
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย ตลาดยังจับตาแรงกดดันจาก Bond Yield และความเชื่อมั่นผู้บริโภค
2. ตลาดรอตัวเลข Flash PMI สหรัฐฯ เดือนสิงหาคม ประเมินความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจท่ามกลางแรงกดดันพลังงาน
3. Ross Stores ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี สะท้อนกำลังซื้อกลุ่มสินค้าราคาประหยัดยังโตแกร่ง
4. สหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นสูงสุดในประวัติศาสตร์ต่ออิหร่าน ยกระดับสงครามเศรษฐกิจ
5. ราคาน้ำมันดิบ Brent ย่อตัวเล็กน้อย แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังพุ่งแรงจากความตึงเครียดช่องแคบ Hormuz
6. SET +0.24% มีแรงซื้อกลับเข้ามา หนุนจากแรงซื้อในกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ และเก็งกำไรก่อนงาน Thailand Focus
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดย S&P 500 Futures +0.2% และ Nasdaq 100 Futures +0.4% หลังตลาดหุ้นปิดลบในวันก่อนหน้าจาก Bond Yield ที่กลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะประกาศเข้าซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว แต่ถ้อยแถลงของ Scott Bessent รมว.คลัง ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ ขณะที่งบของ Walmart ออกมาน่าผิดหวัง ภาพนี้ยังคงกดดัน Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในระยะสั้น นักลงทุนจึงต้องจับตาแรงกดดันจาก Bond Yield
2. สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้น (Flash PMI) ประจำเดือนสิงหาคมจาก S&P Global โดยตลาดคาดว่า PMI ภาคบริการจะชะลอลงเล็กน้อยสู่ 53.9 ขณะที่ PMI ภาคการผลิตคาดว่าจะขยับขึ้นแตะ 54.0 (สูงกว่า 50 สะท้อนการขยายตัว) หลังจากตัวเลขกิจกรรมทางธุรกิจยังคงยืนแข็งแกร่งแม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ข้อมูลชุดนี้จะสะท้อนความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอาจส่งผลต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยของธนาคารกลางในระยะถัดไป
3. ราคาหุ้น Ross Stores พุ่งกว่า 8% ในช่วง Pre-Market หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปรับปรุงแล้วที่ $2.06 ต่อหุ้น สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ $1.94 พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ EPS ทั้งปีขึ้นสู่ช่วง $8.61 - $8.77 (จากเดิม $7.50 - $7.74) สะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังหันมาเลือกซื้อสินค้าราคาคุ้มค่าเพื่อลดผลกระทบจากค่าครองชีพ ข่าวนี้ส่งผลบวกต่อ Sentiment หุ้นกลุ่ม Discount Retailer แต่สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายและกดดันกลุ่มค้าปลีกระดับบน
4. Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าจะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ต่ออิหร่าน ควบคู่ไปกับมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้จีนให้ความร่วมมือ โดยจะแถลงรายละเอียดในวันจันทร์นี้ เพื่อตอบรับคำเตือนของ Donald Trump เรื่องการทำสงครามเศรษฐกิจกับเตหะราน ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เร่งตัวขึ้น นักลงทุนต้องจับตาการตอบโต้จากฝั่งอิหร่านและผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
5. ราคาน้ำมันดิบ Brent ย่อตัวลงเล็กน้อย 0.4% มาอยู่ที่ระดับ 93.41 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ปรับลง 0.6% อยู่ที่ 86.36 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบ Brent ยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นมากกว่า 5% ในสัปดาห์นี้จากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz ภาพรวมจึงยังคงมี Geopolitical Risk หนุนราคาพลังงาน ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
6. SET มีแรงซื้อกลับเข้ามา หนุนจากแรงซื้อในกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ และเก็งกำไรก่อนงาน Thailand Focus ติดตาม กนง. และ Jackson Hole ในสัปดาห์หน้า โดย PTTGC (+7.05%) กลุ่มโรงกลั่น SPRC (+9.24%) BCP (+5.26%) TOP (+4.49%) ได้อานิสงส์จาก Supply น้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว ค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง และถูกต่างชาติปรับคำแนะนำขึ้นเช่นกัน กลุ่มธนาคารมีแรงซื้อกลับ TTB (+2.82%) KKP (+1.78%) CREDIT (+1.69%) KBANK (+1.58%) KTB (+1.14%) อัตราปันผลคงอยู่ในระดับสูง
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b