
1. ตลาดการเงินผันผวน S&P 500 ลดลง -0.3% ขณะที่เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก จากราคาน้ำมันปรับลดหลังความตึงเครียดผ่อนคลาย
2. ECB มีมติคงดอกเบี้ยที่ 2% ต่อเนื่องครั้งที่ 6 Lagarde ชี้ ECB มีเครื่องมือพร้อมรับความเสี่ยงสงคราม แม้เงินเฟ้อเร่ง-เศรษฐกิจชะลอ
3. การโจมตีล่าสุดของอิหร่านต่อโครงสร้างพื้นฐาน LNG ของกาตาร์ กระทบกำลังผลิต 17% คาดใช้เวลา 3-5 ปีซ่อมแซม ดันราคาก๊าซยุโรปพุ่ง
4. ทองคำร่วงต่อเนื่องวันที่ 7 แร่เงินดิ่งกว่า 10% หลังสงครามดันเงินเฟ้อ ลดโอกาส Fed ลดดอกเบี้ย กดดันสินทรัพย์อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
5. JPMorgan และ Goldman เปิดทาง hedge funds ชอร์ต private credit มูลค่า $1.8 ล้านล้าน หลังแรงไถ่ถอนกดดันตลาด
6. น้ำมันดิบร่วงต่ำกว่า $106 หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล ส่งสัญญาณลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ความเสี่ยง Hormuz ยังหนุน upside
7. Trump ยกประเด็น Pearl Harbor กดดันญี่ปุ่นเพิ่มบทบาทสงครามอิหร่าน แม้ข้อจำกัดทางกฎหมายยังเป็นอุปสรรค
8. สภาผู้แทนฯ ไทยลงคะแนนโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คนที่ 33 ติดตามรายชื่อ ครม. และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
20 March 2026
1. ตลาดการเงินผันผวน โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง -0.3% หลังเคยร่วงกว่า 1% ระหว่างวัน ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดปรับขึ้น โดย MSCI Asia Pacific +0.3% หลังร่วงแรง -2.6% ในวันก่อน ด้านตราสารหนี้ยังสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรหลายประเทศปรับขึ้นจากความเสี่ยง oil shock แม้ราคาน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย แต่ความไม่แน่นอนยังสูง โดยนักลงทุนมองว่าทิศทางตลาดระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบ Hormuz และระยะเวลาของสงคราม ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อเงินเฟ้อและ sentiment การลงทุน
2. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 2% เป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดย Christine Lagarde ระบุว่า ECB “พร้อมและมีเครื่องมือเพียงพอ” สำหรับรับมือความเสี่ยงจากสงครามอิหร่าน โดย ECB เตือนว่าความขัดแย้งจะทำให้ เงินเฟ้อเร่งขึ้นและการเติบโตชะลอลง โดยความเสี่ยงเงินเฟ้อ “เอียงขึ้น” ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจ “เอียงลง” พร้อมย้ำเป้าหมายควบคุมเงินเฟ้อที่ 2% ขณะที่ประมาณการใหม่ชี้เงินเฟ้อยุโรป โดยเฉพาะปี 2026 มีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานอาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าคาดและกดดันการเติบโต หากความขัดแย้งยืดเยื้อ โดยสัญญาณจากตลาด OIS บ่งชี้ว่า ตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นต่อโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้งในปีนี้
3. การโจมตีล่าสุดของอิหร่านสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน LNG ของกาตาร์ คิดเป็นราว 17% ของกำลังการส่งออกของกาตาร์ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 3-5 ปีในการซ่อมแซม อ้างอิงรายงานของ Reuters ที่อ้างคำกล่าวของผู้บริหาร QatarEnergy เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้นราว 35% และมากกว่าสองเท่าของระดับก่อนสงคราม สะท้อนความเสี่ยงเงินเฟ้อระยะยาวจากวิกฤตพลังงาน ความเสียหายที่ Ras Laffan ซึ่งเป็นโรงงาน LNG ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ผู้ซื้อ โดยเฉพาะในเอเชีย ต้องเร่งหาทางทดแทนอุปทาน ท่ามกลางการหยุดผลิตที่ยาวนานและการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค
4. ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน โดยร่วงสูงสุดราว 6% ขณะที่เงิน (silver) ลดลงมากกว่า 10% จากแรงกดดันของราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ส่งผลให้โอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed และธนาคารกลางอื่นลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยอย่างทองคำ กองทุน ETF ทองคำเผชิญเงินไหลออกต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนบางส่วนลดการถือครองเพื่อนำเงินไปเสริม margin ในสินทรัพย์อื่น ส่งผลกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น เราประเมินว่าในระยะสั้นทองคำมีโอกาสผันผวนและพักฐานต่อ
5. JPMorgan และ Goldman Sachs เสนอเครื่องมือให้ hedge funds สามารถ “short” ตลาด private credit มูลค่า $1.8 ล้านล้าน ผ่านตะกร้าหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่มี exposure ต่อสินทรัพย์ดังกล่าว ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งบริษัทการเงินและบริษัท BDCs สะท้อนความต้องการ hedge ความเสี่ยงในภาวะที่ตลาด private credit เผชิญแรงไถ่ถอนจากนักลงทุน แรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากความกังวลต่อการกระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบจาก AI ขณะที่บางกองทุนเริ่มจำกัดการถอนเงิน หลังคำขอไถ่ถอนเกินเกณฑ์ที่กำหนด
6. ราคาน้ำมันปรับตัวลง โดย Brent ลดลงต่ำกว่า $106/บาร์เรล (-2%) และ WTI ใกล้ $94/บาร์เรล หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลส่งสัญญาณลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ด้านปธน. Donald Trump ระบุว่าจะไม่ส่งกำลังทหารภาคพื้นดิน ขณะที่อิสราเอลส่งสัญญาณชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงาน ช่วยคลายความกังวลของตลาด แม้ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 50% ในเดือนนี้ จากความกังวลอุปทานน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่จากการปิดช่องแคบ Hormuz และความเสียหายต่อโครงสร้างพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันยังมี upside ต่อเนื่อง ขณะที่ส่วนต่างราคา WTI-Brent กว้างราว $13 จากมาตรการแทรกแซงของสหรัฐฯ
7. ปธน. Donald Trump หยิบยกประเด็น “Pearl Harbor” ระหว่างพบผู้นำญี่ปุ่น Sanae Takaichi สะท้อนความตึงเครียดในความสัมพันธ์ ขณะกดดันให้ญี่ปุ่นเพิ่มบทบาทสนับสนุนสงครามอิหร่าน แม้ Trump ชื่นชมญี่ปุ่นว่ากำลังยกระดับการสนับสนุน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าญี่ปุ่นจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญและแรงต้านในประเทศ ญี่ปุ่นเสนอเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ และความร่วมมือด้านขีปนาวุธ ขณะที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างพันธมิตรกับสหรัฐฯ และข้อจำกัดด้านนโยบายความมั่นคง
8. สภาผู้แทนฯ ไทยได้ลงคะแนนโหวตและมีมติ 293 เสียงเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คนที่ 33 (เลือกนายณัฐพงษ์ 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง) ติดตามรายชื่อ ครม. และกำหนดการถวายสัตย์ฯ และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนรัฐบาลอำนาจเต็มจะเริ่มปฏิบัติงาน ขณะที่นายกฯ สั่งเร่งอัดน้ำมันเข้าสู่ระบบภายใน 1-2 สัปดาห์ และยืนยันไทยยังสามารถผลิตน้ำมันได้ตามปกติ ปัจจุบันกำลังการผลิตดีเซลถูกเร่งขึ้นสู่ 84 ล้านลิตร/วัน (ปกติ 77) เทียบกับความต้องการใช้และส่งออกสู่ลาวที่ 67 และ 5.3 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ ขณะที่การขาดแคลนน้ำมันเกิดจากความต้องการใช้ที่สูงผิดปกติจากการแห่กักตุน
ประเด็นที่ต้องติดตาม: PPI YoY ของเยอรมนี เดือนก.พ. คาดว่าจะออกมาที่ -2.7% จากก่อนหน้าที่ -3%