
1. Futures ตลาดสหรัฐอ่อนตัวลง ยังคงกังวลสงครามอิหร่านยืดเยื้อ เกินกว่าที่ทรัมป์เคยส่งสัญญาณไว้ที่ 4-5 สัปดาห์
2. สหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารจะจบลงใน 4-5 สัปดาห์ แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า อาจยืดเยื้อกว่านั้น
3. จีนปรับลดเป้าการเติบโตเศรษฐกิจสู่ระดับ 4.5-5% จากปีก่อนประมาณ 5% เรามีมุมมองระมัดระวังในการลงทุนหุ้นจีน
4. ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดพุ่ง 9.63% ฟื้นตัวจากการร่วงหนักเมื่อวานนี้ หลัง NYT รายงานอิหร่านต้องการเจรจาเมื่อวานนี้
5. กรรมการ ECB ระบุไม่เห็นเหตุผลที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้ ย้ำระบบการเงินยุโรปยังมีเสถียรภาพแม้มีสงคราม
6. SET Index +2.36% ฟื้นตัวตามภูมิภาค จากความกังวลในตะวันออกกลางผ่อนคลายขึ้น โดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคฯ นำตลาด
1. ดัชนี Futures ของ Dow, S&P 500, Nasdaq ร่วงต่อ หลังตลาดมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในเมื่อวานนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อของสงครามเพิ่มขึ้นตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการขยายวงของสงครามหลังอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการยิงเป้าหมายทั่วตะวันออกกลาง ในกรณีที่สถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อและยกระดับความรุนแรงจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้นผ่านราคาพลังงาน
2. สหรัฐฯ ยืนยันต่อสาธารณะว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านจะจบลงภายในราว 4–5 สัปดาห์ และจะไม่กลายเป็นสงครามไม่มีที่สิ้นสุด แบบอิรักหรืออัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางจำนวนมากมองว่ามีโอกาสยืดเยื้อมากกว่านั้น เพราะอิหร่านเป็นประเทศใหญ่ มีโครงสร้างความมั่นคงเข้มแข็ง และมีเครือข่ายตัวแทน (proxies) ทั่วภูมิภาค เนื่องจากอิหร่านกำลังยกระดับความตึงเครียดทั่วภูมิภาค แม้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอิหร่านแพ้สงครามแต่อาจใช้เวลานาน
3. จีนตั้งเป้า GDP 4.5-5% ต่ำกว่าปีก่อนที่ 5% สะท้อนการยอมรับว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ช่วงขยายตัวช้าลง ท่ามกลางดีมานด์ในประเทศที่อ่อนแอ และการค้าระหว่างประเทศที่มีความไม่แน่นอน ในขณะที่ยังคงการขาดดุลไว้ที่ระดับ 4% ของ GDP เท่ากับปีก่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมย้ำแผนพัฒนา 5 ปี มุ่งเน้นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ AI โดยภาพรวมเราระมัดระวังการลงทุนในหุ้นจีนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่เพียงพอ ทำให้ตลาดต้องปรับลดความคาดหวังลง
4. ดัชนี KOSPI ปิดพุ่ง 9.63% ที่ 5,583.90 จุด หลังร่วง 12.06% เมื่อวานนี้ โดยได้แรงหนุนจากรายงานของ New York Times ที่ระบุว่าอิหร่านแสดงความพร้อมเจรจากับสหรัฐเพื่อยุติสงคราม หุ้นกลุ่ม Chip นำทัพโดย Samsung Electronics พุ่ง 11.27% และ SK Hynix ขึ้น 10.84% ขณะที่ราคาน้ำมันโลกเริ่มมีเสถียรภาพ ประธานาธิบดี Lee Jae Myung ยืนยันความพร้อมใช้มาตรการกองทุนฉุกเฉิน 100 ล้านล้านวอนเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดหากจำเป็น
5. Francois Villeroy de Galhau ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสและกรรมการนโยบาย ECB กล่าวว่าไม่เห็นเหตุผลที่ ECB ควรขึ้นดอกเบี้ย แม้จะมีความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และเสถียรภาพทางการเงินยังไม่มีความเสี่ยงในปัจจุบัน ทั้งนี้ความขัดแย้งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและการเติบโตชะลอตัว แต่สัดส่วนผลกระทบจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสถานการณ์ โดยจะไม่รีบส่งสัญญาณเกี่ยวกับดอกเบี้ยนโยบายล่วงหน้า
6. SET ฟื้นตัวตามภูมิภาค หลังโลกมีมุมมองคลายกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางมากขึ้น ปธน. ทรัมป์ประกาศคุ้มครองการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯฟื้นตัวนำตลาด อาทิ HANA (+10.40%) DELTA (+7.95%) KCE (+7.27%) คาดฟื้นตัวตามหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่เช้านี้ฟื้นตัวแรงถึง 12% ด้านหุ้นขนาดใหญ่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากบ่ายวานนี้ GULF (+4.63%) AOT (+5.15%) TRUE (+2.26%) KTB (+3.05%) คาดได้แรงซื้อกลับหลังเกิด Circuit Breaker
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b