PDF Available  
Macro Making Sense

การปรับเปลี่ยนระเบียบโลก: มุมมองของ INVX เศรษฐกิจไทย ธ.ค. ขยายตัวในภาพใหญ่ Kevin Warsh: ความเป็นอิสระ vs การผ่อนคลายนโยบาย

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|2 Feb 26 6:43 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปประเด็น การปรับเปลี่ยนระเบียบโลก: มุมมองของ INVX, เศรษฐกิจไทย ธ.ค. ขยายตัวในภาพใหญ่, Kevin Warsh: ความเป็นอิสระ vs การผ่อนคลายนโยบาย

  • การปรับเปลี่ยนระเบียบโลก: มุมมองของ INVX โลกกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านมหาอำนาจจากสหรัฐสู่จีน ตามกรอบแนวคิดของ Ray Dalio ที่วัฏจักรอำนาจเปลี่ยนทุก 75±25 ปี โดยปัจจุบันนับได้ราว 80 ปีนับจากที่สหรัฐขึ้นเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่ง ดัชนี Great Power Index แสดงให้เห็นว่าสหรัฐลดลงในหลายมิติ โดยเฉพาะการศึกษา การค้า และเศรษฐกิจ มีเพียงนวัตกรรมและดอลลาร์ที่ยังนำโลก ขณะที่จีนเติบโตรวดเร็วโดยเฉพาะด้านทหารและการระดมทรัพยากร ทั้งนี้ขนาดเศรษฐกิจจีนอาจแซงสหรัฐในปี 2035, 2042 หรือไม่แซงเลยขึ้นกับอัตราการเติบโต NGDP ของทั้งสองประเทศ โดยปัจจัยชี้ขาดความเป็นมหาอำนาจอยู่ที่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (ซึ่งสหรัฐยังนำแต่จีนไล่ตาม) และการครอบงำทางการเงิน (ดอลลาร์ยังเป็น anchor currency แต่มีสัญญาณ dedollarization จากการที่ธนาคารกลางลดถือพันธบัตรสหรัฐและเพิ่มทองคำ)
  • INVX มองว่าโลกกำลัง "แตกแยก" (Fractured World) เป็น 2 ขั้วใหญ่ ฝั่งสหรัฐ-พันธมิตรที่ยึดโยงด้วยเทคโนโลยีและตลาดทุน กับฝั่งจีนที่สร้างเครือข่าย BRI และผลักดันเงินหยวนเป็นเงินสกุลหลัก อย่างไรก็ตาม นโยบายภาษีของทรัมป์ที่ขึ้นภาษีพันธมิตรอย่างแคนาดา 25%, ยุโรป 10%, เกาหลีใต้ 25% และอินเดีย 50% กลับกลายเป็นตัวเร่งให้พันธมิตรหันไปหาจีนและอินเดียมากขึ้น ส่งผลให้โลกในระยะ 25-50 ปีข้างหน้าจะเป็นโลกที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และอึมครึม (VUCA) มากขึ้น แม้จีนจะยังไม่ขึ้นเป็นมหาอำนาจแทนได้เต็มรูปแบบจนกว่าเงินหยวนเป็นสกุลหลักและนวัตกรรมจีนแซงหน้าสหรัฐอย่างชัดเจน
  • เศรษฐกิจไทย ธ.ค. ขยายตัวในภาพใหญ่ เศรษฐกิจไทยเดือนธันวาคม 2025 ขยายตัวดีขึ้นโดย GDP now อยู่ที่ +0.8% ได้แรงหนุนจากการบริโภคที่ฟื้นตัวจากมาตรการคนละครึ่งพลัส การลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากแรงเร่งซื้อรถ EV ก่อนมาตรการสิ้นสุด และการส่งออกที่โต 18.1%YoY โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า-เครื่องจักร-อิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐและสินค้าเกษตรไปจีน
  • ฝั่งอุปทาน ภาคการผลิตฟื้นจากโรงกลั่นกลับมาเปิด แต่ยังมีจุดอ่อนคือภาคท่องเที่ยวหดตัว -1.5%MoM,sa จากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย-จีนที่ลดลงจากน้ำท่วมภาคใต้ และรายได้เกษตรกรที่ยังหดตัว -11.3%YoY จากราคายาง-ข้าวต่ำ ด้านเสถียรภาพ เงินเฟ้ออยู่ที่ -0.28%YoY (ติดลบน้อยลง) ขณะที่บาทแข็งต่อเนื่องโดย NEER แข็งกว่า 33.8% เทียบกับปี 2012 เรามองว่าเป็นไปได้มากขึ้นว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2025 จะขยายตัวมากกว่าที่เคยคาดที่ 0.1% โดยอาจอยู่ที่ 0.7% ทำให้ GDP ทั้งปี 2025 อาจขยายตัวระหว่าง 1.8-2.0%
  • การเลือก Kevin Warsh: ความสมดุลระหว่างความเป็นอิสระและการผ่อนคลายนโยบาย INVX มองว่า การที่ทรัมป์เลือก Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ถือเป็นการตัดสินใจที่สมดุล เนื่องจาก Warsh แม้มีประวัติเป็น "inflation hawk" ที่เคยคัดค้าน QE อย่างเข้มงวด แต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดทรัมป์มากเกินไปเหมือน Hassett ทำให้ยังคงความเป็นอิสระของ Fed ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ bond yield พุ่งสูงจากความกังวลเรื่อง fiscal dominance (นโยบายการคลังเข้าแทรกแซงนโยบายการเงิน) ในสภาวะหนี้สาธารณะสูง อย่างไรก็ตาม Warsh ได้เปลี่ยนท่าทีมาสนับสนุนการลดดอกเบี้ยโดยอิงเหตุผลว่า productivity boom จาก AI จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ดีโดยไม่ก่อเงินเฟ้อ (เพราะเงินเฟ้อเกิดจากการใช้จ่ายรัฐบาลมากเกินไป ไม่ใช่อุปสงค์เอกชน) ประกอบกับท่าทีที่จะลดขนาด balance sheet แทนการทำ QE ทำให้นโยบายในอนาคตน่าจะเป็น "ลดดอกเบี้ยแต่ไม่ขยายงบดุล" ส่งผลให้ yield curve มีแนวโน้มชันขึ้น (steepening) แต่ไม่รุนแรงเนื่องจากความน่าเชื่อถือของ Warsh จะควบคุม term premium ได้ ซึ่งสถานการณ์นี้ถือเป็น "Goldilocks scenario" ที่เศรษฐกิจเติบโตดีพร้อมสภาพคล่องเพียงพอจากการลดดอกเบี้ย จะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวมและภาคธนาคารที่ได้ประโยชน์จาก yield curve ที่ชันขึ้นและแนวโน้มการลดกฎระเบียบต่าง ๆ ในภาคการเงิน (Financial deregulation)
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5