Morning Brief

Morning Brief - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 1 พ.ค. 2569

1 May 26 9:30 AM
Morning Brief เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. หุ้นสหรัฐฯ-โลก ทำจุดสูงสุดใหม่ รับแรงหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ แกร่งและกำไรบจ. หนุน S&P 500 ปิดเดือนดีที่สุดตั้งแต่ปี 2020

2. Fitch เตือนภาระหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ สูงกว่าประเทศอื่นใน AA peers มาก หลังมาตรการลดภาษีเสี่ยงทำให้ขาดดุลกว้างขึ้น

3. ECB มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย Deposit rate ที่ 2.00% ตามตลาดคาดการณ์ แต่ชี้ความเสี่ยงเงินเฟ้อ–เศรษฐกิจ “แย่ลงพร้อมกัน”

4. Trump ยกเลิกภาษี Scotch whisky หลัง King Charles III เยือนสหรัฐฯ ช่วยลดแรงกดดันด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ-UK

5. วานนี้เยนแข็งค่า 3% หลังญี่ปุ่นแทรกแซงตลาด FX ตอบโต้แรงขายเก็งกำไรและความเสี่ยงเงินเฟ้อจากน้ำมันสูง

6. Apple คาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 โต 14%–17% สูงกว่าคาด หนุนหุ้นบวก แม้ต้นทุนชิปและปัญหาขาดแคลน Mac ยังอยู่

7. OpenAI CFO ยืนยันธุรกิจยังโตตามแผน ชี้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ AI สูงมาก แม้ถูกกังวลว่ารายได้และผู้ใช้งานต่ำกว่าเป้าบริษัท

Morning Brief
By INVX Investment Products & Strategy
1 May 2026

 
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ โดย S&P 500 เพิ่มขึ้น 1% และขยายการปรับขึ้นในเดือนเม.ย. เป็น 10% หลังข้อมูล GDP สหรัฐฯ 1Q26 โต 2.0% หนุนจากการเติบโตที่เร่งตัวจากการลงทุนภาคธุรกิจที่ได้แรงหนุนจาก AI ขณะที่หุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ Russell 2000 เพิ่มขึ้น 2.2% สะท้อนมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจในประเทศ ราคาน้ำมัน WTI ลดลง 1.4% สู่ 105.35 ดอลลาร์/บาร์เรล ช่วยหนุน sentiment และกด Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปีลง 5 bps สู่ 4.38% ด้านดอลลาร์อ่อนค่า 0.8% เยนแข็ง 2.4% จากรายงานการแทรกแซงค่าเงินของญี่ปุ่น ขณะที่ทองคำเพิ่มขึ้น 1.5% สู่ 4,617.31 ดอลลาร์/ออนซ์ สะท้อนตลาดยัง hedge ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อยู่บางส่วน

 

2. Fitch Ratings เตือนว่าอันดับเครดิตสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากขาดดุลงบประมาณที่มีแนวโน้มกว้างขึ้น และทำให้ภาระหนี้อยู่ในระดับ “สูงกว่ามาก” เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ได้อันดับ AA โดย Fitch คาดว่าฐานะการคลังสหรัฐฯ จะอ่อนแอลงในปีนี้จากมาตรการลดภาษีใน One Big Beautiful Bill Act แม้มีรายได้จากภาษีนำเข้าช่วยชดเชยบางส่วน ซึ่ง Fitch คาด deficit ภาครัฐทั่วไปอยู่ที่ 7.9% ของ GDP ทั้งปีนี้และปีหน้า พร้อมระบุความไม่แน่นอนของรายได้ภาษีนำเข้าและข้อเรียกร้องเพิ่มงบกลาโหมของ Trump อย่างไรก็ดี Fitch ยังมองว่าจุดแข็งของสหรัฐฯ คือบทบาทดอลลาร์ในฐานะเงินสำรองโลก เศรษฐกิจขนาดใหญ่ และตลาดทุนที่ลึกและมีสภาพคล่องสูง

 

3. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยหลัก โดย deposit rate ที่ 2.00%, refinancing rate ที่ 2.15% และ marginal lending rate ที่ 2.40% ตามที่ตลาดคาด โดย ECB ระบุว่า แม้แนวโน้มเงินเฟ้อโดยรวมยังสอดคล้องกับการประเมินเดิม แต่ “upside risk ต่อเงินเฟ้อ” และ “downside risk ต่อเศรษฐกิจ” เพิ่มขึ้นชัดเจน อีกทั้ง เตือนว่าหากราคาพลังงานสูงอยู่นาน จะยิ่งเพิ่มโอกาสเกิด second-round effects และกระทบเศรษฐกิจวงกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยูโรโซนยังมี resilience ในช่วงที่ผ่านมา และเงินเฟ้อระยะยาวยัง “ยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบ” แม้ระยะสั้นเริ่มปรับขึ้น

