Evening Brief

Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 11 พ.ค. 2569

11 May 26 5:19 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ Evening Brief
สรุปสาระสำคัญ

1. ดัชนี Futures ของสหรัฐฯ ปรับตัวในกรอบ ตลาดติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ผลประกอบการยังหนุนตลาด
2. ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ หลังทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนออิหร่าน สร้างความเสี่ยงให้การปิดฮอร์มุซยืดเยื้อมากขึ้น
3. PPI จีนพุ่งสูงสุดในรอบ 45 เดือนจากจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่กระทบการใช้นโยบายของรัฐ
4. หุ้น Semiconductors จีนปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 6% สะท้อนการลงทุนในกลุ่ม AI Infrastructure และสนับสนุนชิปในประเทศ
5. หุ้นอินเดียปรับตัวลดลงกว่า 1% หลัง โมดี ให้ประชาชนลดการใช้เชื้อเพลิง ชี้ถึงแรงกดดันเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
6. SET -0.74% จากความขัดแย้งตะวันออกกลางยืดเยื้อ และฝ่ายค้านเบรก พ.ร.ก. เงินกู้ โดยหุ้นใหญ่เผชิญแรงขาย

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 11 พฤษภาคม 2569

 

1. สัญญาล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อย โดยดัชนี Future S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลดลงราว -0.1% ขณะที่นักลงทุนติดตามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะเดียวกันยังคงจับตากระแสการใช้จ่ายลงทุนมหาศาลของบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีในการสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับรองรับงานด้าน AI โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่หก สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน
 
2. ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอใหม่ของอิหร่านที่ขอให้ยุติการปิดล้อม ชดเชยความเสียหาย และยอมรับสิทธิ์ของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นราว 3.5% เพราะตลาดกังวลว่าการขนส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซอาจเป็นอัมพาตต่อไป ขณะเดียวกันสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันหนักทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ยุติสงคราม และ ทรัมป์เตรียมเดินทางไปเยือนจีนเพื่อหารือประเด็นอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ
 
3. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี เพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานพุ่งขึ้นแรง ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 1.2% YoY โดยถูกดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและทองคำที่ปรับตัวขึ้น แต่ยังถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญมองว่าทางการจีนยังไม่ต้องรีบเปลี่ยนนโยบายการเงิน เพราะแรงกดดันด้านราคาเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก และดีมานด์ในประเทศยังอ่อนแออยู่มาก
 
4. หุ้นกลุ่มชิปและ AI ของจีนปรับตัวขึ้นต่อ โดยดัชนี CSI Semiconductor Index พุ่งราว 6% ทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับจีนเองการเร่งพัฒนาชิป AI ภายในประเทศเพื่อชดเชยการจำกัดส่งออกของสหรัฐฯ รวมถึงการสนับสนุนจากนโยบายรัฐ ถูกมองว่าเป็นตัวเร่งสำคัญให้หุ้นชิปจีนยังได้เปรียบเชิงธีมการเติบโต แม้ valuation หลายตัวเริ่มตึงตัวและมีความเสี่ยงจากความผันผวนของกระแสเก็งกำไรระยะสั้น
 
5. ขณะที่ดัชนี Sensex และ Nifty ร่วงแรงกว่า 1% นำโดยหุ้นธนาคาร ยานยนต์ และหุ้นรัฐวิสาหกิจ หลังจากคำเตือนของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ให้ประชาชนลดการใช้เชื้อเพลิง และเลื่อนการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การซื้อทองคำ และการเดินทางต่างประเทศ ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดตีความว่าแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียกำลังรุนแรงขึ้น
 
6. SET ปรับลงในช่วงบ่าย คาดกังวลความเสี่ยงตะวันออกกลางยืดเยื้อ ด้านฝ่ายค้านยื่น ศาล รธน. ตีความเบรก พ.ร.ก. กู้เงินฯ โดยหุ้นขนาดใหญ่เผชิญแรงขาย GULF (-2.08%) DELTA (-1.93%) MTC (-2.50%) คาดเป็นไปตามโมเมนตัมบรรยากาศการลงทุนโลกที่ยังกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. WHA (-3.40%) AMATA (-2.40%) CK (-5.29%) STECON (-5.76%) หลังฝ่ายค้านร่วมยื่น ศาล รธน. เพื่อตีความ พ.ร.ก. ดังกล่าว

-----


ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5