
นักลงทุนสถาบันกำลังส่งสัญญาณการยอมรับ Bitcoin อย่างชัดเจน ผ่านการลงทุนในกองทุน Spot ETF อย่าง iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งมีการถือครอง Bitcoin เติบโตอย่างรวดเร็วสู่ระดับประมาณ 773,990 BTC ณ วันที่ 2 มกราคม 2025 คิดเป็นมูลค่าราว 69.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สะท้อนความต้องการจากนักลงทุนสถาบันภายใต้กรอบการลงทุนที่เป็นมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยโครงสร้าง ETF ทำให้ Bitcoin ถูกยกระดับจากสินทรัพย์ทางเลือกเฉพาะกลุ่ม สู่สินทรัพย์ที่ถูกพิจารณาอย่างเป็นระบบในพอร์ตองค์กร
แม้ในปี 2025 Bitcoin ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า Asset Class บางประเภทและเผชิญความผันผวนระยะสั้น แต่เงินสถาบันยังไหลเข้า IBIT ต่อเนื่อง สะท้อนมุมมองเชิงกลยุทธ์ระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
ขณะเดียวกัน Larry Fink ได้ปรับมุมมองและแนะให้นักลงทุนจัดสรร Bitcoin ราว 2–5% ของพอร์ต ซึ่งอาจหนุนการเติบโตของมูลค่าตลาด Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว
1.สถาบันกำลังส่งสัญญาณการยอมรับ Bitcoin อย่างชัดเจน ผ่านการลงทุนในกองทุน Spot ETF อย่าง IBIT ซึ่งมีการถือครอง Bitcoin เติบโตอย่างรวดเร็ว สู่ระดับประมาณ 773,990 BTC
ในช่วงที่โลกการลงทุนยังตั้งคำถามว่า Bitcoin “เชื่อถือได้หรือไม่” คำตอบกลับไม่ได้มาจากคำอธิบายเชิงทฤษฎี หากแต่มาจากการลงมือทำของผู้เล่นระดับสถาบัน โดยเฉพาะ BlackRock บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเลือกเข้าถึง Bitcoin ผ่านกองทุน Spot ETF อย่าง iShares Bitcoin Trust (IBIT) และก้าวขึ้นเป็นกองทุนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในกลุ่มเดียวกัน
ณ วันที่ 2 มกราคม 2025 IBIT ถือครอง Bitcoin ราว 773,990 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 69.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียง “ขนาดการถือครอง” แต่เป็นหลักฐานเชิงโครงสร้างว่าความต้องการจากนักลงทุนสถาบันกำลังขยายตัวภายใต้กรอบการลงทุนที่เป็นมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ที่สำคัญ การเลือกใช้ โครงสร้าง ETF เป็นช่องทางหลักในการลงทุน สะท้อนว่า Bitcoin กำลังถูกยกระดับจากสินทรัพย์ทางเลือกเฉพาะกลุ่ม ไปสู่สินทรัพย์ที่ถูกพิจารณาอย่างเป็นระบบในพอร์ตการลงทุนระดับองค์กร

Source : Theblock as of 6 January 2026
2.เงินสถาบันไหลเข้ากองทุน IBIT อย่างต่อเนื่อง แม้ผลตอบแทนของ Bitcoin ไม่โดดเด่นแสดงถึงนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้กรณีของ IBIT น่าสนใจยิ่งขึ้น คือการเติบโตของกองทุนเกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า Asset Class บางประเภทในปี 2025 และยังเผชิญความผันผวนในระยะสั้น ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วไม่ใช่สภาวะที่เอื้อต่อการไหลเข้าของเงินทุนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี IBIT กลับยังสามารถดึงดูดเงินลงทุนจากสถาบันได้อย่างต่อเนื่อง
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนระดับองค์กรกำลังมอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ระยะยาว มากกว่าการเก็งกำไรตามจังหวะตลาด อีกทั้งโครงสร้างพอร์ตของ IBIT ที่ลงทุนใน Bitcoin เกือบ 100% และถือเงินสดเพียงเล็กน้อยเพื่อการดำเนินงาน ทำให้กองทุนสะท้อนราคาของ Bitcoin ได้อย่างตรงไปตรงมา และมีประสิทธิภาพสูงในฐานะเครื่องมือเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน

Source : Blackrock.com as of 6 January 2026
ผลลัพธ์คือ IBIT ก้าวขึ้นเป็น Spot Bitcoin ETF ที่มีขนาดและสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน ETF ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมกองทุน ซึ่งบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในระยะหลัง ถูกขับเคลื่อนโดยเงินทุนสถาบันที่พิจารณา Bitcoin ในเชิงโครงสร้างพอร์ต มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้นของนักลงทุนรายย่อย
3. การเปลี่ยนมุมมองของผู้นำตลาดทางการเงินจากมีมุมมองเชิงลบ ตอนนี้กลับเปลี่ยนมุมมองและแนะให้นักลงทุนจัดสรรใน Bitcoin ราว 2-5%
ภาพการเปลี่ยนผ่านนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อพิจารณามุมมองของ Larry Fink ผู้บริหารของ BlackRock ซึ่งในอดีตเคยมีท่าทีเชิงลบต่อ Bitcoin แต่ปัจจุบันได้ปรับมุมมองอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนจุดยืนของผู้บริหารระดับสูงเช่นนี้ สะท้อนว่าผู้เล่นขนาดใหญ่ของโลกการเงินกำลังประเมินบทบาทของ Bitcoin ใหม่ บนพื้นฐานของการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงกระแสความนิยม
ในมุมมองของ Larry Fink Bitcoin ถูกยกระดับเป็น สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset) ที่สามารถมีบทบาทในพอร์ตการลงทุนระยะยาว โดยเขาเสนอแนวคิดให้นักลงทุนจัดสรร Bitcoin ราว 2–5% ของพอร์ต เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม หากแนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ในระดับสถาบันอย่างแพร่หลาย มูลค่าตลาดของ Bitcoin อาจขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
โดยการประเมินราคาในช่วง 500,000–700,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญในระยะยาว ตั้งอยู่บนสมมติฐานของ Institutional Adoption และบทบาทของ Bitcoin ในระบบการจัดสรรสินทรัพย์โลก มากกว่าการคาดการณ์เชิงเก็งกำไรระยะสั้น
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้