
ในอดีต นักลงทุนจำนวนมากอาจคุ้นเคยกับแนวคิดการจัดพอร์ตแบบ “60/40”
คือ
โดยมีแนวคิดว่า
เมื่อหุ้นปรับตัวลง ตราสารหนี้มักช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โลกการลงทุนเริ่มเปลี่ยนไป
ทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก
ทำให้หลายครั้ง “หุ้นและตราสารหนี้” ปรับตัวลงพร้อมกัน
หรือที่เรียกว่า “Correlation Breakdown”
สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า
พอร์ตแบบเดิม
ยังเพียงพอสำหรับโลกยุคใหม่หรือไม่

Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Dec 2025
เมื่อโลกการลงทุน “ซับซ้อนขึ้น” การกระจายสินทรัพย์อาจสำคัญกว่าเดิม
ในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยมหภาคหลายด้านเริ่มส่งผลต่อการลงทุนพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น
ส่งผลให้ตลาดการลงทุนมีความผันผวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์หลายประเภทก็เริ่มเปลี่ยนไป
ทำให้การกระจายการลงทุนแบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถลดความเสี่ยงได้เหมือนในอดีต
นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิด “Global Multi-Asset Portfolio” เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น
เพราะแทนที่จะพึ่งพาเพียงหุ้นและตราสารหนี้
พอร์ตลักษณะนี้จะกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภททั่วโลก
รวมถึงมีการปรับสัดส่วนลงทุนอย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด
SCBGMCORE(A) ลงทุนอย่างไร?
SCBGMCORE(A) เป็นกองทุนประเภท Multi-Asset Fund ที่ลงทุนแบบ Fund of Funds
โดยบริหารการลงทุนร่วมกับ BlackRock
กองทุนมีแนวทางการลงทุนแบบ
และสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่อง (Liquid Alternatives)

Source: SCBAM and BlackRock
กองทุนไม่ได้ยึดติดกับ Allocation แบบคงที่
แต่ใช้การบริหารพอร์ตแบบยืดหยุ่น (Flexible Asset Allocation)
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
โดยทีมลงทุนของ BlackRock จะปรับ Tactical View ตามมุมมองเศรษฐกิจและความเสี่ยงของตลาด

Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Dec 2025
จุดเด่นสำคัญ คือ “All-Weather Portfolio”
แนวคิดสำคัญของ SCBGMCORE คือการสร้างพอร์ตที่สามารถปรับตัวได้ในหลายสภาวะตลาด
หรือที่เรียกว่า “All-Weather Portfolio”
พูดง่าย ๆ คือ
กองทุนไม่ได้พยายาม “ทำนายตลาด” เพียงอย่างเดียว
แต่พยายามสร้างพอร์ตที่มีความยืดหยุ่น
และสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวน
อีกจุดที่น่าสนใจ คือกองทุนใช้กลยุทธ์ Volatility Control ซึ่งเป็น proprietary framework ของ BlackRock
โดยในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
ผู้จัดการกองทุนสามารถลดความเสี่ยงของพอร์ต (De-risk) ได้ เช่น
เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Mar 2026
Liquid Alternatives คืออะไร? และทำไมถึงสำคัญ
หนึ่งในจุดที่แตกต่างจากพอร์ตแบบดั้งเดิม คือ SCBGMCORE มีการลงทุนใน “Liquid Alternatives”
ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ยังมีสภาพคล่องและสามารถซื้อขายได้ค่อนข้างยืดหยุ่น
จุดประสงค์หลัก คือ
โดย BlackRock มองว่า
ในโลกที่ Correlation ระหว่างหุ้นและตราสารหนี้เปลี่ยนไป
การมีสินทรัพย์ทางเลือกเข้ามาในพอร์ต อาจช่วยให้พอร์ตมีความสมดุลมากขึ้น
โดย SCBGMCORE จะใช้กองทุน Flagship ของ BlackRock
ที่มีกลยุทธ์แบบ Absolute Return และมี Correlation กับตลาดหุ้นโลกและตราสารหนี้ต่ำ
เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนให้กับพอร์ตได้

Source: SCBAM and BlackRock as of 31 Dec 2025
อีกจุดที่น่าสนใจของ SCBGMCORE คือ
การบริหารการลงทุนโดย BlackRock
ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนที่มี AUM ใหญ่ที่สุดในโลกกว่า 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
และมีความเชี่ยวชาญด้าน Multi-Asset Investing มาอย่างยาวนาน
จุดแข็งสำคัญของ BlackRock คือ
ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่กองทุนพยายามวาง positioning ให้เป็น “Core Portfolio” สำหรับการลงทุนระยะยาว
SCBGMCORE(A) เหมาะกับใคร?
กองทุนนี้เหมาะกับนักลงทุนที่
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเข้าใจว่า
กองทุนยังมีความเสี่ยงจาก
โดยกองทุนอาจมีการลงทุนทางอ้อมในสินทรัพย์คริปโท และไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินทั้งหมด
Key Takeaways
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์