1. ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่หุ้น Nvidia ปรับตัวลง และดอลลาร์อ่อนค่า
2. Christopher Waller ผู้ว่าการ Fed สนับสนุนการลดดอกเบี้ยในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า เริ่มต้นในเดือนกันยายน
3. Lisa Cook ฟ้องทรัมป์ กรณีพยายามปลดออกจากตำแหน่ง ศาลนัดไต่สวนวันศุกร์
4. CEO Nvidia ยืนยัน AI บูมยังไม่จบ แม้ตลาดกังวลเรื่องการเติบโตที่ชะลอตัว
5. อินเดียเตรียมเพิ่มการนำเข้าน้ำมันรัสเซียในเดือนกันยายน แม้สหรัฐฯ ขึ้นภาษี
6. จีนเตรียมลดกำลังการผลิตเหล็ก แก้ปัญหา Overcapacity
7. อุตสาหกรรมไทยปี 2025 ส่งสัญญาณชะลอตัว สศอ. ลดเป้า MPI เหลือ 0-0.5%
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
29 August 2025
1. ดัชนี S&P 500 +0.32% และ Dow Jones +0.16% ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้หุ้น Nvidia ปรับตัวลง 0.8% ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับธุรกิจในจีน ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับยูโรและเยน เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเร็วๆ นี้ หุ้นกลุ่ม AI อื่นๆ ปรับตัวขึ้น โดย Alphabet เพิ่มขึ้น 2% และ Broadcom เพิ่มขึ้น 2.8% ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงการเติบโตในไตรมาส 2 ที่เร็วกว่าคาดการณ์ ขับเคลื่อนโดยการลงทุนทางธุรกิจในทรัพย์สินทางปัญญาเช่น AI นักลงทุนให้ความสนใจกับการประชุมนโยบายของ Fed ในวันที่ 16-17 กันยายน โดยตลาดคาดการณ์โอกาส 84% ที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
2. Christopher Waller ผู้ว่าการ Fed เรียกร้องให้มีการลดอัตราดอกเบี้ย โดยสนับสนุนการลด 25 bps ในการประชุมเดือนกันยายน และคาดการณ์การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า เพื่อป้องกันตลาดแรงงานจากการถดถอย Waller มองว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนแอลง แต่เงินเฟ้อมีเสถียรภาพ โดยเขาเชื่อว่าถึงเวลาที่ต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินสู่สถานะที่เป็นกลางมากขึ้น ซึ่งตามการประเมินของผู้กำหนดนโยบาย Fed คือต่ำกว่าอัตราปัจจุบันที่ 4.25%-4.50% ประมาณ 1.25 ถึง 1.50 เปอร์เซ็นต์
3. Lisa Cook ผู้ว่าการ Federal Reserve ยื่นฟ้องประธานาธิบดีทรัมป์ หลังถูกประกาศปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม โดยทรัมป์กล่าวหาว่า Cook ทำการฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2021 ก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง Cook อ้างว่าทรัมป์ละเมิดกฎหมายที่อนุญาตให้ปลดผู้ว่าการ Fed ได้เฉพาะ "for cause" เท่านั้น คดีนี้อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของ Fed จากทำเนียบขาว ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังทรัมป์ประกาศปลด Cook ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในวันศุกร์
4. Jensen Huang CEO ของ Nvidia ปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับการสิ้นสุดของ AI บูมโดยคาดการณ์ว่าตลาด AI จะขยายตัวเป็นมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า แม้หุ้น Nvidia จะปรับตัวลดลงเกือบ 2% จากการคาดการณ์ยอดขายไตรมาส 3 ที่ไม่รวมรายได้จากจีน Huang ยังเปิดเผยว่า Nvidia อาจยอมให้รัฐบาลสหรัฐฯ รับส่วนแบ่งจากการขายชิป Blackwell ในจีนหากได้รับอนุญาตให้ขาย โดยเขาคาดการณ์การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ 3-4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้
5. อินเดียเตรียมเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียในเดือนกันยายน 10-20% จากระดับเดือนสิงหาคม แม้สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียเป็น 50% เนื่องจากการซื้อน้ำมันรัสเซีย ผู้ค้าระบุว่ารัสเซียมีน้ำมันส่งออกมากขึ้นเพราะโรงกลั่นถูกโดรนยูเครนโจมตี ทำให้ต้องลดราคาขายน้ำมัน Urals เป็นส่วนลด $2-3 ต่อบาร์เรลจาก benchmark dated Brent ซึ่งถูกกว่าเดือนสิงหาคมที่ส่วนลดอยู่ที่ $1.50 นักวิเคราะห์คาดว่าอินเดียจะยังคงนำเข้าน้ำมันรัสเซียต่อไป เว้นแต่จะมีนโยบายชัดเจนหรือมีการคว่ำบาตรทั่วโลก
6. จีนวางแผนลดการผลิตเหล็กระหว่างปี 2025-2026 ตามเอกสารทางการที่ Reuters ได้รับ เพื่อแก้ปัญหา overcapacity ที่กระทบราคาและนำไปสู่มาตรการกีดกันทางการค้าทั่วโลก โดยจะควบคุมกำลังการผลิตใหม่อย่างเข้มงวดและบังคับปิดเตาหลอมที่ล้าสมัยและไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนี้ จีนจะเพิ่มความพยายามในการรักษาเสถียรภาพของวัตถุดิบ เช่น iron ore และ coking coal รวมถึงปรับปรุงการจัดการการส่งออกเหล็ก ซึ่งในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ สูงถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
7. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ปรับประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปี 2025 ลงเหลือการขยายตัวแค่ 0-0.5% จากเดิมที่คาดไว้ 0-1% โดยภาพรวม 7 เดือนแรกของปีดัชนีหดตัว 0.7% แม้ไตรมาส 2 จะขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.53% ปัจจัยกดดัน ได้แก่ ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้กำลังซื้อและความเชื่อมั่นซบเซา การชะลอของอุตสาหกรรมยานยนต์และโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง อย่างไรก็ตาม สศอยังคงเป้า GDP ภาคอุตสาหกรรมที่ 0.5-1.5% จากแรงหนุนของมาตรการรัฐ, การค้าไทย-คู่ค้าหลักที่ยังโต, การลดดอกเบี้ยนโยบาย และไทยได้อัตราภาษีส่งออกไปสหรัฐฯ ดีขึ้นกว่าคู่แข่ง
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Core PCE ของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. คาดการณ์ที่ 2.9% YoY ก่อนหน้าที่ 2.8% YoY