
1. ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลงแรง นำโดยตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เช้านี้ร่วงสูงสุด 5.3% น้ำมันพุ่งเหนือ $115 หลังสงครามขยายวง
2. สงครามยืดสู่สัปดาห์ที่ 5 กลุ่ม Houthi เข้าร่วมรบ-สหรัฐฯส่งทหาร 3,500 นาย ราคาน้ำมันพุ่ง 55% ตั้งแต่เกิดสงครามเสี่ยง stagflation
3. โรงงานผลิตอะลูมิเนียมในตะวันออกกลางถูกโจมตี คาดกระทบอุปทาน 9% ของอุปทานโลก ราคาอะลูมิเนียมพุ่งเสี่ยงกดดันต้นทุนและเศรษฐกิจโลก
4. เยนอ่อนทะลุ 160 ต่อดอลลาร์ อ่อนค่าสุดตั้งแต่ปี 2024 เสี่ยงทางการแทรกแซง ขณะ bond yield ญี่ปุ่นพุ่งจากแรงกดดันเงินเฟ้อพลังงาน
5. Rupee อ่อนค่าหนักจากเงินทุนไหลออก กดดัน RBI คุม FX เข้ม กำหนดให้ธนาคารมี net open FX position ไม่เกิน $100 ล้าน ณ สิ้นวัน
6. นายกฯ ไทยเตรียมปรับราคาน้ำมัน “กึ่งลอยตัว” ลดภาระอุดหนุน ขณะที่เดินหน้าตั้งรัฐบาลใหม่สัปดาห์นี้ หลังรายชื่อครม. ได้ครบแล้ว
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
30 March 2026
1. ตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงขาย โดยหุ้นเอเชียปรับตัวลงแรง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ร่วงสูงสุด 5.3% ขณะที่ MSCI Asia Pacific ลดลง 2% และ US equity futures อ่อนตัวราว 0.5% ส่วนยุโรปลดลง 1.2% ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้น 2.7% เหนือ $115 ต่อบาร์เรล สะท้อนความกังวล supply shock จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 3.6% ในสองวันล่าสุด และดัชนี Nasdaq เข้าสู่ correction ขณะที่ความผันผวนของสินทรัพย์เพิ่มขึ้น และพอร์ตผสม 60/40 (หุ้น 60% ตราสารหนี้ 40%) ปรับลดลง 6.3% ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นการปรับลงแรงสุดตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนความกังวล stagflation กดดันตลาดการเงิน
2. ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 หลังกลุ่ม Houthi ประกาศเข้าร่วมสงคราม ขณะที่สหรัฐฯ ส่งทหารเพิ่ม 3,500 นาย และอิหร่าน-อิสราเอลโจมตีกันต่อเนื่อง ความตึงเครียดทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยรองรับการขนส่งน้ำมันทางเรือราว 20% ของโลกชะลอตัวอย่างหนัก ก่อให้เกิด disruption ด้าน supply ครั้งใหญ่ ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นมากกว่า 55% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม ขณะที่ซาอุฯ เร่งใช้ท่อ East-West เต็มกำลัง 7 ล้านบาร์เรล/วันเพื่อลดผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยง supply shock และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังกดดันเศรษฐกิจโลกสู่ภาวะ stagflation
3. การโจมตีของอิหร่านต่อโรงถลุงอะลูมิเนียมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดย Emirates Global Aluminium รายงานว่าโรงงานในอาบูดาบีได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Aluminium Bahrain อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบ นอกจากนี้ช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิด ยังส่งผลให้การส่งอะลูมิเนียมจากภูมิภาคซึ่งคิดเป็นราว 9% ของอุปทานอะลูมิเนียมโลกถูกชะงัก ราคาอะลูมิเนียมจึงปรับขึ้นต่อเนื่องจากความกังวลด้าน supply และ inventory ที่ตึงตัว ขณะที่ Goldman Sachs เตือนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป
4. ค่าเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 160 ต่อดอลลาร์ แตะ 160.41 ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดตั้งแต่กลางปี 2024 ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาพลังงานสูงขึ้น การอ่อนค่าครั้งนี้ทำให้ตลาดจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง หลังรัฐมนตรีคลังส่งสัญญาณพร้อมดำเนิน “มาตรการที่เด็ดขาด” โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าราว 2.7% นับตั้งแต่เกิดสงคราม ขณะที่ bond yield ญี่ปุ่นปรับขึ้นแรง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 40 ปีแตะ 3.925% จากความกังวลภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานและความเสี่ยง stagflation กำลังกดดันเศรษฐกิจญี่ปุ่นและเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงินโลก
5. ค่าเงินรูปีอินเดียอ่อนค่าทำจุดต่ำสุดใหม่ทะลุระดับ 94 ต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง หลังนักลงทุนกังวลว่า oil shock จะเร่งเงินเฟ้อและขยายการขาดดุลการค้าในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง โดยมีเงินไหลออกจากตลาดหุ้นกว่า $11.5bn และพันธบัตรอีก $1.6bn ส่งผลให้ bond yields ปรับขึ้น ด้าน RBI ออกมาตรการจำกัดสถานะ FX ของธนาคารพาณิชย์ เพื่อสกัดแรงกดดันค่าเงินที่เกิดจากธุรกรรมค่าเงิน อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้อาจบังคับให้ธนาคารต้องเร่ง unwind สถานะรวมกว่า $30bn ซึ่งเสี่ยงสร้างความผันผวนในตลาดและกดดันผลประกอบการของสถาบันการเงินในระยะสั้น ทำให้ RBI ต้องบริหารสมดุลระหว่างเสถียรภาพค่าเงินและเสถียรภาพระบบการเงิน
6. นายกฯ ไทยกล่าวบนเวที “Meet the Press” รัฐบาลจะปรับโครงสร้างการอุดหนุนราคาน้ำมันเป็น “กึ่งลอยตัว” แทนการอุดหนุนเต็มรูปแบบ เพื่อสะท้อนกลไกตลาดโลกมากขึ้น และความคืบหน้าการจัด ครม. ชุดใหม่ว่าได้รายชื่อครบแล้ว คาดจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานว่าไทยได้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน เพื่ออนุญาตให้เรือบรรทุกสัญชาติไทยสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ประเด็นดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความกังวลห่วงโซ่อุปทานน้ำมันของไทย มองเป็นบวกต่อธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง เช่น โรงกลั่น, ปิโตรฯ เป็นต้น
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Economic Sentiment ของยุโรป เดือนมี.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 96 จากก่อนหน้าที่ 98.3