
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ แกว่งผสม ตลาดรอ CPI งบแบงก์ และถ้อยแถลง Fed ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม
2. สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่อง ดันน้ำมันเหนือ 85 ดอลลาร์ เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและตลาดโลก
3. เงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้ชี้ทิศดอกเบี้ย หากสูงกว่าคาดอาจกดดันหุ้นเทคฯ และดัน Bond Yield ขึ้น
4. แบงก์ใหญ่สหรัฐฯ เปิดฤดูกาลงบ ตลาดจับตาสินเชื่อ คุณภาพหนี้ รายได้ตลาดทุน และเศรษฐกิจโลก
5. Nvidia คุมเข้มลูกค้าชิป AI ในเอเชีย สะท้อนภูมิรัฐศาสตร์เริ่มจำกัดโอกาสเติบโตของหุ้นชิป
6. SET ปิดลบเล็กน้อย กลุ่มพลังงานช่วยพยุง หลังช่วงเช้าตลาดร่วงกว่า 20 จุด
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผสมก่อนเปิดตลาด โดย S&P 500 Futures ทรงตัว Nasdaq 100 Futures บวกราว 0.4% ขณะที่ Dow Futures ลดลงประมาณ 0.3% นักลงทุนยังไม่เร่งเพิ่มความเสี่ยง เพราะวันนี้มีทั้งตัวเลข CPI เดือน มิ.ย. ผลประกอบการแบงก์ใหญ่ และถ้อยแถลงของประธาน Fed พร้อมกัน ภาพนี้ทำให้ตลาดอาจแกว่งแรงตามข้อมูลใหม่ โดยหุ้นเทคฯ ยังได้แรงพยุงบางส่วน แต่ Upside ถูกจำกัดจากราคาน้ำมันและความตึงเครียดอิหร่าน จึงควรจับตาทิศทางหลังข้อมูลออกมากกว่าโลก
2. ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังเป็นตัวแปรหลัก หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านเป็นคืนที่สาม และกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางเรือ ขณะที่มีแนวคิดเก็บค่าคุ้มครองเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบ Hormuz ทำให้น้ำมัน Brent ขึ้นเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากการขนส่งสะดุดนานขึ้น ราคาพลังงานอาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ กดดันประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน และเพิ่มความผันผวนต่อหุ้นทั่วโลก แม้หุ้นพลังงานอาจได้ Sentiment บวกในระยะสั้น แต่ภาพรวมยังเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง
3. ตลาดจับตา CPI สหรัฐฯ เดือน มิ.ย. ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อมุมมองดอกเบี้ย หลังนักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น และบางส่วนกลับมาประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ตลาดอาจลดความหวังต่อการผ่อนคลายนโยบาย ดัน Bond Yield และดอลลาร์ขึ้น พร้อมกดดันหุ้น Growth โดยเฉพาะเทคฯ แต่หากตัวเลขชะลอลง จะช่วยคลายความกังวลและเปิดทางให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวได้ โดยตลาดยังรอฟังท่าทีประธาน Fed เพื่อยืนยันทิศทาง
4. JPMorgan, Bank of America, Goldman Sachs, Wells Fargo และ Citigroup เตรียมรายงานงบไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกของฤดูกาลกำไร ตลาดไม่ได้ดูเพียงกำไรสุทธิ แต่จะจับตาการเติบโตสินเชื่อ คุณภาพหนี้ ค่าเผื่อหนี้เสีย รายได้จากตลาดทุน และทิศทางดอกเบี้ยสุทธิ เพราะข้อมูลเหล่านี้สะท้อนทั้งกำลังซื้อผู้บริโภคและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ หากงบแข็งแรงอาจช่วยพยุงตลาด แต่หากคุณภาพสินทรัพย์อ่อนลง จะเพิ่มความกังวลต่อเศรษฐกิจชะลอ และกดดันหุ้นการเงินรวมถึงตลาดวงกว้าง
5. มีรายงานว่า Nvidia ลดจำนวนลูกค้าในเอเชียที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อชิป AI ขั้นสูงลงมากกว่าครึ่ง พร้อมจัดทำรายชื่อผู้ซื้อที่ผ่านการตรวจสอบเข้มงวดขึ้นในสิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดส่งออกของสหรัฐฯ ประเด็นนี้ไม่ได้สะท้อนว่าดีมานด์ AI อ่อนลง แต่ชี้ว่าภูมิรัฐศาสตร์เริ่มจำกัดการเข้าถึงลูกค้าและโอกาสเติบโตของยอดขายมากขึ้น จึงอาจเพิ่มความผันผวนในหุ้นชิป และทำให้ตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์และห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น
6. SET Index วันที่ 14 ก.ค. 2569 ปิดที่ 1,626.03 จุด ลดลง 1.87 จุด (-0.11%) มูลค่าซื้อขาย 8.1 หมื่นล้านบาท ฟื้นจากช่วงเช้าที่ร่วงกว่า 20 จุด จากแรงซื้อกลุ่มพลังงานและ Fund Flow ต่างชาติ โดย PTTEP (+2.13%), TOP (+1.99%), BANPU (+1.75%) รับอานิสงส์เด่นตามราคาน้ำมันขึ้น ขณะที่ไฟแนนซ์และโรงไฟฟ้า เช่น SAWAD (-2.97%), MTC (-2.27%), BCPG (-4.03%) เผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งขึ้น ตามความกังวลเงินเฟ้อที่กลับมาตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b