
1.ตลาดเอเชียผันผวน หลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านต่อ เพิ่มความเสี่ยงสงครามยืดเยื้อดันราคาน้ำมัน Brent พุ่งเกิน $110
2. OPEC+ เพิ่มโควตาผลิตน้ำมัน 206,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับเดือนพ.ค. แต่แทบไม่มีผลจริงเพราะฮอร์มุซยังปิด
3. อิหร่านตั้งเงื่อนไขใหม่สำหรับการเปิดฮอร์มุซ โดยจะเก็บค่าผ่านทางเพื่อชดเชยความเสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้น
4. 5 ชาติในภูมิภาคยุโรปเรียกร้องเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากบริษัทพลังงาน หลังราคาพลังงานพุ่งสูงจากสงคราม
5. การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่ม 178,000 ตำแหน่งในเดือน มี.ค. แต่สงครามอิหร่านสร้างความไม่แน่นอน
6. Private Credit เผชิญวิกฤตการไถ่ถอน และ AI ส่งผลให้ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูง แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตระบบ
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
06 April 2026
1. ตลาดการเงินเอเชียเปิดผันผวน หลังทรัมป์ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน หากไม่เปิดฮอร์มุซภายในวันอังคาร ส่งผลให้ Brent Crude พุ่ง 1.4% แตะ $110.58/บาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีความผันผวนแต่ยังสามารถยืนอยู่ในแดนบวก Nikkei +1.2%, Kospi +2% ขณะที่ S&P 500 Futures ร่วง -0.2% ด้าน Bond Yield ญี่ปุ่นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1999 ที่ 2.4% ตลาดคาดเฟดจะยังไม่ปรับดอกเบี้ยจนถึงกันยายน 2027
2. OPEC+ ตกลงเพิ่มโควตาผลิตน้ำมัน 206,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. แต่การตัดสินใจนี้ถือเป็นเพียง "เชิงสัญลักษณ์" เนื่องจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านทำให้ฮอร์มุซปิดตัวลงตั้งแต่ปลายก.พ. ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งใกล้ $120/บาร์เรล การหยุดชะงักครั้งนี้ถือเป็นการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสูญเสียอุปทานสูงถึง 12-15 ล้าน bpd หรือราว 15% ของอุปทานโลก
3. อิหร่านตั้ง “เงื่อนไขการเงิน” ใหม่สำหรับการเปิดฮอร์มุซ โดยระบุว่า การขนส่งผ่านช่องแคบจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อส่วนหนึ่งของรายได้ค่าขนส่งถูกนำมาชดเชยความเสียหายจากสงครามให้กับอิหร่าน พร้อมกับเตือนว่า อาจขยายปฏิบัติการไปยังช่องแคบบับอัลมันเด็บในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางที่รองรับราว 12% ของการค้าทั่วโลก ด้านทรัมป์ตั้งเส้นตายให้อิหร่านเปิดฮอร์มุซภายในวันอังคาร และขู่ทำลายโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่านหากเพิกเฉย
4. รัฐมนตรีคลังของเยอรมนี อิตาลี สเปน โปรตุเกส และออสเตรีย ร่วมลงนามในจดหมายถึง คณะกรรมาธิการยุโรป (EU Commission) เรียกร้องให้จัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากกำไรของบริษัทพลังงานทั่ว EU เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและควบคุมเงินเฟ้อ หลังราคาก๊าซยุโรปพุ่งกว่า 70% นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ขณะที่ EU Commission อยู่ระหว่างประเมินมาตรการดังกล่าว
5. Nonfarm Payrolls เดือนมี.ค. เพิ่ม 178,000 ตำแหน่ง สูงสุดในรอบ 15 เดือน เกินคาดการณ์ที่ 60,000 ตำแหน่ง หลังการหยุดงานของบุคลากรสาธารณสุขสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามอัตราการว่างงานลดลงสู่ 4.3% มาจากการที่ประชาชน 396,000 คนออกจากตลาดแรงงาน ขณะที่ค่าจ้างรายชั่วโมงเติบโตเพียง 3.5% YoY ต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสงครามอิหร่านที่ดันราคาน้ำมันพุ่งกว่า 50% ยังไม่สะท้อนในตัวเลขนี้ ส่งผลให้โอกาสเฟดลดดอกเบี้ยในปีนี้น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
6. ตลาด Private Credit มูลค่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์เผชิญแรงกดดัน หลัง BDCs อย่าง Blue Owl, Ares, Apollo, Blackstone และ KKR ต้องจำกัดการไถ่ถอนจากนักลงทุนที่ต้องการถอนเงิน ขณะที่ AI Disruption คุกคามธุรกิจ Software ที่เป็นลูกหนี้หลัก ผู้เชี่ยวชาญเตือน 25-35% ของพอร์ตมีความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น โดยอาจพุ่งสูงเป็น 2 เท่า ซึ่งความเสี่ยงลามสู่ประกันและกองทุนบำนาญที่ถือสินทรัพย์เหล่านี้ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Non-manufacturing PMI ของสหรัฐฯ เดือน มี.ค. คาดการณ์ที่ 54.8 จุด ก่อนหน้าที่ 56.1 จุด