
สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้ายาสามัญสูงสุด 200% แต่อาจไม่กระทบต่อ US Healthcare
by INVX Investment Strategy & Research
23 กรกฎาคม 2569
สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้ายาสามัญสูงสุด 200% แต่อาจไม่กระทบต่อ US Healthcare เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตและวิจัยยานวัตกรรม โดย INVX ยังคงมีมุมมองที่ดีต่อการลงทุนในกลุ่ม US Healthcare ผ่าน TUSHEALTH-A
สรุปสถานการณ์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า ยาสามัญหรือ Generic Drugs ที่นำเข้าสหรัฐฯ จะยังได้รับอัตราภาษี 0% เป็นเวลาสองปีนับจากวันที่ 1 สิงหาคม 2028 ก่อนปรับขึ้นเป็น 100% ในเดือนสิงหาคม 2029 และเพิ่มเป็น 200% ในปีถัดไป โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ผู้ผลิตยาสร้างโรงงานและย้ายกำลังการผลิตเข้าสหรัฐฯ
มาตรการดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบทางภาษีในทันที และยังมีความไม่ชัดเจนว่าภาษีจะครอบคลุมเฉพาะยาสำเร็จรูปที่นำเข้า หรือรวมถึงยาที่ผลิตในสหรัฐฯ แต่ใช้สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมหรือ API จากต่างประเทศด้วย นอกจากนี้ ยังต้องติดตามว่าการเริ่มก่อสร้างโรงงานจะเพียงพอสำหรับการยกเว้นภาษีหรือไม่
ความเสี่ยงกระจุกตัวอยู่ที่อินเดียและจีน โดยบริษัทอินเดียผลิตยาสามัญประมาณ 40% ของอุปทานในสหรัฐฯ ขณะที่ข้อมูลปี 2568 ระบุว่าโรงงานผลิต API เพียง 9% ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ เทียบกับ 44% ในอินเดียและ 22% ในจีน ยาสามัญมีความสำคัญต่อระบบสาธารณสุขสหรัฐฯ เนื่องจากคิดเป็นมากกว่า 90% ของใบสั่งยา แต่มีสัดส่วนต่ำกว่า 13% ของค่าใช้จ่ายยาทั้งหมด
ระยะผ่อนผันสองปีอาจสั้นเกินไปสำหรับการย้ายฐานการผลิต เนื่องจาก Namit Joshi ประธาน Pharmaceuticals Export Promotion Council of India ประเมินว่าการสร้างระบบการผลิตยาสามัญในประเทศต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 ปี ขณะที่ Salil Kallianpur ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมยาอิสระมองว่าภาษี 100-200% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรระดับหลักหน่วยอาจเทียบได้กับคำสั่งให้ออกจากตลาด
Implication
INVX มองว่า ผลกระทบระยะสั้นต่อตลาดโดยรวมยังจำกัด เพราะภาษียังคงอยู่ที่ 0% อีกสองปี อย่างไรก็ตาม มาตรการเพิ่มความเสี่ยงเชิงนโยบายต่อผู้ผลิตยาสามัญ (Generic drug) โดยเฉพาะบริษัทที่จำหน่ายสินค้ากำไรต่ำและไม่มีโรงงานในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาผลกระทบต่อบริษัทยาของสหรัฐฯ ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตและวิจัยยานวัตกรรม (Innovative Drugs) จะไม่ได้รับผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบที่ต่ำมากๆ โดยบริษัทที่ผลิตยาสามัญ (Generic Drug) มักอยู่ในจีน อินเดีย ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง
คำแนะนำการลงทุน
INVX ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม US Healthcare โดยแนะนำลงทุนผ่านกองทุน TUSHEALTH-A ซึ่งกำไรของบริษัทในกลุ่มมีแนวโน้มเติบโตเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 21% ในปี 2027 ขณะที่ 12-month forward P/E อยู่ที่ 18.5 เท่า อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg Consensus ส่งผลให้ Valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของ EPS นอกจากนี้ กลุ่ม US Healthcare ซึ่งมีลักษณะเป็น Defensive sector ยังมีแนวโน้มช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนสูง