PDF Available  
Macro Making Sense

มุมมองของ INVX ต่องบประมาณ ปี 2570

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|6 Jul 26 6:48 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • งบประมาณปี 2570 (ค.ศ. 2027) มีทิศทางขาดดุลลดลงเหลือ -3.8% ของ GDP จากรายได้ที่เร่งตัวขึ้น 2.7% (สู่ 3.00 ล้านล้านบาท) สวนทางรายจ่ายที่แทบทรงตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% (สู่ 3.79 ล้านล้านบาท) อย่างไรก็ตาม แม้ขาดดุลจะแคบลง แต่หนี้สาธารณะกลับเร่งตัวขึ้นถึง 0.2% percentage point สู่ 66.8% ของ GDP (ข้อมูลล่าสุด เม.ย. 2026) สะท้อนว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้และการชะลอรายจ่ายยังไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการก่อหนี้ได้
  • ในเชิงโครงสร้าง ภาครัฐไทยมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ต่อเนื่องนับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง โดยล่าสุดรายได้อยู่ที่ 14.6% ของ GDP ลดจากจุดสูงสุดปี 2024 ที่ 15.1% ขณะที่รายจ่ายยังสูงถึง 18.4% ทำให้ต้องกู้ยืมชดเชยจนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยหลังวิกฤตโควิดหนี้พุ่งจาก 41.4% ของ GDP สู่ 60.15% และแตะ 66.8% ในปัจจุบัน ซึ่งการทำนโยบายการคลังต้านวัฏจักรช่วงโควิด (ปี 2020) และมาตรการประชานิยม (ปี 2024) ท่ามกลาง NGDP ที่โตต่ำราว 3% เป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้หนี้ยังไต่ระดับสูงขึ้น
  • สำหรับร่างงบประมาณปี 2570 (ค.ศ. 2027) การที่รายได้โตนำรายจ่ายส่วนหนึ่งเป็นผลจากการตัดงบลงทุนอย่างรุนแรง โดยงบลงทุนลดลง 8.4% เหลือ 7.89 แสนล้านบาท หรือเพียง 20.8% ของวงเงินรวม สวนทางกับงบประจำที่เพิ่มขึ้น 5.0% สู่ 2.79 ล้านล้านบาท (73.6% ของวงเงิน) สอดคล้องกับแนวโน้มระยะยาวที่สัดส่วนงบประจำต่อ GDP เพิ่มจาก 56.3% ในปี 1998 สู่ 73.6% ในปัจจุบัน
  • ทั้งนี้ งบประจำที่สูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากภาระผูกพันที่เร่งตัวขึ้น (จาก 36.2% ของงบในปี 2561 สู่ 44.3%) งบบุคลากรที่สูงถึง 25.3% ของวงเงินรวม และภาระชำระคืนต้นเงินกู้จากการก่อหนี้ในอดีต (3.7%) ซึ่งล้วนเบียดบังพื้นที่การคลังสำหรับการลงทุนให้แคบลง
  • เรามองว่างบประมาณปี 2570 สะท้อนความพยายามขั้นต้นของรัฐบาลในการจัดสรรงบครั้งแรกภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด ซึ่งเห็นทิศทางที่ดีขึ้นจากรายได้ที่เร่งตัวเร็วกว่ารายจ่าย ทำให้ขาดดุลแคบลง อย่างไรก็ตาม ขาดดุลยังอยู่ในระดับสูงเพราะฐานรายจ่ายยังใหญ่กว่าฐานรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะแคบลงได้ต่อเมื่อรายได้ไล่ทันรายจ่าย อันเป็นกระบวนการที่อาจต้องใช้เวลานานกว่ากรอบ 4 ปีข้างหน้า
  • อนึ่ง เรามองว่างบประมาณปีนี้สะท้อนการหันไปพึ่งพาการใช้จ่ายนอกงบประมาณมากขึ้น โดยเป็นไปได้ที่รัฐจะย้ายการลงทุนด้านพลังงานบางส่วนไปไว้นอกงบผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่ารัฐตัดงบลงทุนเพราะหวังพึ่งเงินกู้ก้อนนี้โดยตรง เนื่องจากแรงบีบหลักน่าจะมาจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง
  • ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่เราให้น้ำหนักมากที่สุดคือความไม่แน่นอนทางกฎหมายของเงินกู้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติ 9 กรกฎาคม 2569 ว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยหากถูกตีตก รัฐจะสูญเสียทั้งเครื่องมือลงทุนนอกงบ ขณะที่ได้ตัดงบลงทุนในงบไปแล้ว ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมทั้งแรงส่งเศรษฐกิจและภาพความน่าเชื่อถือทางการคลังในระยะข้างหน้า
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5