
Bitcoin ฟื้นขึ้นเหนือ $80,000 ทำให้การลงทุน Bitcoin ของ Strategy ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ย $75,385 ต่อ BTC พลิกกลับมาเป็นกำไรราว $4.7 พันล้าน ขณะที่ MSTR ปรับขึ้นแรงกว่า Bitcoin จากโครงสร้าง Financial Leverage และการเปลี่ยนแปลงของ mNAV
อย่างไรก็ตาม Upside ของ MSTR จากนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคา Bitcoin เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ Bitcoin ยืนเหนือ Cost Basis ได้หรือไม่, mNAV ฟื้นกลับขึ้นและตลาดกลับมาให้ Premium กับ MSTR มากแค่ไหน และ Strategy จะกลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่มเมื่อใด
อีกจุดบวกคือฐานะสภาพคล่องของบริษัทดีขึ้น โดยมี USD Reserve และ USD Cash รวมราว $6.69 พันล้าน ช่วยลดแรงกดดันด้านการระดมทุนระยะสั้นและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารโครงสร้างทุน

Source : Strategy as of 28 August 2026
การฟื้นตัวของ Bitcoin ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 ทำให้ Strategy (Nasdaq: MSTR) ของ Michael Saylor กลับมาอยู่ในสถานะกำไรจาก Bitcoin อีกครั้ง หลังพอร์ตเคยเผชิญผลขาดทุนหนักในช่วงกลางปี
โดยในสัปดาห์นี้ Bitcoin ขึ้นไปทำจุดสูงสุดราว 81,478 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวกลับลงมาบริเวณ 78,000–80,000 ดอลลาร์
ระดับนี้สำคัญต่อ Strategy เพราะบริษัทถือ Bitcoin จำนวน 840,447 BTC ด้วยต้นทุนรวมประมาณ 63.36 พันล้านดอลลาร์ หรือต้นทุนเฉลี่ย 75,385 ดอลลาร์ต่อ Bitcoin
เมื่อ Bitcoin กลับขึ้นเหนือ 75,385 ดอลลาร์ พอร์ตของ Strategy จึงกลับมาอยู่เหนือทุนทันที หาก Bitcoin อยู่ที่ 80,000 ดอลลาร์ มูลค่าพอร์ตจะสูงกว่าต้นทุนประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์ และหากแตะ 81,000 ดอลลาร์ กำไรทางบัญชีจะเพิ่มเป็นประมาณ 4.7 พันล้านดอลลาร์
ภาพนี้แตกต่างอย่างมากจากไตรมาส 2/2026 ซึ่ง Strategy รายงานผลขาดทุนสุทธิราว 8.22 พันล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จากการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า Strategy กลับมากำไรแล้วหรือยัง แต่คือ การกลับมาเหนือทุนครั้งนี้เปลี่ยนภาพของ MSTR มากแค่ไหน
ด้วยการถือ Bitcoin มากกว่า 840,000 BTC ทุกครั้งที่ราคา Bitcoin เปลี่ยนแปลง 1,000 ดอลลาร์ มูลค่า Bitcoin Reserve ของ Strategy จะเปลี่ยนประมาณ 840 ล้านดอลลาร์
หาก Bitcoin เพิ่มขึ้น 10,000 ดอลลาร์ มูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทสามารถเพิ่มขึ้นมากกว่า 8 พันล้านดอลลาร์ โดยที่ Strategy ไม่ต้องซื้อ Bitcoin เพิ่มแม้แต่เหรียญเดียว
แรงส่งนี้สะท้อนผ่าน ราคาหุ้น MSTR ที่ปรับขึ้นราว 41% ขณะที่ Bitcoin เพิ่มขึ้นราว 24% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

