Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 23 เม.ย. 2569

23 Apr 26 7:30 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. หุ้นสหรัฐฯ ปิดสูงสุดใหม่หลังทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิงหนุน น้ำมัน-ทองคำพุ่งจากความตึงเครียดอิหร่าน
2. สหรัฐฯ ระบุต้องการเห็นผู้นำอิหร่านตอบสนองข้อเสนอของสหรัฐฯ อย่างเป็นเอกภาพเพื่อยุติความขัดแย้ง
3. ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3% จากสต็อกน้ำมันเชื้อเพลิงสหรัฐฯลดลง และเหตุการณ์ยึดเรือในฮอร์มุซ
4. EU เตรียมลดภาษีค่าไฟฟ้า (electricity tax) และเร่งเติมก๊าซธรรมชาติเพื่อรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน
5. เงินเฟ้อของ UK เดือนมี.ค. ขึ้น 3.3% จากผลกระทบสงครามอิหร่านดันราคาพลังงานพุ่งสูงสุดตั้งแต่ปี 2022
6. คลังไทยเตรียมออก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนลบ. ยึดเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ต่อ GDP มองบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวม 

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
23 April 2026

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย ดัชนี S&P 500 +1.05% และ Nasdaq +1.64% ปิดสูงสุดใหม่หลังข่าวการขยายเวลาหยุดยิงในสงครามอิหร่าน แม้อิหร่านยึดเรือในช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมัน WTI ขึ้น 3.7% และ Brent 3.5% ขณะที่ทองคำฟื้นตัวท่ามกลางความกังวล Geopolitical risk และราคาพลังงานสูง ที่ยังมีอยู่ CEO หลายบริษัทใน S&P 500 แสดงความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงาน ในช่วงประกาศผลประกอบการ


2. ทำเนียบขาวเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้ผู้นำอิหร่านตอบสนองอย่างเป็นเอกภาพ (unified) ต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้ง โดยสหรัฐฯ ได้ขยายเวลาหยุดยิงตามการร้องขอจากปากีสถานที่เป็นตัวกลางการเจรจา และสหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ(enriched uranium) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาสันติภาพ


3. ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ปรับขึ้นมากกว่า 3% หลัง EIA รายงานว่าสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลุ่มกลั่นในสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาด แม้สต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ขณะเดียวกันเหตุเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ และการที่อิหร่านยึดเรือยิ่งเพิ่มความกังวลว่าซัพพลายน้ำมันอาจถูกรบกวน ด้านรัสเซียก็เตรียมเปลี่ยนเส้นทางส่งออกน้ำมัน ส่วน EU กำลังพิจารณากักตุนเชื้อเพลิงเครื่องบิน (jet fuel) เพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาดแคลน


4. คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้ลดภาษีค่าไฟ (electricity tax) และช่วยกันเติมคลังก๊าซธรรมชาติให้เต็มมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่มาจากสงครามกับอิหร่าน โดยตอนนี้ยังไม่ใช้มาตรการแรง ๆ อย่างเก็บภาษีกำไรส่วนเกินจากบริษัทพลังงานหรือการกำหนดเพดานราคาก๊าซ ขณะเดียวกัน EU ก็เร่งเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น ลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซ เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาซัพพลายในอนาคต


5. อัตราเงินเฟ้อ (CPI) ของอังกฤษเดือนมีนาคมขึ้นมาเป็น 3.3% จาก 3.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ เพราะผลกระทบจากสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะราคาน้ำมันรถที่พุ่งแรงที่สุดตั้งแต่ปี 2022 ขณะเดียวกันราคาบริการก็ยังเร่งขึ้น แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core) ลดลงมาอยู่ที่ 3.1% ทั้งนี้ตลาดมองว่าแบงก์ชาติอังกฤษ (BoE) ไม่น่าจะรีบขึ้นดอกเบี้ยทันที ท่ามกลางความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง (stagflation) 


6. รมว. คลังเตรียมออก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนลบ. โดยจะยึดเพดานหนี้สาธารณะเดิมที่ 70% ต่อ GDP, ขยายระยะเวลาการใช้ VAT ที่ 7% อีก 1 ปี และยืนยันการเดินหน้า “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” คาดจะเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569 มองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม ผ่านการเบิกจ่ายงบลงทุน (บวกต่อรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง, นิคมฯ) และการกระตุ้นการใช้จ่าย (บวกต่อค้าปลีกและไฟแนนซ์)


ประเด็นที่ต้องติดตาม: ดัชนี PMI Manufacturing ของยุโรปเดือน มี.ค. คาดการณ์ที่ 50.2 จุด ก่อนหน้าที่ 51.0 จุด

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5