
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวรับครึ่งปีหลัง ชี้ตลาดรอสัญญาณ Fed และข้อมูลเศรษฐกิจใหม่
2. ถ้อยแถลง Warsh ที่ Sintra ถูกจับตา อาจชี้ทิศทาง Fed หลังเงินเฟ้อพลังงานเริ่มคลายลง
3. สหรัฐฯ–อิหร่านเจรจาผ่านคนกลางที่กาตาร์ หวังลดความเสี่ยง Hormuz และแรงกดดันน้ำมัน
4. ตลาดติดตามตัวเลข ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯ คืนนี้ อาจสะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจและแรงกดดันต้นทุน
5. Nike ถูกกดดันหลังยอดขายในจีนอ่อนแอ สะท้อนความเสี่ยงกำลังซื้อและกระทบหุ้นกลุ่ม Consumer
6. SET อ่อนตัวหลังทดสอบระดับ 1,600 จุดไม่ผ่าน แรงขายทำกำไรเป็นวงกว้างนำโดยหุ้นใหญ่
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มเปิดอ่อนตัว โดย Dow Futures -0.4%, S&P 500 Futures -0.4% และ Nasdaq 100 Futures -0.6% หลัง Wall Street เพิ่งฟื้นจากแรงซื้อหุ้นเทคฯ และเซมิคอนดักเตอร์ในคืนก่อนหน้า ภาพนี้สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้เข้าสู่โหมด Risk-on เต็มที่ เพราะนักลงทุนรอสัญญาณจาก Fed และข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อประเมินว่าดอกเบี้ยจะอยู่สูงนานแค่ไหน
2. ถ้อยแถลงของประธาน Fed Kevin Warsh ในเวทีธนาคารกลางที่โปรตุเกสเป็นจุดสนใจสำคัญของตลาดการลงทุน หลังข้อมูลตำแหน่งงานว่างสหรัฐฯ ออกมาแข็งแรงกว่าคาด และเจ้าหน้าที่ Fed บางรายยังส่งสัญญาณเข้มงวด หาก Warsh เน้นความเสี่ยงเงินเฟ้อหรือลดการให้คำแนะนำล่วงหน้า (Guidance) อาจหนุน Bond Yield และดอลลาร์ ขณะที่หุ้นเติบโตอาจเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านดอกเบี้ย
3. ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่านคนกลางจากกาตาร์และปากีสถานที่ประเทศกาตาร์ หลังความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz ทำให้ตลาดกังวลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและ LNG สำคัญของโลก โดยราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวใกล้ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าช่วงที่ความเสี่ยงพุ่งแรงก่อนหน้า หากการเจรจาคืบหน้า อาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและหนุน Sentiment สินทรัพย์เสี่ยง
4. ตลาดรอตัวเลข ISM ภาคการผลิตเดือน มิ.ย. ซึ่งคาดว่ายังอยู่เหนือระดับ 50 ที่สะท้อนว่าภาคการผลิตยังขยายตัว แต่ตลาดจะให้น้ำหนักกับองค์ประกอบราคาจ่ายเช่นกัน เพราะอาจบอกได้ว่าต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบเริ่มลดแรงกดดันลงหรือไม่ หากตัวเลขกิจกรรมแข็งแรงแต่ราคาจ่ายชะลอ จะเป็นภาพบวกต่อ Soft Landing แต่ถ้าต้นทุนยังสูง อาจทำให้ Fed ระวังการลดดอกเบี้ยมากขึ้น
5. หุ้น Nike อ่อนตัวก่อนเปิดตลาด หลังบริษัทส่งสัญญาณว่าแผนฟื้นธุรกิจยังมีอุปสรรค แม้รายได้ไตรมาสล่าสุดออกมาดีกว่าคาด แต่ยอดขายในจีนลดลงเป็นตัวเลขสองหลัก สะท้อนแรงกดดันจากดีมานด์ผู้บริโภคและการแข่งขันที่สูงขึ้น ประเด็นนี้กระทบ Sentiment กลุ่ม Consumer เพราะหากแบรนด์ใหญ่ยังฟื้นช้า ตลาดอาจกังวลต่อกำลังซื้อและการเติบโตของค้าปลีกโลกในระยะสั้น
6. SET Index วันที่ 1 ก.ค. 2569 ปิดที่ 1,588.23 จุด ลดลง 3.01 จุด (-0.19%) มูลค่าซื้อขาย 6.4 หมื่นล้านบาท หลังขึ้นทดสอบ 1,600 จุดแล้วแต่ไม่ผ่านและถูกขายทำกำไรเป็นวงกว้าง โดยหุ้นขนาดใหญ่ที่ขึ้นมาในวันก่อนหน้าอ่อนตัว เช่น HMPRO (-3.05%), GLOBAL (-2.82%), TLI (-2.61%), AWC (-2.24%) และ ADVANC (-1.09%) ขณะที่หุ้นเข้า SET50/SET100 ถูกเทขายแรง เช่น TFG (-9.09%), MRDIYT (-8.03%) และ THAI (-3.76%) ส่วน PLANB (+3.88%) และ COM7 (+1.80%) บวกจากดีลลงทุน
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b