
1.ตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเล็กน้อย นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายหลังผ่านสัปดาห์ที่ผันผวนจากประเด็นภาษีและภูมิรัฐศาสตร์
2.Intel รายงานผลขาดทุนไตรมาส 4 ราคาหุ้นร่วงหลังผลงานต่ำกว่าคาดและส่งสัญญาณขาดแคลนชิปต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
3.TikTok บรรลุข้อตกลงตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ ดีลประวัติศาสตร์ภายใต้การผลักดันของทรัมป์ช่วยให้แอปดังดำเนินงานต่อในสหรัฐฯ ได้
4.ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงดอกเบี้ยตามคาด ส่งสัญญาณ Hawkish ผ่านการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และเงินเฟ้อรับการสนับสนุนทางการคลัง
5.ราคาทองคำพุ่งทุบสถิติเกือบแตะ $5,000 นักลงทุนแห่เข้าสินทรัพย์ปลอดภัยหลังทรัมป์เผยแผนส่งกองเรือมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง
6.SET Index ปิดบวกในกรอบแคบ ตลาดเคลื่อนไหวจำกัดเพื่อรอประเมินความเสี่ยงใหม่หลังกองเรือสหรัฐฯ มุ่งสู่พื้นที่ตึงเครียด
1. ดัชนีฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อยช่วงบ่ายวันนี้ โดย S&P 500 และ Nasdaq 100 ปรับลดลงประมาณ 0.1% - 0.2% หลังจากที่ตลาดพุ่งขึ้นแรงในวันก่อนหน้าขานรับข่าวประธานาธิบดีทรัมป์ยกเลิกคำขู่เก็บภาษียุโรปหลังบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเรื่องเกาะกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนยังคงถูกจำกัดด้วยความกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและสหภาพยุโรปในระยะยาว รวมถึงการที่นักลงทุนบางส่วนเริ่มปรับพอร์ตเพื่อรอการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า
2. Intel เผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ที่น่าผิดหวังด้วยยอดขาดทุนสุทธิถึง 333 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (GAAP) ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยบริษัทต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตระดับ 18A และ 14A นอกจากนี้ Intel ยังให้ตัวเลขคาดการณ์ (Guidance) ในไตรมาสแรกของปี 2026 ที่อ่อนแอโดยคาดว่าจะขาดทุนราว 0.21 ดอลลาร์ต่อหุ้น สะท้อนถึงความท้าทายในการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดชิป AI จากเจ้าตลาดอย่าง Nvidia และ AMD ท่ามกลางวิกฤตชิปขาดแคลนที่ยังไม่คลี่คลาย
3. TikTok บรรลุข้อตกลงสำคัญกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน "TikTok USDS Joint Venture LLC" เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบนอย่างถาวร โดยกลุ่มนักลงทุนอเมริกันนำโดย Oracle, Silver Lake และ MGX จากอาบูดาบีจะถือหุ้นรวมกันกว่า 80% ขณะที่ ByteDance จะลดสัดส่วนการถือครองลงเหลือ 19.9% ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ Oracle จะเป็นผู้ควบคุมดูแลความปลอดภัยของข้อมูลและอัลกอริทึมสำหรับผู้ใช้งานชาวอเมริกันกว่า 200 ล้านคน ซึ่งทรัมป์ระบุว่านี่คือความสำเร็จในการดึงแอปยอดนิยมกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของ "กลุ่มผู้รักชาติชาวอเมริกัน"
4. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% ตามความคาดหมายของตลาด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการส่งสัญญาณในเชิงเข้มงวด (Hawkish) มากขึ้นผ่านการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีงบประมาณ 2025 ขึ้นเป็น 0.9% และมองว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังคงทรงตัวเหนือระดับเป้าหมาย 2% ไปจนถึงปี 2027 เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและความเชื่อมั่นในวงจรค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้ BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้งภายในช่วงกลางปี 2026
5. ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อีกครั้ง (All-time High) โดยขึ้นไปแตะระดับ $4,967 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะมีการย่อตัวลงเล็กน้อยมาเคลื่อนไหวแถว $4,910 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาระอุ หลังประธานาธิบดีทรัมป์เผยแผนส่งกองเรือ "Armada" มุ่งหน้าสู่คาบสมุทรอาระเบียเพื่อติดตามสถานการณ์ในอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนรีบเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ โลหะเงิน และพลาตินัม ซึ่งทำนิวไฮพร้อมกันทั้งกลุ่มท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายระหว่างประเทศ
6. ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดตลาดที่ 1314.39 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.1 หมื่นล้านบาท ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาขับเคลื่อน ประกอบกับกระแสเงินทุนไหลเข้าเริ่มชะลอตัวลงในช่วงก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ กลุ่มที่ยังประคองตลาดได้คือกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และ ICT ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีกได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและการเดินทางระหว่างประเทศในระยะต่อไป
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b