Bites for Dinner

Bites for Dinner - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 24 มี.ค. 2569

24 Mar 26 5:00 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวจำกัด นักลงทุนประเมินทิศทางความขัดแย้งในอิหร่าน หลัง Trump เลื่อนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน 

2. การโจมตีรอบใหม่ในตะวันออกกลางหนุนราคาน้ำมันฟื้นตัวต่อ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังคงกดดันตลาดโลก

3. ราคาทองคำทรงตัว แต่ความกังวลเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยค้างสูง ยังจำกัดการฟื้นตัวของสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น

4. ดอลลาร์แข็งค่า จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ

5. จับตา Flash PMI สหรัฐฯ เพื่อประเมินผลกระทบสงครามต่อเศรษฐกิจ ขณะที่ Fed กังวลราคาพลังงานสูงอาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น

6. ดัชนี SET ปรับตัว +0.93% ฟื้นตัวตามภูมิภาค หลังสหรัฐฯ เลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอิหร่านออกไป ผ่อนคลายความตึงเครียด

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 24 มีนาคม 2569

 

1. ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดย Dow futures ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq 100 แทบไม่เปลี่ยนแปลง นักลงทุนประเมินทิศทางความขัดแย้งในอิหร่าน หลังปธน. Donald Trump ประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านออกไปชั่วคราว แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันก่อนหน้า จากความหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่ทางการเตหะรานปฏิเสธว่ามีการพูดคุยเกิดขึ้นจริง สะท้อนความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าแม้ตลาดหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่ระดับ 6,900–7,000 จุดของดัชนี S&P 500 อาจเป็นแนวต้านสำคัญในระยะถัดไป

 

2. สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ หลังมีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่ รวมถึงอิสราเอล คูเวต และซาอุดีอาระเบีย ขณะที่อิสราเอลระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอน ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลกยังคงถูกปิดเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ำมัน Brent ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับประมาณ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคยปรับลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ชั่วคราว ความตึงเครียดดังกล่าวสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก และเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่อง

 

3. ราคาทองคำเคลื่อนไหวทรงตัวในตลาดยุโรป หลังแรงกดดันจากราคาน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ทองคำยังเผชิญแรงกดดันในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดลง โดยปกติแล้ว สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำจะมีความน่าสนใจลดลงในสภาวะดอกเบี้ยสูง ล่าสุดราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าตลาดกำลังปรับมุมมองต่อเงินเฟ้อที่อาจสูงต่อเนื่อง และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางจะคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด

 

4. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์ (DXY) เพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 99.25 จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนประเมินสัญญาณที่ขัดแย้งกันจากสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับโอกาสในการยุติความขัดแย้ง แม้ดอลลาร์จะอ่อนค่าลงชั่วคราวหลังการประกาศเลื่อนการโจมตีของสหรัฐฯ แต่การกลับมาของการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่ในตะวันออกกลาง ได้หนุนความต้องการถือครองสกุลเงินปลอดภัยอีกครั้ง นักวิเคราะห์มองว่า หากยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิง การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงและการอ่อนค่าของดอลลาร์จะมีข้อจำกัดในระยะสั้น

 

5. นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Flash PMI) ของสหรัฐฯ เดือนมีนาคม ซึ่งจะสะท้อนภาพเบื้องต้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลการจ้างงานจาก ADP เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางเศรษฐกิจโดยรวม ประธาน Fed Jerome Powell ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจ แต่ยอมรับว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในระยะถัดไป

 

6. ดัชนี SET ปิดที่ 1410.39 จุด (+13.05จุด/ +0.93%) มูลค่าการซื้อขาย 6.1 หมื่นลบ. โดยฟื้นตัวตามภูมิภาค หลังสหรัฐฯ เลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอิหร่านออกไป จากเดิมที่ครบกำหนดวานนี้ ผ่อนคลายความตึงเครียด โดยอุตสาหกรรมที่ปรับขึ้น นำโดย ท่องเที่ยว ไฟแนนซ์ ธนาคาร ขนส่ง และชิ้นส่วนอิเล็กฯ ขณะที่อุตสาหกรรมที่ปรับลง นำโดย ปิโตรฯ ด้านกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่รีบาวด์ AOT (+2.09%) KTB (+2.96%) BBL (+2.45%) MINT (+4.76%) ส่วนกลุ่มพลังงาน BANPU (-5.56%) AGE (-6.67%) LANNA (-5.49) PTTEP (-0.32%) และปิโตรฯ IVL (-8.20) PTTGC (-3.73%) ปรับลง คาดเผชิญแรงขายทำกำไรจากช่วงที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามความตึงเครียดสงครามในตะวันออกกลาง

 

-----

ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5