PDF Available  
Special Report - Thai Stocks

กลยุทธ์ตลาดหุ้นไทย...รับสัญญาณสงบศึก บนความหวังในวันที่ความเสี่ยงยังไม่จบ

26 Mar 26 12:45 PM
สรุปสาระสำคัญ

บนความหวังในวันที่ความเสี่ยงวิกฤติตะวันออกกลางยังไม่จบ INVX แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวนที่เปลี่ยนไป ดังนี้ 1) ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) เน้นเก็งกำไรโดย Buy on Weakness ในกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐานและห่วงโซ่อุปทานฟื้น เช่น สายการบิน โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว รพ. ระดับบน ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering ขณะที่ระมัดระวังแรงขายในหุ้นน้ำมันต้นน้ำ ทองคำ และหุ้น Defense 2) ระยะกลาง (3-6 เดือน) เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มีอำนาจต่อรองราคา (High Pricing Power) เช่น สื่อสาร การแพทย์ และพาณิชย์ เพื่อรับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต และ 3) ระยะยาว (6-12 เดือนขึ้นไป) เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลการเจรจาอาจล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป

  • แม้ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดเริ่มมีการส่งสัญญาณใช้การทูตเพื่อหาทางออก ซึ่งหากนำไปสู่การลดระดับความตึงเครียดและเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายได้จะเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" (Turning Point) ที่ปลดล็อก Geopolitical Risk Premium ที่เคยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมาตลอดหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ดี INVX มองว่า ภาวะการฟื้นตัวของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงแรกนี้จะเป็นลักษณะ Relief Rally ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย Sentiment เป็นหลัก ซึ่งยังมีความผันผวนสูงจนกว่าจะเห็นข้อยุติที่เป็นรูปธรรมชัดเจนกว่านี้ โดยระยะสั้นความคาดหวังเชิงบวกดังกล่าวคาดจะทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาเป็นบวกโดยคาดราคาน้ำมัน Brent ปรับฐานลงสู่ $80-90/bbl ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ Fund Flow ไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Havens) กลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ที่โดนเทขายหนักในช่วงก่อนหน้านี้ที่เกิดความขัดแย้ง
  • INVX คาดระยะสั้น SET มีโอกาสดีดตัวอย่างรวดเร็ว (ฟื้นตัวแบบ V-Shape) กลับไปทดสอบแนวต้านแรกที่ 1,450-1,480 จุด จากคาดความหวังเชิงบวกต่อการเริ่มเจรจาซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงันที่จะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี ทิศทางของ SET ระยะถัดไปขึ้นกับความสำเร็จในการเจรจาเป็นสำคัญว่าจะนำไปสู่ 1) ข้อตกลงสันติภาพที่ถาวร ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกำไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤติพลังงานก่อนหน้านี้ หรือ 2) การเจรจาที่ล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง ซึ่งคาด SET มีโอกาสจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยง (Panic Sell) ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1350 จุดอีกครั้ง
  • ความเสี่ยงที่ยังต้องเฝ้าระวัง คือ แม้สัญญาณการเจรจาจะช่วยหนุน Sentiment ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่ความผันผวนระหว่างทางยังมีอยู่ INVX จึงแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่า เป็นการสงบศึกชั่วคราวหรือข้อตกลงระยะยาว เพราะปัจจุบันตลาดยังไม่ได้ Price-in ความล้มเหลวของการเจรจา ซึ่งหากการเจรจาเข้าสู่ทางตันหรือมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สินทรัพย์เสี่ยงจะถูกเทขายอย่างรุนแรงทันที
Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5