PDF Available  
FX & Rates Monthly

ทุนไหลเข้าสหรัฐและเอเชียเหนือจาก Fed Hawkish และ AI, ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในช่วงที่เหลือของปี, ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ คาดว่ามีแนวโน้มทรงตัว

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|23 Jun 26 7:15 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • ในเดือนมิถุนายน โครงสร้างเงินทุนสะท้อนภาวะ Risk-on โดยไหลเข้าสหรัฐฯ อย่างเข้มข้น สวนทางกับเอเชียเหนือ (จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น) ที่ไหลออก เมื่อจำแนกตามสินทรัพย์ ตราสารทุน (equity) เป็นปลายทางหลักที่ +2.44 แสนล้านดอลลาร์ เข้าสู่หุ้นในกลุ่มBlend/Passive และ Growth ตามธีม AI ขณะที่ตราสารหนี้ยังมีเงินไหลเข้าที่ 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ บ่งว่าเป็นการ ล็อกอัตราผลตอบแทน (lock-in yield) ก่อนเข้าสู่ภาวะ higher-for-longer สวนทางกับโภคภัณฑ์ที่ถูกเทขายถึง -8.4 หมื่นล้านดอลลาร์จากการคลายตัวของ war premium ในมิติภูมิภาค กระแสเงินไหลเข้าอเมริกาเหนือสุทธิ +2.9 แสนล้านดอลลาร์ ตรงข้ามกับเอเชียที่ไหลออก -2.6 หมื่นล้าน นำโดยจีนและญี่ปุ่น โดยมีเพียงไต้หวันและเกาหลีใต้ที่ยังดูดเงินเข้าในฐานะตัวแทน (proxy) ของห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์
  • INVX มองว่าเป็นผลจากปัจจัยสามประการ (1) การส่งสัญญาณเชิง hawkish ของ Fed ภายใต้ประธาน Kevin Warsh ที่แม้คงดอกเบี้ยกรอบ 3.5–3.75% แต่ปรับ dot plot ปลายปี 2026 ขึ้นเป็น 3.8% ท่ามกลาง CPI ที่เร่งตัวแตะ 4.2% หนุนภาพ higher-for-longer และค่าเงินดอลลาร์ (2) ข้อตกลงสงบศึกสหรัฐฯ–อิหร่านที่กดราคา Brent ลงเกือบ 19% จนทรงตัวราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เกิดแรงเทขายโภคภัณฑ์ และ (3) การเปลี่ยนกลุ่ม (rotation) เข้าสู่ธีมเซมิคอนดักเตอร์ที่ดันดัชนี KOSPI และไต้หวันขึ้นราว 90% และ 50% ทำให้เงินไหลออกจากจีนและญี่ปุ่น (แม้ Nikkei ทำจุดสูงสุดใหม่) เข้าสู่ศูนย์กลางการผลิตฮาร์ดแวร์แทน สำหรับไทย แม้ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิเล็กน้อยที่ +82 ล้านดอลลาร์ จากสถานะตลาดเชิงตั้งรับค่าเบต้า (beta) ต่ำและการเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ แต่กระแสเงินยังไหลเข้าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับไต้หวัน/เกาหลี สะท้อนว่าไทยยังไม่ได้ประโยชน์เต็มที่จาก ธีม AI ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเงินทุนเอเชียในรอบนี้

  • ค่าเงินบาท (THB) อ่อนค่าลง 0.2% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ค่อนข้างทรงตัว โดยการอ่อนค่ายังอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด ส่วนหนึ่งจากการบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ช่วยพยุงเสถียรภาพของค่าเงิน ท่ามกลางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดปรับเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานและอาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 ภายใต้ท่าที Hawkish ในยุคของ Kevin Warsh ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ดุลการค้าไทยแม้จะมีแนวโน้มขาดดุลลดลงตามราคาน้ำมันที่ปรับลดลงหลังสงครามในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย

  • เรายังคงมุมมองว่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องสู่ระดับ 33 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงปลายปี จากทิศทางเงินดอลลาร์ที่เรามองว่ายังมีแนวโน้มแข็งค่า และปัจจัยด้านนโยบายการคลังที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อค่าเงินบาท รวมถึงโอกาสที่ ธปท. ที่จะมีแนวโน้ม Dovish มากขึ้นในช่วงปลายปีหากสถานการณ์เงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย

  • ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เรามองว่ามีแนวโน้มทยอยปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 4.4% ในช่วงปลายปี จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ (1) ตลาดอาจ price in ความเสี่ยงที่ Fed จะตึงตัวมากเกินไปโดยปัจจุบันตลาดคาดว่า Fed จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ (กรณีฐานของ INVX คือคงดอกเบี้ย) (2) สถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลง และ (3) เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสชะลอลงเล็กน้อยหลังแรงหนุนจากฤดูคืนภาษีหมดลง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อ Bond yield ในระยะถัดไป ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งกว่าคาดต่อเนื่อง หรือความเสี่ยงด้านพลังงานกลับมาเร่งขึ้นอีกครั้ง จะยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ Bond yield สูงกว่าคาดได้
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5