Source : Tradingview as of 28 August 2026
Strategy ไม่ได้ซื้อ Bitcoin ด้วยเงินสดของบริษัททั้งหมด แต่ระดมทุนผ่านหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และ Convertible Bond ทำให้ผู้ถือหุ้นสามัญอยู่ในโครงสร้างที่มี Financial Leverage
เมื่อมูลค่า Bitcoin Reserve เพิ่มขึ้น มูลค่าที่เหลือถึงผู้ถือหุ้นสามัญจึงสามารถเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่า Bitcoin ได้ แต่ในทางกลับกัน หาก BTC ปรับลงแรง MSTR ก็มีโอกาสลงแรงกว่าเช่นกัน
อีกปัจจัยคือ mNAV (multiple of Net Asset Value) ซึ่งสะท้อนว่าตลาดให้มูลค่า MSTR สูงหรือต่ำกว่ามูลค่า Bitcoin ที่บริษัทถืออยู่ โดย mNAV > 1x สะท้อนการซื้อขายแบบ Premium และ mNAV < 1x สะท้อนการซื้อขายแบบ Discount ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนด Upside ของ MSTR นอกเหนือจากทิศทางราคา Bitcoin
ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม MSTR ยังซื้อขายด้วย Discount ภายใต้บางนิยามของ mNAV ต่างจากในอดีตที่หุ้นเคยซื้อขายด้วย Premium
ด้านหนึ่ง ตลาดยังไม่ได้กลับมาให้มูลค่า MSTR เต็มที่เหมือนในอดีต จึงยังมีโอกาสเกิดการปรับมุมมอง (Re-rating) หากความเชื่อมั่นฟื้นต่อ แต่อีกด้าน Discount ที่ยังอยู่ก็สะท้อนว่าตลาดยังมีความกังวลต่อโครงสร้างทุน ภาระทางการเงิน และความสามารถในการกลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม
ดังนั้น Upside ของ MSTR จากนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Bitcoin เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าตลาดจะกลับมาให้ Premium กับหุ้นได้มากแค่ไหนด้วย

Source : Strategy as of 28 August 2026
อีกจุดที่เป็นบวกคือฐานะสภาพคล่องของ Strategy ดีขึ้นจากช่วงกลางปี โดยในเดือนสิงหาคม บริษัทมีสภาพคล่องสกุลดอลลาร์รวมประมาณ 6.69 พันล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น USD Reserve ประมาณ 5.10 พันล้านดอลลาร์ และ USD Cash อีกประมาณ 1.59 พันล้านดอลลาร์ สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ Strategy มีพื้นที่มากขึ้นในการรองรับดอกเบี้ยและเงินปันผล โดยไม่จำเป็นต้องรีบระดมทุนหรือขาย Bitcoin ทุกครั้งที่มีภาระทางการเงิน
อีกสัญญาณหนึ่งคือ หุ้นบุริมสิทธิของ Strategy (STRC) ที่เคยถูกกดดันหนักในเดือนมิถุนายน ได้ฟื้นกลับมาใกล้ระดับ Par ที่ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง การฟื้นตัวของ STRC สะท้อนว่าเครื่องมือระดมทุนของ Strategy เริ่มกลับมาแข็งแรงขึ้น และอาจช่วยลดต้นทุนการระดมทุนในอนาคต อย่างไรก็ตาม Strategy ยังไม่ได้กลับมาซื้อ Bitcoin อย่างเต็มตัว โดยเงินทุนล่าสุดยังถูกใช้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและบริหารโครงสร้างทุนมากกว่า ดังนั้น Catalyst สำคัญถัดไปคือ บริษัทจะกลับมาเพิ่ม Bitcoin Reserve เมื่อใด
1. Bitcoin ยังยืนเหนือ Cost Basis ของ Strategy ได้
ตราบใดที่ BTC ยังอยู่เหนือ 75,385 ดอลลาร์ แรงกดดันจาก Unrealized Loss จะลดลง และมูลค่า Bitcoin Reserve จะยังสนับสนุนงบดุลของบริษัท
2. mNAV ฟื้นกลับขึ้น
หากตลาดกลับมาให้ Premium กับ MSTR มากขึ้น หุ้นจะมีโอกาส Re-rate และทำให้การระดมทุนผ่านหุ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม
หากบริษัทเริ่มนำ USD Cash หรือเงินที่ระดมได้กลับไปเพิ่ม Bitcoin Reserve จะเป็นสัญญาณว่า Strategy กำลังเปลี่ยนจากช่วงเน้นบริหารสภาพคล่องกลับเข้าสู่ Expansion Mode อีกครั้ง
ดังนั้น จุดชี้วัดจากนี้ไม่ใช่เพียง Bitcoin จะยืนเหนือ $80,000 ได้หรือไม่ แต่คือ MSTR จะกลับมาได้ Premium และ Strategy จะกลับเข้าสู่โหมดสะสม Bitcoin อีกครั้งเมื่อใด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า Upside ของ MSTR ในรอบนี้ยังไปต่อได้มากแค่ไหน
คำเตือน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้