สรุปสาระสำคัญ
Healthcare: มีความกังวลในส่วนของกลุ่มประกันสุขภาพเอกชน - Negative sentiment มองผลกระทบจำกัดในช่วงสั้น การเพิ่มการเข้าถึงประกันสุขภาพเอกชนของประเทศไทยคือโอกาสในระยะยาว
ประเด็นที่เข้ามา
สื่อสังคมออนไลน์ระบุว่าบริษัทประกันบางรายจะยกเลิกการขายกรมธรรม์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายตั้งแต่ 31 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป
แนวความคิดยกเลิกกรมธรรม์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายเกิดจาก?
มีวัตถุประสงค์เพื่อการควบคุมค่าใช้จ่ายให้ถูกต้อง เนื่องจากหากเป็นการเหมาจ่ายไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการควบคุมแล้ว อาจทำให้เกิดการใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้อง เพื่อควบคุมต้นทุนของผู้ประกอบการกับผู้บริโภคให้ไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป
การตรวจสอบของเรา
- จากการตรวจสอบตัวแทนประกัน เราพบข้อมูลว่า บ. ประกันภัยบางแห่งแจ้งปิดการขายกรมธรรม์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายตั้งแต่ 31 มี.ค. 2569 จริง
- ผู้ที่ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายอยู่แล้วไม่มีผลกระทบ
ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ กรมธรรม์ใหม่ที่จะออกมา เราเชื่อว่า บ. ประกันภัยจะมีการเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค
- กรมธรรม์ใหม่ที่จะออกมาแทนนั้น เรามองว่าอาจจะยังเป็นกรมธรรม์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายแต่มีเงื่อนไขอื่นเพิ่ม หรือกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่มาพร้อมเงื่อนไข Co-payment (ร่วมจ่าย) หรือ Deductible (มีความรับผิดส่วนแรก) ซึ่งในปัจจุบันกรมธรรม์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายในประเทศไทยมีเงื่อนไขเหล่านี้น้อย เราเชื่อว่า บ. ประกันภัยจะมีการเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค
- อิงการให้ข่าวของ คปภ. เมื่อเดือน ต.ค. 2568 ระบุว่าเรื่องการยกเลิกกรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายอยู่ในระหว่างการศึกษา โดยมีเหตุผลสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ ความต้องการของตลาดและจุดสมดุลที่เหมาะสม โดยต้องรับฟังเสียงจากทั้งภาคธุรกิจประกันภัยและผู้บริโภค
กรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบ co-payment ไม่ใช่เรื่องใหม่
- โดยในปี 2568 ประเทศไทยเริ่มเพิ่มเงื่อนไข Co-payment ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ขายใหม่ ซึ่งจะเข้าเงื่อนไข Co-payment เมื่อผู้เอาประกันภัยมีการเรียกร้องผลประโยชน์จากการป่วยเล็กน้อยทั่วไป (simple diseases) เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
- กรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบ co-payment ไม่ใช่เรื่องใหม่ และพบได้ทั่วไปในประเทศอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ ซึ่งกรมธรรม์ประกันสุขภาพเอกชนส่วนใหญ่เป็นแบบ co-payment
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- เรามองเป็น Negative sentiment แต่การดำเนินงานของโรงพยาบาลเอกชนจะไม่มีผลกระทบในช่วงสั้น เพราะผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายอยู่แล้วไม่ได้รับผลกระทบ
- เรียงลำดับสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยไทยจากประกันสุขภาพเอกชน มากสุดคือ BDMS (32%), BCH (26%), CHG และ RJH (25%) PR9 (24%) และน้อยสุด คือ BH (10%)
- เรามองเห็นโอกาสของการเพิ่มการเข้าถึงประกันสุขภาพเอกชนของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลบวกต่อกลุ่มการแพทย์ได้
- ข้อมูลใน 8M68 ประเทศไทยมีผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพเอกชนแบบรายบุคคลค่อนข้างน้อยโดยมีจำนวนเพียง 2.0 ล้านคน หรือคิดเป็น 3.1% ของประชากรทั้งหมด ส่วนใหญ่ (9.7 ล้านคน คิดเป็น 14.7%)
- ตัวเลขนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 40.8% และต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ที่ 70% ญี่ปุ่นที่ 70% มาเลเซียที่ 22% และอินเดียที่ 12%
- เรียงลำดับหุ้นที่เราชอบในกลุ่มการแพทย์: BDMS (Outperform, TP 28 บาท) CHG (Outperform, TP 2 บาท) BCH (Outperform, TP 14 บาท) RJH (Neutral, TP 14 บาท) BH (Neutral, TP 214 บาท)