 

4. ปธน. Donald Trump ระบุว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกภาษีและข้อจำกัดบางส่วนต่อ Scotch whisky หลังการเยือนของ King Charles III ซึ่งถือเป็นการผ่อนปรนทางการค้าที่สำคัญต่อสหราชอาณาจักร และช่วยลดแรงกดดันต่ออุตสาหกรรม whisky ของสกอตแลนด์ โดยในปี 2025 สกอตแลนด์ส่งออก Scotch whisky ไปสหรัฐฯ เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ ทำให้สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุดของอุตสาหกรรมนี้ ประเด็นดังกล่าวยังช่วยสนับสนุน sentiment ด้านความสัมพันธ์การค้าสหรัฐฯ-UK หลังความสัมพันธ์ทวิภาคีตึงเครียดจากจุดยืนที่แตกต่างกันต่อสงครามอิหร่านและประเด็น Greenland ขณะที่ฝั่ง UK ระบุว่าการยกเลิกภาษีจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิต Scotch และผู้ผลิต bourbon ในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้ผลิต Scotch ใช้ถัง bourbon จากรัฐ Kentucky ในกระบวนการบ่ม whisky

 

5. เงินเยนแข็งค่าขึ้น 3% มากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังญี่ปุ่นแทรกแซงตลาดเงิน โดยแหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลซื้อเยนและขายดอลลาร์ หลังเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณเตือน “ครั้งสุดท้าย” ต่อผู้เก็งกำไร เยนแตะระดับ 155.57 เยนต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดตั้งแต่ปลายก.พ. ก่อนอ่อนกลับมาแถว 157.10 ในช่วงเช้าเอเชีย การแทรกแซงเกิดขึ้นหลังเยนอ่อนใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ทศวรรษ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อผ่านต้นทุนนำเข้า โดยเฉพาะน้ำมันที่ Brent พุ่งเหนือ 126 ดอลลาร์/บาร์เรล นักวิเคราะห์จาก ING และ Bloomberg มองว่าการแทรกแซงอาจช่วยพยุงเยนระยะสั้น แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น และราคาพลังงานสูงยังเป็นแรงกดดันหลักต่อการอ่อนค่าของค่าเงินเยน

 

6. Apple คาดรายได้ไตรมาส 3 จะเติบโต 14%–17% สูงกว่าค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ 9.1% ส่งผลให้หุ้นปรับขึ้นเกือบ 4% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด แม้บริษัทยังเตือนว่าต้นทุน memory chip จะเพิ่มขึ้น และปัญหาขาดแคลน Mac จะยืดเยื้อหลายเดือน รายได้ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17% สู่ 111.2 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 109.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.01 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 1.96 ดอลลาร์ รายได้ iPhone เพิ่มขึ้น 22% สู่ 57 พันล้านดอลลาร์ และรายได้ในจีนพุ่ง 28% สู่ 20.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อน demand แข็งแกร่งก่อน John Ternus เข้ารับตำแหน่ง CEO ในเดือนก.ย.

 

7. Sarah Friar ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ OpenAI ปฏิเสธความกังวลว่าบริษัทพลาดเป้าหมายในด้านรายได้และการเติบโตของผู้ใช้งาน โดยระบุว่า OpenAI ยังทำได้ดีกว่าแผนในภาพรวม และกำลังเผชิญ “vertical wall of demand” หรือความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Friar ยอมรับว่าบริษัทมีเป้าหมายภายในที่ท้าทาย แต่ความนิยมของผลิตภัณฑ์ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย Codex มีผู้ใช้งานรายสัปดาห์ 4 ล้านราย จาก 3 ล้านรายเมื่อสองสัปดาห์ก่อน OpenAI ระบุในเดือนมี.ค. ว่ามีรายได้ 2 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน ขณะที่บริษัทวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ราว 6 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ท่ามกลางการแข่งขันจาก Anthropic และ Google
 
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ISM Manufacturing PMI ของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดว่าจะออกมาที่ 52.5 จากก่อนหน้าที่ 52.7

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5