
1. ตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น แรงหนุนจากความเชื่อมั่นในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI หลังผลประกอบการ TSMC ออกมาแข็งแกร่ง
2. หุ้น TSMC ทะยานรับความต้องการชิป AI ราคาหุ้นในตลาดไต้หวันพุ่งเกือบ 3% หลังประกาศกำไรทุบสถิติและคงแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง
3. ติดตามรายงานงบการเงินกลุ่มธนาคารพาณิชย์ PNC, State Street และ M&T Bank จ่อเผยผลงาน สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
4. ราคาทองคำอ่อนตัวลงเล็กน้อย แรงขายทำกำไรหลังตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง บั่นทอนความหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในระยะสั้น
5. ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวจำกัด ตลาดทรงตัวหลังความกังวลการโจมตีอิหร่านลดลง แต่ยังจับตาความขัดแย้งในกรีนแลนด์ที่เริ่มตึงเครียด
6. SET Index ปิดบวกแรงรับ Fund Flow ดัชนีพุ่งกว่า 14 จุด ตามทิศทางตลาดภูมิภาคและแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มบิ๊กแคปอย่างคึกคัก
1. ดัชนีฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนเปิดตลาดวันศุกร์ โดยดัชนี Nasdaq 100 นำกลุ่มบวก 0.5% รับอานิสงส์ต่อเนื่องจากความร้อนแรงของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจาก TSMC รายงานผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมเกินคาด แม้ว่านักวิเคราะห์จะตั้งข้อสังเกตถึงแรงขายในหุ้นซอฟต์แวร์บางตัวที่มีความกังวลเรื่องการแข่งขันจากผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ๆ แต่ภาพรวมตลาดได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นตามการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจชะลอการลดอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงเดือนกรกฎาคม
2. ราคาหุ้น TSMC ในตลาดไต้หวันปิดตลาดพุ่งขึ้นเกือบ 3% แตะระดับ 1,740 ดอลลาร์ไต้วัน หลังจากบริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2025 สูงเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการชิปประมวลผลขั้นสูงสำหรับ AI ที่ยังไม่มีสัญญาณการชะลอตัว ซีอีโอ C.C. Wei ยืนยันว่าแม้ต้นทุนการผลิตในปี 2026 จะสูงขึ้นจากการขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ แต่บริษัทยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาว ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอย่างชัดเจน
3. ในคืนนี้ตลาดเตรียมติดตามการประกาศผลประกอบการของธนาคารระดับภูมิภาคและสถาบันการเงินสำคัญในสหรัฐฯ อย่าง PNC Financial Services และ State Street เพื่อประเมินความต่อเนื่องของรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจและการทำธุรกรรมหลักทรัพย์ หลังจากที่ธนาคารใหญ่ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกไปก่อนหน้านี้ว่ากิจกรรมการควบรวมกิจการและการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน (IPO) เริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่ามกลางนโยบายเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
4. ราคาทองคำในตลาดโลกย่อตัวลงเล็กน้อยมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 4,605 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ (Initial Jobless Claims) ที่ลดลงเหลือ 198,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่งเกินไปจนอาจทำให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น ประกอบกับความกังวลต่อสถานการณ์ในอิหร่านที่เริ่มผ่อนคลายลง ทำให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลดน้อยลงตามไปด้วย
5. ราคาน้ำมันดิบโลกมีการรีบาวด์กลับมาบวกเล็กน้อยหลังจากที่ร่วงลงหนักกว่า 4% ในเซสชันก่อนหน้า โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ยืนเหนือระดับ 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดเริ่มกลับมาโฟกัสที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ในกรีนแลนด์ หลังจากมีรายงานว่ากลุ่มประเทศ NATO ได้ส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวภายใต้ "Operation Arctic Endurance" เพื่อแสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตยของเดนมาร์ก หลังสหรัฐฯ แสดงท่าทีต้องการเข้าควบคุมพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์นี้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดครั้งใหม่ที่กระทบต่อความมั่นใจในอุปทานพลังงานโลก
6. สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดตลาดที่ระดับ 1275.60 จุด เพิ่มขึ้น 14.21 จุด (+1.13%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.6 หมื่นล้านบาท โดยดัชนีพุ่งแรงในช่วงบ่ายขานรับ Sentiment เชิงบวกจากตลาดต่างประเทศและแรงซื้อคืนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีที่ได้รับอานิสงส์จากความคลายกังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง นักลงทุนเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น (Risk-on) โดยมีแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) ที่กระจายตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพื่อรอติดตามตัวเลข GDP ไตรมาส 4 และข้อมูลเศรษฐกิจจีนในสัปดาห์หน้า
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b