ผลกระทบต่อกลุ่ม เครื่องดื่ม :
- OSP มีตลาดหลักในเมียนมา โดยยอดขายประมาณ 70-75% ของยอดขายต่างประเทศมาจากเมียนมา (สัดส่วนต่อรายได้รวมประมาณ 15-20%) และทำยอด new high ในปี 2025 ซึ่งการขายสินค้าในเมียนมา ของ OSP เป็นการผลิตภายในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและได้อัตราภาษีลดหย่อนและมีโคว้ตานำเข้าวัตถุดิบของบริษัทเอง ปี 2025 ด้วยอัตราเงินเฟ้อสูงบริษัทมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนประเด็นดังกล่าว ในเบื้องต้น คาดว่าต้องติดตามสถานการณ์หากไม่มีการเปลี่ยนแปลข้อบังคับ ผลกระทบค่อนข้างจำกัด ในขณะที่ตัวสินค้า personal care (Baby mind) เป็นการใช้โคว้ตานำเข้าของผู้กระจายสินค้าท้องถิ่นทำให้ที่ผ่านมามีสินค้าบาง lot ที่ค้างส่งและล่าช้า
- CBG : ในช่วงปลาย 2025 มีการเปิดโรงงานใหม่ในเมียนมา ซึ่งจะเป็นการผลิตที่สร้างยอดขายได้ประมาณ 50% ของยอดขายปัจจุบัน และส่วนที่เหลือเป็นการนำเข้า ซึ่งผลกระทบอาจทำให้มีล่าช้าในบางส่วน โดยยอดขายของ CBG ในเมียนมาเป็นสัดส่วนที่ต่ำเพียง single digit ของยอดรายได้รวม
- เรามองว่าเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และค่าเงิน คือความเสี่ยงของกลุ่มเครื่องดื่มที่มีฐานใน CLMV และจากข่าวนี้แม้จะไม่สร้างผลกระทบเชิงตัวเลขทันที แต่มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงและจำกัดการเติบโตในระยะยาวของฐานรายได้ต่างประเทศ
- เราแนะนำ Neutral ต่อกลุ่มเครื่องดื่ม