
1.ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ทรงตัวรอทิศทาง ตลาดระมัดระวังปมภูมิรัฐศาสตร์ระอุ สลับแรงหนุนกลุ่มชิปจากกระแส AI ฟีเวอร์
2.ดีลช็อก! สหรัฐฯ จ่อรับน้ำมันดิบจากเวเนซูเอล่า $2 พันล้าน หลังบรรลุข้อตกลงฉุกเฉินผ่อนปรนกำลังทหาร ฉุดราคาน้ำมันร่วง
3.ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงาน ADP-JOLTS คืนนี้ ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด หลังนโยบายปีก่อนเน้นประคองตัวเลขแรงงาน
4.นักลงทุนลุ้นดัชนี ISM PMI บริการ ธ.ค. 22.00 น. คืนนี้ หากชะลอตัวแรงอาจสะเทือนแผนเศรษฐกิจ Soft Landing
5.บ.ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่ม Constellation อ่วม งบ Q3 จ่อวูบรับแรงกดดันภาษีอลูมิเนียมและกำลังซื้อกลุ่มลาตินถดถอย
6.SET ปิด +0.48% รับกระแส Risk-on หุ้นกลุ่ม China Play วาดหวังแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจีน สวนทางกลุ่มแบงก์โดนเทขาย
1. ดัชนีฟิวเจอร์สสหรัฐฯ เคลื่อนไหวอย่างไร้ทิศทางในคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ผสมผสานกับความคาดหวังในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งแรงวานนี้ หลัง Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ออกมาตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าชิปรุ่นใหม่จะปฏิวัติการทำงานของ AI ให้รวดเร็วขึ้น ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มหน่วยความจำอย่าง Micron และ Seagate ขณะที่ Moderna พุ่งรับการปรับเป้าราคา แต่กลุ่มพลังงานถูกเทขายหนักกดดันภาพรวม
2. ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนการแทรกแซงทางทหาร ดีลนี้จะส่งผลให้น้ำมันดิบกว่า 50 ล้านบาร์เรลที่เคยถูกคว่ำบาตรไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ และอาจส่งผลกระทบต่อโควตาเดิมของจีนที่เป็นผู้ซื้อหลัก การเพิ่มอุปทานอย่างกะทันหันนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ร่วงลงทันทีเกือบ 1% ในช่วงก่อนเปิดตลาด
3. ตลาดกลับมาโฟกัสที่การรายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน (ADP) และตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS) หลังจากความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ในเวเนซุเอลาเริ่มจางหายไป นักวิเคราะห์มองว่าข้อมูลแรงงานในสัปดาห์นี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่กำหนดท่าทีของเฟดในช่วงต้นปี 2026 โดยเฉพาะหลังจากที่เฟดเคยปรับลดดอกเบี้ยหลายครั้งเพื่อพยุงการจ้างงานที่อ่อนแอในช่วงปีที่ผ่านมา หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดอาจกระตุ้นความหวังในการผ่อนคลายนโยบายต่อเนื่อง
4. ดัชนี PMI ภาคบริการจาก ISM เดือนธันวาคมถูกคาดหมายว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 52.2 สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ที่เริ่มเย็นตัวลงในช่วงปลายไตรมาส 4 โดยในเดือนก่อนหน้าพบว่าภาคบริการเริ่มมีปัญหาเรื่องการจ้างงานที่ตึงตัวและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น นักลงทุนจึงเฝ้าติดตามตัวเลขนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความแข็งแกร่งของผู้บริโภคชาวอเมริกัน หากตัวเลขออกมาแย่กว่าที่คาด อาจส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นได้
5. หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มอย่าง Constellation Brands เผชิญความท้าทายก่อนรายงานงบไตรมาส 3 โดยตลาดคาดว่าปริมาณการจำหน่ายเบียร์แบรนด์ดังอย่าง Corona และ Modelo จะหดตัวลงจากผลกระทบของภาษีนำเข้าอลูมิเนียมที่ดันต้นทุนกระป๋องให้สูงขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่องนโยบายคนเข้าเมืองที่บั่นทอนกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าชาวลาตินซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก รายงานงบครั้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น
6. ตลาดหุ้นไทยปิดบวกที่ 1280.82 จุด เพิ่มขึ้น 6.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3.9 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่ม China Play ที่ดีดตัวขึ้นตามความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากจีน ส่งผลให้กลุ่มปิโตรเคมีและอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นแรง อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารและหุ้นปันผลกลับเผชิญแรงขายทำกำไร สะท้อนภาพการปรับพอร์ตของนักลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on) มากขึ้นเพื่อรับโอกาสทำกำไรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ
ที่มา: Investing และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: InnovestX Content Team
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/appfbcontent