
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ภาวะ risk-off จากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน และการคงดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลให้ Bitcoin ปรับลงราว 5.2% ทำจุดต่ำสุดใกล้ $81,100 ขณะที่มูลค่าตลาดรวมลดลงประมาณ 4% สู่ $2.78 ล้านล้านดอลลาร์ และ Ethereum ลดลงราว 2.8% สู่ $2,680 สะท้อนแรงกดดันในสินทรัพย์เสี่ยง
US Spot Bitcoin ETFs ไหลออกสุทธิเป็นเดือนที่ 3 รวมราว $4.84 พันล้านดอลลาร์ แต่แรงขายเริ่มชะลอลงรายเดือน ขณะที่ Ethereum ETFs ไหลออก 2 เดือนติดต่อกัน แต่เดือนมกราคมเริ่มฟื้นตัวเป็นบวก
ด้าน on-chain ราคา Bitcoin ใกล้ Active Realized Price สะท้อน neutral sentiment โดยหากหลุด True Market Mean ที่ราว $81,100 อาจเพิ่มแรงขายระยะสั้น ขณะเดียวกัน BlackRock ยื่นจัดตั้ง iShares Bitcoin Premium Income ETF ใช้กลยุทธ์ Covered Call เพื่อสร้างรายได้จาก option premium โดยแลกกับการจำกัด upside
1.1 Key Highlights
Risk off – BTC $80,000
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสัปดาห์นี้เผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ประกอบกับท่าทีการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเข้าสู่โหมดระมัดระวัง (risk-off) โดยราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงราว 5.2% และทำจุดต่ำสุดบริเวณ $81,100 ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025
แรงกดดังกล่าวทำให้ มูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรวมปรับลดลงประมาณ 4% สู่ $2.78 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ปรับตัวลงราว 2.8% สู่ระดับประมาณ $2,680 สะท้อนแรงกดดันในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
Bitcoin ETF flow ออก 3 เดือน แต่เริ่มชะลอ
ในด้านกระแสเงินทุน พบว่า US Spot Bitcoin ETFs มียอดเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 ถึงมกราคม 2026 รวมมูลค่าประมาณ $4.84 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงมีท่าทีระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือน จะเห็นว่าแรงขายเริ่มลดความรุนแรงลง โดย พ.ย. 2025 ไหลออก -3.48 พันล้านดอลลาร์ ธ.ค. 2025 ลดลงเหลือ -1.09 พันล้านดอลลาร์ และ ม.ค. 2026 ประมาณ -278.29 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ US Spot Ethereum ETFs เผชิญเงินไหลออกสุทธิ 2 เดือนติดต่อกัน รวมราว -2.03 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี แนวโน้มในเดือนมกราคม 2026 เริ่มฟื้นตัว โดยมียอดไหลเข้าสุทธิราว +55.28 ล้านดอลลาร์ นำโดย BlackRock และ Fidelity ซึ่งสอดคล้องกับการรีบาวด์ของราคา ETH จากโซนต่ำราว $2,900 สู่บริเวณ $3,010
On-chain data – neutral sentiment
ด้าน On-chain พบว่าราคา Bitcoin บริเวณ $87,600 เคลื่อนไหวใกล้กับ Active Realized Price ที่ราว $87,500 สะท้อนภาวะ neutral sentiment และตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ แต่หาก หากราคาหลุด True Market Mean ที่ราว $81,100 จะสะท้อนแรงซื้อเริ่มอ่อนตัวซึ่งมักนำไปสู่แรงขายในระยะสั้น
BlackRock ยื่นจัดตั้ง iShares Bitcoin Premium Income ETF
ขณะเดียวกัน BlackRock ได้ยื่นจัดตั้ง iShares Bitcoin Premium Income ETF เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทั้งการลงทุนอ้างอิงกับ Bitcoin และกระแสเงินสดจากค่า option premium ผ่านกลยุทธ์ Covered Call โดยผู้ลงทุนต้องยอมรับข้อจำกัดด้านโอกาสในการรับผลตอบแทนในช่วงที่ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง
1.2 ข่าวอื่นๆ
2. Big cap performance

Source : TradingView as of 30 January 2026
1. Bitcoin (BTC)
ราคาเปิดสัปดาห์บริเวณ $86,600 ก่อนปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใกล้ $90,600 ในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงเก็งกำไรระยะสั้น อย่างไรก็ดี แรงขายทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง ปิดสัปดาห์ที่บริเวณ $82,000 คิดเป็นประมาณ -5.2% ภายสัปดาห์นี้
2.Ethereum (ETH)
ราคาเริ่มต้นสัปดาห์ใกล้ $2,800 และฟื้นตัวขึ้นเหนือ $3,000 ช่วงสั้น ๆ จากแรงหนุน ETF inflows อย่างไรก็ดี แรงซื้อไม่ต่อเนื่อง ทำให้ราคากลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับเดิม และมีดดรงเทขายช่วงปลายสัปดาห์ที่ประมาณ $2,730
3. Binance Coin (BNB)
ราคาเปิดบริเวณ $860 และมีการฟื้นตัวจากปัจจัยบวกด้าน BNB Chain ปรับตัวขึ้นไปบริเวณ $910 อย่างไรก็ดี ยังคงมีปัจจัยทางมหาภาคเข้ามากดดันทำให้ราคาปรับตัวลงสู่ $840 ในช่วงปลายสัปดาห์
4. Ripple (XRP)
ราคาเริ่มต้นใกล้ $1.80 ก่อนรีบาวด์เล็กน้อยที่ราว $2 อย่างไรก็ดี ปัจจัยด้านกฎระเบียบยังคงกดดัน sentiment ทำให้ราคาปิดสัปดาห์ที่ราว $1.83
5. Solana (SOL)
ราคาเปิดใกล้ $118 และมีแรงรีบาวด์ช่วงระยะสั้นจากข่าวการแก้ไขปัญหาเครือข่าย ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นสู่ $128 อย่างไรก็ตามยังคงโดนกดดันจากปัจจัยภายนอกทำให้ราคาปรับลงสู่ราว $113 ในช่วงปลายสัปดาห์
3. Factors to Watch
|
Date |
Events |
|
2 February 2026 |
S&P Global Manufacturing PMI |
|
3 February 2026 |
JOLTS Jobs Openings (Dec) |
|
4 February 2026 |
ADP Nonfarm Employment Change (Jan) S&P Global Service PMI (Jan) ISM Non-Manufacturing Prices (Jan) ISM Non-Manufacturing PMI (Jan) |
|
5 February 2026 |
Initial Jobless Claims |
|
6 February 2026 |
Nonfarm Payrolls (Jan) Unemployment Rate (Jan) |
4.รายละเอียดข่าว (Key highlight)
4.1 ภาพรวมกระแสเงินทุนสุทธิ ของกองทุน Spot Bitcoin ETF และ Spot Ethereum ETF
1. Spot Bitcoin ETFs มีปริมาณเงินไหลออกต่อเนื่อง 3 เดือนติดกัน แต่แรงขายเริ่มชะลอลง

Source : Sosovalue as of 29 January 2026
US Spot Bitcoin ETFs มียอดเงินไหลออกสุทธิ ต่อเนื่อง 3 เดือน ตั้งแต่ พ.ย. 2025 ถึง ม.ค. 2026 รวมราว -4.84 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นช่วงไหลออกยาวที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเปิดตัวในต้นปี 2024 สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงระมัดระวังต่อภาวะตลาด
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเป็นรายเดือน จะเห็นว่า แรงขายเริ่มลดความรุนแรงลง จากจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน บ่งชี้ว่าแรงกดดันฝั่งขายอาจเริ่มผ่านช่วงพีคไปแล้ว
ภาพรวมสะท้อนว่า แม้เงินยังไหลออกอยู่ แต่ทิศทางเริ่มทรงตัวมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงขาลง และเพิ่มโอกาสที่ flows จะกลับมาเป็นบวก หาก sentiment ตลาดและปัจจัยมหภาคเริ่มผ่อนคลาย
2. Spot Ethereum ETF เผชิญเงินไหลออกต่อเนื่องสองเดือน ก่อนเริ่มฟื้นตัวในมกราคม 2026 สะท้อนแรงขายสถาบันที่ชะลอลง

Source : Sosovalue as of 29 January 2026
US Spot Ethereum ETFs เผชิญเงินไหลออกสุทธิ 2 เดือนติดต่อกัน รวมราว -2.03 พันล้านดอลลาร์
ซึ่งเป็นช่วงที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวใน ก.ค. 2024 สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบัน ท่ามกลางแรงกดดันจากการอ่อนตัวของตลาดคริปโท
อย่างไรก็ดี แนวโน้มในเดือนมกราคม 2026 เริ่มมีโดยมียอดไหลเข้าสุทธิราว +55.28 ล้านดอลลาร์ เป็นการฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกตั้งแต่เดือนตุลาคม นำโดย BlackRock และ Fidelity สะท้อนการกลับมาของความสนใจจากสถาบัน
การฟื้นตัวของ flows สอดคล้องกับการรีบาวด์ของราคา ETH จากโซนต่ำราว $2,900 สู่บริเวณ $3,010
4.2 On-chain Insight : ราคา Bitcoin ถูกกดดันจาก โซนต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือระยะสั้น (Short-Term Holders) และอาจรอเลือกทาง

Source : Glassnode as of January 2026
จากข้อมูล On-chain จาก Glassnode พบว่าตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2026 ตลาด Bitcoin เริ่มฟื้นตัวจากกรอบล่างของช่วงการแกว่งตัวที่ดำเนินมาต่อเนื่องราว 1 เดือน โดยราคาปรับตัวขึ้นในช่วงต้นเดือน และเคลื่อนไหวขึ้นไปทดสอบบริเวณประมาณ $98,000 ซึ่งเป็นโซนต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือระยะสั้น (Short-Term Holders)
