
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดย S&P 500 ปิดบวกติดกัน 9 สัปดาห์ ราคาน้ำมันลดจากความคาดหวังข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน
2. สหรัฐฯและอิหร่านยังไม่บรรลุข้อตกลง ทรัมป์ย้ำไม่เร่งทำข้อตกลงกับอิหร่าน และมั่นใจว่าจะต้องได้ข้อตกลงที่ดี
3. PMI จีนเดือนพ.ค. อยู่ที่ 50 ลดลงจากเดือนก่อนที่ 50.3 สะท้อนภาคการผลิตชะลอตัวจากดีมานด์ในประเทศอ่อนแอ
4. โดรนยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในรัสเซีย ขณะที่รัสเซียกล่าวหาว่ามีการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย
5. อินเดียเตือน Monsoon ปีนี้อ่อนสุดในรอบ 11 ปี เสี่ยงเงินเฟ้อด้านอาหารเพิ่มขึ้นสูง และกดดันกำลังซื้อภายในประเทศ
Morning Brief
By INVX Investment Products & Strategy
01 June 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันศุกร์ปิดบวก โดย S&P 500 ทำสถิติบวกต่อเนื่อง 9 สัปดาห์ยาวที่สุดตั้งแต่ธันวาคม 2023 ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ลดลงจากความหวังการขยายหยุดยิงระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ดอลลาร์อ่อนค่า และทองคำปรับขึ้นตามบรรยากาศเชิงบวกจากข่าวหยุดยิง แม้ในภาพรวมทั้งเดือนราคาทองจะยังลดลงอยู่ก็ตาม
2. ทรัมป์ย้ำ ไม่รีบร้อนในการทำข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน เน้นว่าการปิดล้อมเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าข้อตกลงจะเสร็จสิ้น ลงนาม และได้รับการรับรอง สงครามที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 กินเวลามาแล้วกว่าสามเดือน โดยข้อเสนอที่กำลังเจรจาประกอบด้วยการขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน การเปิดช่องแคบฮอร์มุซใหม่ และแผนการเจรจาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยมั่นใจว่าจะบรรลุข้อตกลงที่ดี
3. ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนในเดือนพฤษภาคม 2026 ลดลงมาอยู่ที่ 50.0 จาก 50.3 ในเดือนเมษายน ตรงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ข้อมูลที่เปิดเผยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เมื่อวันอาทิตย์ชี้ให้เห็นว่าภาคการผลิตยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ความต้องการตลาดกำลังอ่อนตัวลง โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ลดลง 0.7 จุดมาอยู่ที่ 49.9 ซึ่งต่ำกว่า 50
4. ยูเครนใช้โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของรัสเซีย เช่น โรงกลั่นน้ำมัน คลังเชื้อเพลิง และท่อส่ง ในหลายภูมิภาค รวมถึง Saratov และ Kirov ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าราว 700–1,300 กม. ขณะที่รัสเซียอ้างว่าสกัดโดรนได้ 216 ลำ มีข้อกล่าวหาว่ายูเครนโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia แต่ยูเครนปฏิเสธ ขณะที่ระดับรังสีในพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
5. อินเดียคาดว่าฤดูมรสุมปี 2026 จะอ่อนสุดในรอบ 11 ปีเพราะอิทธิพลเอลนิโญ ทำให้ฝนเหลือราว 90% ของค่าเฉลี่ย เสี่ยงกระทบผลผลิตเกษตรและดันเงินเฟ้ออาหารขึ้นจนตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปอาจใกล้ 5.5% ขณะเดียวกันอุณหภูมิสูงกว่าปกติและมีคลื่นความร้อนในหลายพื้นที่ แม้มีสต็อกข้าวและข้าวสาลีพอ แต่รายได้ชนบทอาจลดลง กระทบกำลังซื้อและเศรษฐกิจโดยรวม
ประเด็นที่ต้องติดตาม: US ISM PMI Manufacturing เดือน พ.ค. คาดการณ์ที่ 53.3 จุด ก่อนหน้าที่ 52.7 จุด