
1. ตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ทรงตัว นักลงทุนประเมินผลกำไรกลุ่มเทคฯ ขนาดใหญ่ หลังหุ้นซอฟต์แวร์เผชิญการปรับฐานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002
2. Alphabet โชว์รายได้ทะลุ 1.1 แสนล้านดอลลาร์ กำไรพุ่งจากธุรกิจ Cloud และยอดผู้ใช้ Gemini แตะ 750 ล้านราย จ่อเพิ่มงบลงทุน AI สู่ระดับ 1.8 แสนล้านดอลลาร์
3. จับตา Amazon รายงานงบคืนนี้ ตลาดลุ้นยอดขาย AWS และการพิสูจน์ศักยภาพในสมรภูมิ AI หลังราคาหุ้นตามหลังคู่แข่งในช่วงปีที่ผ่านมา
4. ยุโรป-อังกฤษจ่อคงดอกเบี้ย ECB และ BoE เตรียมประกาศมติคืนนี้ ท่ามกลางเงินเฟ้อยูโรโซนที่ร่วงต่ำกว่าเป้าหมายมาอยู่ที่ 1.7% ในเดือนมกราคม
5. ราคาแร่เงินดิ่งหนักกว่า 16% ตลาดโลหะมีค่าเผชิญแรงขายรุนแรงตามตลาดล่วงหน้าในเซี่ยงไฮ้และดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นกดดันสินทรัพย์โภคภัณฑ์
6. SET -0.02% ปิดลบเล็กน้อยประคองฐาน ดัชนีผันผวนแคบๆ โดยมีแรงขาย DELTA กดดัน แต่ยังได้กลุ่มอสังหาฯ และการแพทย์ช่วยพยุงรับกระแส Election Rally
1. ดัชนีฟิวเจอร์สทรงตัวในแดนบวกและลบสลับกันในช่วงบ่ายวันนี้ โดย Nasdaq 100 ขยับขึ้น 0.3% นักลงทุนพยายามมองหาจุดต่ำสุดของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ถูกเทขายอย่างหนักในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 นับตั้งแต่ปี 2002 ความกังวลหลักคือผลกระทบของ AI ที่อาจเข้ามาดิสรัปธุรกิจซอฟต์แวร์เดิม (Disruption risk) ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มแบ่งกลุ่มหุ้นซอฟต์แวร์ออกเป็น "ผู้ชนะ" และ "ผู้แพ้" จากเทคโนโลยีใหม่อย่างชัดเจน
2. Alphabet (Google) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2025 ที่แข็งแกร่งเกินคาด รายได้รวม 1.138 แสนล้านดอลลาร์ (+18% YoY) กำไรสุทธิ 3.44 หมื่นล้านดอลลาร์ (EPS ที่ $2.82) Google Cloud เติบโตโดดเด่นถึง 48% สู่ระดับ 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Gemini App มียอดผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) พุ่งแตะ 750 ล้านราย เข้าใกล้ ChatGPT ที่มียอดล่าสุดราว 800 ล้านราย ด้าน Sundar Pichai ซีอีโอระบุว่าบริษัทจ่อเพิ่มงบลงทุน (CapEx) ปี 2026 สู่ระดับ 1.75 - 1.85 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อขยาย Data Center รองรับความต้องการ AI ที่พุ่งสูงขึ้น
3. คืนนี้ตลาดเฝ้ารอรายงานงบของ Amazon โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์รายได้รวมที่ 2.11 แสนล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 1.96 ดอลลาร์ จุดที่นักลงทุนจะจับตาเป็นพิเศษคืออัตราการเติบโตของ AWS ที่คาดว่าจะขยายตัว 21% สู่ระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่ราคาหุ้น Amazon ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาปรับตัวลดลงกว่า 1% สวนทางกับกลุ่มบิ๊กเทคตัวอื่น เนื่องจากถูกมองว่าเป็นผู้ล้าหลัง (Laggard) ในการสร้างรายได้จาก AI
4. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% เป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน แม้ตัวเลขเงินเฟ้อ (HICP) ของยูโรโซนเดือนมกราคมจะร่วงลงมาอยู่ที่ 1.7% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางก็ตาม สถานการณ์นี้ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า ECB อาจต้องพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนดในช่วงครึ่งแรกของปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75% เนื่องจากกังวลเรื่องเงินเฟ้อภาคบริการที่ยังทรงตัวระดับสูง
5. ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เผชิญแรงขายอย่างรุนแรงในวันนี้ โดยเฉพาะ แร่เงิน (Silver) ที่ราคาสปอตร่วงลงถึง 16% สู่ระดับ $73.55 ต่อออนซ์ หลังจากความผันผวนในตลาดฟิวเจอร์สเซี่ยงไฮ้ไหลลามสู่ตลาดโลก ประกอบกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐที่กดดันราคาโลหะมีค่าทั้งระบบ ราคาทองคำสปอตจึงมีการย่อตัวลงมาตามความกังวลเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของเฟดภายใต้ผู้นำคนใหม่ที่อาจไม่ผ่อนปรนเท่าที่ตลาดเคยคาดไว้
6. ดัชนีหุ้นไทย SET Index ปิดที่ 1346.23 จุด (-0.31 จุด/-0.02%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.7 หมื่นล้านบาท ตลาดเคลื่อนไหวผันผวนแต่ยังรักษาฐานได้ดี โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอสังหาฯ การแพทย์ และไฟแนนซ์ ที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสการเลือกตั้งในประเทศ (Election Rally) และ Fund Flow ที่ยังไหลเข้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์นำโดย DELTA เผชิญแรงขายทำกำไรตามทิศทางหุ้น Hardware เทคฯ โลก ทำให้ดัชนีปิดบวกได้เพียงเล็กน้อยในช่วงท้ายวัน
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b