ระดับดังกล่าวเป็นบริเวณที่นักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาถูก reject ใกล้ระดับ Short-Term Holders ที่ราว $98,400 โครงสร้างนี้มีลักษณะคล้ายกับช่วงต้นปี 2022 ซึ่งตลาดไม่สามารถกลับไปยืนเหนือได้ ส่งผลให้เกิดการพักฐานในระยะยาว
แรงขายในโซนดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง Q1–Q3 ปี 2025 ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในภาวะขาดทุน และมีแนวโน้มใช้จังหวะที่ราคาปรับขึ้นเพื่อลดพอร์ตหรือขายออกที่จุดใกล้ต้นทุน ส่งผลให้บริเวณ $98,000 ทำหน้าที่เป็นแนวต้านที่มีนัยยะ
ขณะนี้ราคา Bitcoin บริเวณ $87,600 เคลื่อนไหวใกล้กับ Active Realized Price ที่ราว $87,500 สะท้อนภาวะ neutral sentiment ของนักลงทุนระยะกลาง โดยยังไม่อยู่ในจุดขาดทุนหรือกำไรสูง ส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ มากกว่าการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน
โดย Active Realized Price คือค่าเฉลี่ยต้นทุนของนักลงทุนที่มีการซื้อขายในช่วงล่าสุด ไม่ใช่ต้นทุนของเหรียญทั้งระบบ
กรณีบวก:
หากราคาสามารถทะลุระดับ Short-Term Holders ราว $98,400 ได้อย่างชัดเจน พร้อมปริมาณซื้อขายและสัญญาณ on-chain ที่สนับสนุนและเพิ่มโอกาสที่ตลาดจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง
กรณีลบ:
หากราคาหลุด True Market Mean ที่ราว $81,100 จะสะท้อนแรงซื้อเริ่มอ่อนตัวซึ่งมักนำไปสู่แรงขายในระยะสั้น
โดย True Market Mean คือ ต้นทุนเฉลี่ยของเหรียญที่หมุนเวียนในตลาดปัจจุบันอย่างแท้จริง ไม่รวมรายได้สะสมของนักขุดจากเหรียญที่ถูกขุดใหม่
หมายเหตุ
Short-Term Holders Cost Basis : ประมาณ $98,400
Active Investors Mean : ประมาณ $87,800
True Market Mean : ประมาณ $81,100
Realized Price : ประมาณ $56,200
4.3 BlackRock ยื่นจัดตั้ง iShares Bitcoin Premium Income ETF ใช้กลยุทธ์ Covered Call เพื่อสร้างรายได้จากค่า Option Premium ควบคู่การลงทุนอ้างอิงราคา Bitcoin ผ่านกองทุน Spot ETF (IBIT)
BlackRock ได้ยื่นแบบคำขอจัดตั้งกองทุน “iShares Bitcoin Premium Income ETF” ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) โดยกองทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์ ควบคู่กับการสร้างรายได้จากค่า option premium ผ่านกลยุทธ์การขายสัญญา Call Options โดยอ้างอิงหลักจากกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ซึ่งเป็นกองทุน Spot Bitcoin ETF ของ BlackRock เอง
กลยุทธ์ดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับกองทุนประเภท Covered-Call ETF ในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในตลาดอนุพันธ์ที่นักลงทุนถือสินทรัพย์อ้างอิงและขาย Call Option ควบคู่กัน เหมาะกับภาวะตลาดที่เคลื่อนไหวในกรอบ หรือขาขึ้นแบบจำกัด เพื่อสร้างรายได้จากค่า premium โดยแลกกับการจำกัดโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาสินทรัพย์อ้างอิง
ซึ่งกองทุน iShares Bitcoin Premium Income ETF สามารถเปรียบเทียบได้กับ JPMorgan Nasdaq Equity Premium Income ETF (JEPQ) ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งให้ความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิง เป็นกระแสเงินสด ผ่านกลยุทธ์ Covered Call โดย JEPQ ใช้ดัชนี Nasdaq 100 เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ขณะที่ Bitcoin Premium Income ETF ใช้ Bitcoin (ผ่าน IBIT) เป็นสินทรัพย์อ้างอิง
ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทั้งการลงทุนอ้างอิงกับ Bitcoin และกระแสเงินสดจากค่า option premium ผ่านกลยุทธ์ Covered Call ซึ่งมีส่วนช่วยลดความผันผวนบางส่วนเมื่อเทียบกับการถือ Bitcoin โดยตรง อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนจำเป็นต้องยอมรับข้อจำกัดด้านโอกาสในการรับผลตอบแทนในช่วงที่ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง อันเป็นผลจากโครงสร้างของกลยุทธ์ดังกล่าว
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้