Meeting tone: Slightly positive เกี่ยวกับความคืบหน้าสินค้าใหม่ที่อาจจะมาเป็น New S-curve ให้กับ HANA ได้ แต่ธุรกิจอื่นยังคงอ่อนแอ
ผู้บริหาร มองว่าประเด็นเรื่อง US tariff ยังไม่ได้จบ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงสามารถใช้มาตราอื่นในการบังคับใช้ โดยนโยบายการเก็บภาษียังคงอยู่ต่อไป ขณะที่ประเทศไทยยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ จึงยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
(+) เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นสำหรับ สำหรับสินค้าใหม่เกี่ยวกับ Solid state cooling device ให้กับ Phononic ซึ่งเป็น Private company แต่ก็ได้รับ support จาก Temasek Goldman Sach Temperton โดย Phononic คาดว่าจะมีตลาดเกี่ยวกับ Cooling data center มากกว่า 2.5 หมื่นล้านเหรียญฯ ซึ่ง Phononic มีเทคโนโลยี Solid state ที่ค่อนข้างตอบรับดี โดยเขาเลือกฐานการผลิตเป็นประเทศไทยสำหรับตลาด Asia Pacific และเลือก HANA เป็นหนึ่งในสอง Major suppliers ให้กับทาง Phononic ปัจจุบันสินค้าที่ HANA ผลิตผ่าน Qualify ให้กับ Phononic และกำลังส่งไปทดสอบกับ end customer อยู่ ซึ่ง HANA คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ภายในกลางปีนี้ และคาดว่าจะสามารถผลิตได้ภายใน 2H26 ก่อนจะ mass production และชัดเจนมากขึ้นภายในปี 2027 โดยอนาคตคาดว่า Phononic จะเป็นลูกค้า Top 10 ของ HANA ได้ แต่อาจจะยังเร็วไปที่จะประเมิน
(+) PCBA ในประเทศไทย (โรงงานลำพูน) คาดว่าจะได้โครงการใหม่จากลูกค้ารายใหญ่เดิมของบริษัท ขณะที่ New AI cooling project จะเริ่มการผลิตได้ใน 2H26 ซึ่งคาดว่าจะเห็นคำสั่งซื้อที่เป็น mass production ใน 2H26
(-) ธุรกิจ EMS ในประเทศจีนยังคงอ่อนแอได้รับผลกระทบจากค่าเงินหยวนที่แข็งค่า และค่าแรงขั้นต่ำในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้น 7.5%
(-) PMS ยังค่อนข้างที่อ่อนแอต่อเนื่อง โดย SiC device คาดว่าจะเห็น demand ที่ดีขึ้นใน 2H26 ขณะที่ Si product คาดว่าจะเห็น demand ที่ดีขึ้นตั้งแต่ 3Q26
(+/-) OSAT (IC Packaging) ที่อยุธยา เริ่มเห็นการฟื้นตัวของ demand บ้าง แต่คาดว่าจะเห็นใน 2H26 และ HANA ยังคงเน้นการลดต้นทุนเพื่อไม่ให้ขาดทุน
โดยรวมเรามองว่าเป็นบวก จากที่มีความคืบหน้าของลูกค้าใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเห็นชัดเจนใน 2H26 โดยเรายังคงแนะนำ Neutral แต่เรามอง downside เริ่มจำกัดมากขึ้น และ HANA เองก็มีการปรับนโยบายจ่ายปันผลให้ flexible มากขึ้น ขณะที่มีเงินสดในมือค่อนข้างสูงเกือบ 5 พันล้านบาท (คิดเป็น 5.6 บาทต่อหุ้น) และไม่มีหนี้สิน โดยราคาเป้าหมายกลางปี 2569 อยู่ที่ 17 บาท อิงจาก -0.5SD ของ PE เฉลี่ย 5 ปี