Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 5 ก.พ. 2569

5 Feb 26 7:30 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. หุ้นเทคสหรัฐฯ ร่วงต่อ นักลงทุนขายทำกำไร แต่ภาพรวมยังสะท้อนการ broadening ของการลงทุนไปยังหุ้นเล็กและหุ้นคุณค่า

2. การจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ เดือนม.ค. ต่ำกว่าคาด สะท้อนตลาดแรงงานเย็นลง แต่คาดยังไม่เปลี่ยนมุมมองของเฟด

3. เงินเฟ้อยูโรโซนเดือนม.ค. ออกมาชะลอตัวลง แต่ตามที่ตลาดคาด หนุนมุมมอง ECB คงดอกเบี้ย แนะจับตาการประชุม ECB วันนี้

4. PMI ภาคบริการสหรัฐฯ เดือน ม.ค. ออกมาสูงกว่าตลาดคาด ทำจุดสูงสุดในรอบ 15 เดือน หนุนภาพเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง

5. ทรัมป์–สี จิ้นผิง หารือประเด็นการค้าและไต้หวัน ก่อนการนัดพบเดือนเม.ย. ส่งสัญญาณคลายความตึงเครียด

6. กกร. กังวลเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมใหม่หากการจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้า 

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
5 February 2026

 

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวผันผวน โดยแรงขายยังคงกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ จากการคลายสถานะ momentum trade ต่อเนื่อง ดัชนี Nasdaq 100 ปรับลง 1.8% ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.5% แม้หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนียังปรับขึ้น สะท้อนการหมุนเงินไปยังหุ้นกลุ่มอื่น โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กและหุ้นคุณค่า ด้านหุ้นซอฟต์แวร์และเซมิคอนดักเตอร์ถูกกดดันหนัก หลังผลประกอบการและแนวโน้มรายจ่ายของบางบริษัทออกมาผิดจากที่ตลาดคาด ด้านค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับขึ้น ขณะที่บิตคอยน์ปรับลงต่อ ภาพรวมตลาดสะท้อนการ broadening ของการลงทุน มากกว่าความกังวลต่อ sentiment ตลาดในภาพรวม

 

2. การจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ (ADP Employment) เดือนม.ค. เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 45,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนก่อนถูกปรับลดลงจาก 41,000 เหลือ 37,000 สะท้อนภาพตลาดแรงงานที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การชะลอลงดังกล่าวยังเป็นไปในลักษณะ “ทรงตัวในระดับต่ำ” มากกว่าการอ่อนแรงรุนแรง โดยการปลดคนงานยังอยู่ในระดับจำกัด แม้บริษัทขนาดใหญ่บางแห่งเริ่มประกาศลดพนักงาน ในด้านนโยบายการเงิน ตลาดยังไม่ปรับมุมมองอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากตลาด OIS ให้น้ำหนักโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 มี.ค. เพียงราว 10.5% 

 

3. เงินเฟ้อยูโรโซนเดือนมกราคม 2026 ชะลอลงตามที่ตลาดคาด โดยเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) อยู่ที่ 1.7%YoY ลดลงจาก 1.9% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ปรับลดลงสู่ 2.2%YoY ต่ำกว่าทั้งเดือนก่อนและที่ตลาดคาดไว้ เงินเฟ้อออกมาตามที่ตลาดคาดและเคลื่อนไหวใกล้เป้าหมาย 2% สนับสนุนมุมมองว่า ECB มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายวันนี้ (5 กุมภาพันธ์) แนะติดตามความเห็นของ ECB ต่อประเด็นเงินเฟ้อและแนวทางนโยบายการเงินในการประชุม ECB วันนี้

 

4. ดัชนี ISM Services PMI ของสหรัฐฯ ในเดือน ม.ค. อยู่ที่ 53.8 สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 53.5 และทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า นับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน สะท้อนการขยายตัวต่อเนื่องของภาคบริการ ซึ่งเป็นภาคหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยแรงหนุนสำคัญมาจากดัชนีย่อย Business Activity ที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2 จุดสู่ 57.4 สูงสุดในรอบ 13 เดือน ขณะที่ดัชนีราคาปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังคงอยู่ ด้านการจ้างงานแม้ชะลอลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในโซนขยายตัว ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจภาคบริการสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งหนุนมุมมองบวกต่อหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศอย่างกลุ่ม U.S. Small Cap โดยกองทุนแนะนำคือ SCBRS2000(A)

 

5. ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง หารือประเด็นการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงประเด็นไต้หวัน ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ ก่อนการประชุมสุดยอดแบบพบหน้าที่มีแผนจัดขึ้นในเดือนเมษายน โดยทรัมป์ระบุว่าการพูดคุยเป็นไปในเชิงบวกและครอบคลุมหลายประเด็น พร้อมเปิดเผยว่าจีนตกลงเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรสหรัฐฯ โดยเฉพาะถั่วเหลือง รวมถึงน้ำมัน ก๊าซ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมการบิน ขณะที่จีนเน้นย้ำจุดยืนเรื่องไต้หวัน โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงต่อการขายอาวุธให้ไต้หวัน และย้ำว่าจะไม่ยอมให้ไต้หวันแยกตัวออกจากจีน เราประเมินว่าการหารือถือว่าออกมาในเชิงบวกจากทั้งสองฝ่ายพยายามประคองความสัมพันธ์ทวิภาคี แม้ประเด็นไต้หวันยังคงเป็นความเสี่ยงในความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน

 

6. กกร. กังวลเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมใหม่หากการจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้า ซึ่งจะซ้ำเติมการลงทุนจากภาครัฐที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า โดยงบปี 2569 มีการเบิกจ่ายเพียง 1.76 แสนลบ. หรือ 21.6% และยังคงประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในระดับต่ำที่ 1.6-2.0
 
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Retail Sales MoM ของยุโรป เดือน ธ.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 0.2% จากก่อนหน้าที่ 0.2% และ ECB Interest Rate Decision

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5