PDF Available  
Macro Making Sense

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและการทูตสหรัฐฯ–อิหร่าน เงินเฟ้อสหรัฐเดือนมีนาคม 2026 IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก มาตรา 301 กับไทย-สหรัฐฯ

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|16 Apr 26 7:13 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและการทูตสหรัฐฯ–อิหร่าน เงินเฟ้อสหรัฐเดือนมีนาคม 2026 IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก มาตรา 301 กับไทย-สหรัฐฯ

  • สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและการทูตสหรัฐฯ–อิหร่าน การเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านรอบแรกในอิสลามาบัดยังไม่บรรลุข้อตกลง โดยติดขัดที่ประเด็นนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ช่องทางทางการทูตยังคงเปิดอยู่ โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมจัดเจรจารอบสองภายใน 2 วัน ก่อนข้อตกลงหยุดยิง 7 เมษายนจะหมดอายุในสัปดาห์หน้า ด้านการปิดล้อมข่องแคบเฮอร์มุซ วันแรก (13 เม.ย.) ดำเนินไปโดยไม่มีเหตุรุนแรง มีเรือสินค้า 6 ลำหันหัวกลับตามคำสั่ง ขณะที่เรือกว่า 20 ลำที่ไม่แวะท่าเรืออิหร่านยังแล่นผ่านช่องแคบได้ตามปกติ แต่ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านยังอยู่เพียง 8% ของระดับปกติ สะท้อนวิกฤตพลังงานที่ยังรุนแรง โดยมีปรากฏการณ์น่าจับตาคือตลาดน้ำมันอยู่ในภาวะ backwardation ที่ค่อนข้างชัน โดยราคา Brent Futures (90–95 ดอลลาร์) ต่ำกว่าราคา Dated Brent ในตลาดกายภาพ (กว่า 120 ดอลลาร์) ถึง 25–30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บ่งชี้ว่าตลาดมองว่าอุปทานที่ตึงตัวในปัจจุบันมีแนวโน้มคลี่คลายได้ในอนาคต หากการเจรจาสันติภาพนำไปสู่ข้อตกลงได้จริง ราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มปรับลดลง อย่างไรก็ดี INVX ยังคงมุมมองระมัดระวังต่อความผันผวนของราคาพลังงานและผลกระทบต่อเงินเฟ้อโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เนื่องจากกระบวนการเจรจายังมีความไม่แน่นอนสูง
  • เงินเฟ้อสหรัฐเดือนมีนาคม 2026 พุ่งขึ้นสู่ 3.3% YoY สูงสุดในรอบ 2 ปี โดยตัวขับเคลื่อนหลักคือพลังงานที่พุ่ง 10.9% MoM ซึ่งสะท้อนผลกระทบโดยตรงจากสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม Core CPI อยู่ที่ 2.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ Supercore และ Shelter ชะลอตัวลง บ่งชี้ว่าการส่งผ่านราคาพลังงานสู่สินค้าและบริการอื่นยังไม่เกิดขึ้นในวงกว้าง INVX มองว่า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ครั้งถัดไป โดยความเสี่ยงหลักคือหากสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานที่ทรงตัวสูงจะค่อยๆ ซึมผ่านต้นทุนการขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภคใน 1–3 เดือนข้างหน้า

  • IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ลงสู่ 3.1% (จากเดิม 3.3%) พร้อมปรับเงินเฟ้อโลกขึ้นสู่ 4.4% โดยมีสงครามตะวันออกกลางเป็นปัจจัยฉุดหลักผ่านราคาพลังงานที่คาดว่าจะสูงขึ้น 19% ในปี 2026 ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ดีที่ 2.3% หนุนโดยนโยบายการคลังและการลงทุน AI ขณะที่ยูโรโซนและญี่ปุ่นชะลอตัวหนักจากต้นทุนพลังงาน ส่วนไทย IMF คาด GDP ปี 2026 ที่ 1.5% ขณะที่ INVX มองอนุรักษ์นิยมกว่าที่ 1.4% โดยประเมินว่า ธปท. อาจไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว เนื่องจากต้นทุนพลังงานนำเข้าที่สูงขึ้นกระทบทั้งภาคการผลิตและแรงกดดันเงินเฟ้อ

  • สหรัฐฯ เปิดการสอบสวนไทยภายใต้มาตรา 301 ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2026 โดยมุ่งเป้าไปที่สองประเด็นหลักคือกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร และยาง รวมถึงการนำเข้าสินค้าจากแหล่งที่ใช้แรงงานบังคับ โดยไทยต้องส่งเอกสารชี้แจงต่อ USTR ภายในวันที่ 15 เมษายน และเดินทางหารือระดับเทคนิคในวันที่ 13 พฤษภาคม ก่อนที่กระบวนการจะแล้วเสร็จกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มาตรการภาษีชั่วคราว 10% จะหมดอายุ ทำให้ช่วง พ.ค.–ก.ค. เป็นช่วงที่ความไม่แน่นอนสูงสุด INVX ปรับลดคาดการณ์การส่งออกไทยจาก -1% เป็น -2% สะท้อนแรงกดดันสองทิศทางพร้อมกันทั้งจากมาตรา 301 และวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง ขณะที่กลุ่มหุ้นที่น่าจับตาแยกเป็นสองขั้ว คือกลุ่มเสี่ยง Downside ได้แก่ยานยนต์ ยาง และอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสอบสวนโดยตรง กับกลุ่มที่อาจได้ประโยชน์จาก Trade Diversion จากจีน เช่น HDD และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI ของสหรัฐฯ
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5