให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุด เพื่อสร้างเครื่องรุ่นถัดไปให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้แตะระดับ 3 ล้านล้านเยนขึ้นไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ในขณะเดียวกัน TEL ยังขยายการผลิตไปยังหลายภูมิภาค ทั้งญี่ปุ่น เอเชีย และยุโรป เพื่อสร้างระบบซัพพลายเชนที่มั่นคง ลดความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น บริษัทตั้งเป้าลงทุนด้าน R&D มากกว่า 1.5 ล้านล้านเยน และจ้างพนักงานเพิ่มอีกกว่า 10,000 คนทั่วโลก เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

อีกหนึ่งเสาหลักที่ TEL ให้ความสำคัญคือ ความยั่งยืน บริษัทเดินหน้าโครงการ “E-COMPASS” เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตและตั้งเป้าเป็นองค์กร Net Zero Greenhouse Gas Emission ภายในปี 2040 ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของ TEL ที่ไม่เพียงมุ่งสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังต้องเติบโตอย่างสมดุลกับสิ่งแวดล้อม

 

เมื่อมองไปข้างหน้า Tokyo Electron กำลังอยู่ในจุดที่พร้อมที่จะขับเคลื่อนคลื่นเทคโนโลยีถัดไปของโลก ด้วยฐานทางวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง ฐานลูกค้าทั่วโลก และแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงมีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกอย่างแท้จริง

 

ความท้าทายและความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

TEL มีความท้าทายที่อาจส่งผลโดยตรงต่อทั้งผลประกอบการและความเชื่อมั่นของนักลงทุน นั่นคือความผันผวนของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ และ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กับกฎควบคุมการส่งออก ในฐานะผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับโรงงานชิปอันดับต้นๆ ของโลก รายได้ของ TEL ผูกติดกับรอบการลงทุนของอุตสาหกรรมชิปโดยตรง ช่วงที่ตลาดชะลอหรือมีสินค้าล้นตลาด รายได้ก็จะหดตัวแรง แต่เมื่อกระแสใหม่ๆ อย่าง AI, ชิป HBM หรือเทคโนโลยี 3DIC มาแรง ความต้องการเครื่องจักรก็พุ่งสูงจนผลิตไม่ทัน ความผันผวนแบบนี้ทำให้รายได้ขึ้นลงเร็วและคาดเดายาก แม้ TEL จะพยายามลดแรงเหวี่ยงด้วยการเพิ่มรายได้ประจำจากบริการหลังการขายและอะไหล่ แต่วัฏจักรของตลาดชิป ก็ยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดผลกำไรของบริษัทอยู่ดี

 

อีกด้านหนึงคือแรงกดดันจากความตึงทางการเมืองระหว่างประเทศและข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยี โดยเฉพาะมาตรการจากสหรัฐฯ ที่จำกัดการขายเครื่องจักรให้จีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ TEL ความเสี่ยงนี้ไม่เพียงกระทบต่อยอดขาย แต่ยังส่งผลถึงห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก TEL จึงต้องเร่งกระจายฐานการผลิตและจัดหาชิ้นส่วนจากหลายประเทศ พร้อมเสริมระบบ compliance ให้เข้มข้นขึ้น ถึงแม้บริษัทจะวางแนวทางรับมือไว้รอบด้าน แต่ความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของกฎส่งออกยังคงเป็น ปัจจัยภายนอก ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีอิทธิพลต่อทิศทางธุรกิจ

 

 

 

สนใจลงทุนในหุ้น Tokyo Electron (TEL23, 8035.T) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน

 

คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5