PDF Available  
Macro Making Sense

ความเสี่ยงการคลังญี่ปุ่นดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น ส่งออกไทยยังได้แรงหนุนจากตลาดสหรัฐฯ ความตึงเครียดสหรัฐฯ-แคนาดา-จีน และผลกระทบต่อไทย

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|26 Jan 26 8:22 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปประเด็นความเสี่ยงการคลังญี่ปุ่นดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น, BoJ  Hawkish มากขึ้น, ส่งออกไทยยังได้แรงหนุนจากตลาดสหรัฐฯ, ความตึงเครียดสหรัฐฯ-แคนาดา-จีน และผลกระทบต่อไทย

  • Bond yields ระยะยาวของญี่ปุ่นปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากความเสี่ยงด้านการคลังที่สะท้อนมาจากตลาดการเงินที่เปิดกว้างขึ้น จากความเสี่ยงด้านการคลัง ด้วยผลของการประกาศนโยบายลดภาษีอาหารของนายกฯ ญี่ปุ่น
  • InnovestX มองว่าแม้ตลาดตอบรับเชิงลบต่อการหาเสียงลด VAT อาหาร แต่ความเสี่ยงทางการคลังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ในระยะสั้น โดยแรงพยุงหลักคือ r < g (ดอกเบี้ยเฉลี่ยของรัฐบาลราว 0.8% ต่ำกว่า Nominal GDP ที่ราว 3%) ทำให้หนี้ต่อ GDP ยังลดลงได้ แม้ Primary balance ขาดดุล ~2.5% ของ GDP ขณะที่การลด VAT หากทำแค่ 2 ปี จะกระทบรายได้ราว 0.8% ของ GDP/ปี ซึ่งยังดูดซับได้ในช่วงแรก
  • อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน หากรัฐบาลเดินหน้านโยบายเชิงประชานิยมเพิ่มเติม เช่น การทำให้การลดภาษีอาหารกลายเป็นถาวร การเพิ่มงบกองทัพอย่างต่อเนื่อง หรือการขยายรายจ่ายถาวรโดยขาดแหล่งรายได้รองรับ ท่ามกลางภาระดอกเบี้ยที่กำลังเข้าสู่ขาขึ้นหลัง BoJ ออกจาก Unconventional Monetary Policy
  • ซึ่งจะทำให้ตลาดเรียกร้อง risk premium สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน JGB ปรับขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่หนี้สาธารณะต่อ GDP จะพลิกกลับเป็นขาขึ้นในระยะกลาง–ยาว หากดอกเบี้ยระยะยาวอยู่สูงกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้ กล่าวโดยสรุป ญี่ปุ่นยังไม่อยู่ในจุดอันตราย แต่พื้นที่นโยบายการคลังแคบลงอย่างชัดเจน ท่ามกลางหนี้สาธารณะต่อ GDP ระดับ 240% การสูญเสียวินัยทางการคลังเพียงเล็กน้อย อาจกระทบความเชื่อมั่นและเร่งให้ความเสี่ยงการคลัง materialize ได้เร็วกว่าที่ตลาดคาด
  • การส่งออกของไทยในเดือน ธ.ค. 2025 เร่งตัวขึ้นเป็น 16.8%YoY สูงกว่าตลาดคาดที่ 8.9% ด้วยแรงหนุนจาการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐฯ ด้านการนำเข้า สินค้าทุน และสินค้าขั้นต้นและขั้นกลางเป็นตัวขับเคลื่อนหลักโดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่การเร่งการผลิตในช่วงปลายปีเพื่อบรรลุเป้าหมาย GDP ของทางการ
  • INVX คาดการว่าการส่งออกปี 2026 จะติดลบ -1.0%YoY โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังไปต่อได้ ปัจจัยชั่วคราวจากการส่งออกทองคำจะลดลง
  • ความตึงเครียดสหรัฐฯ-แคนาดา-จีน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
  • ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขู่เก็บภาษีแคนาดา 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงการค้ากับจีน หลังผู้นำแคนาดาเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 8 ปีและได้ข้อตกลงลดภาษีเมล็ด Canola และอนุญาตรถยนต์ไฟฟ้าจีนเข้าตลาด พร้อมวิพากษ์นโยบายกดดันของมหาอำนาจที่ World Economic Forum หากภาษี 100% บังคับใช้จริง สหรัฐฯ จะเจอวิกฤตพลังงาน (น้ำมันจากแคนาดา 4 ล้านบาร์เรล/วัน), อุตสาหกรรมยานยนต์หยุดชะงัก, เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น, GDP โลกชะลอลงจากกรณีฐาน และไทยได้รับผลกระทบทางอ้อม GDP อาจหดตัว 0.3-0.5% จากกรณีฐาน แต่เราประเมินว่าทรัมป์น่าจะไม่ทำจริงเพราะต้นทุนต่อสหรัฐฯ สูงเกินไป (GDP หดตัว 0.6%, ครัวเรือนเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 4,700 ดอลลาร์/ปี) แต่การใช้ความไม่แน่นอนเป็นเครื่องมือกดดันนี้เองที่ทำให้ธุรกิจชะลอการลงทุนและพันธมิตรต้องประเมินตำแหน่งยุทธศาสตร์ใหม่
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5