
ภาคเทคโนโลยีจีนกำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงสองด้านพร้อมกัน คือบริษัทต่างชาติทยอยลดฐานการผลิตและการดำเนินงานในจีน ขณะที่รัฐบาลจีนเร่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ โดยเฉพาะในหน่วยงานรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเดือน ก.ค. สะท้อนว่าความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ในจีนยังแข็งแกร่ง ทั้งการผลิต การนำเข้า และการส่งออก เป็นการเร่งสร้างระบบเทคโนโลยีภายในประเทศควบคู่กับการนำเข้าชิประดับสูงที่ยังจำเป็น มองแนวโน้มนี้เป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อหุ้นเทคโนโลยีจีนที่อยู่ในห่วงโซ่การทดแทนสินค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มออกแบบชิป โรงงานผลิตชิป อุปกรณ์ผลิตชิป บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง และ AI
1. บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติเริ่มลดฐานในจีนชัดเจนขึ้น
Google มีแผนย้ายการผลิตสินค้า Pixel ทั้งสมาร์ตโฟน นาฬิกา และหูฟังออกจากจีนทั้งหมดตั้งแต่ปี 2027 โดยขยายกำลังการผลิตใน Vietnam และ India มากขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน การที่ Google มีฐานตลาดในจีนค่อนข้างจำกัดทำให้การย้ายฐานทำได้ง่ายกว่าบริษัทอย่าง Apple
ด้าน Nokia มีแผนลดพนักงานส่วนใหญ่และทยอยปิดสำนักงานในจีนแผ่นดินใหญ่ภายในสิ้นปี โดยอาจเหลือเพียงงานบริการหลังการขาย สะท้อนการถอยออกจากตลาดจีนหลังดำเนินธุรกิจมานานกว่า 40 ปี ท่ามกลางการแข่งขันจาก Huawei และ ZTE ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ของ Nokia ในจีนลดจาก €1.84 พันล้านในปี 2019 เหลือ €913 ล้านในปีล่าสุด และสัดส่วนรายได้จากจีนลดจาก 7.9% เหลือ 4.6%
บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่ลดบทบาทในจีน
|
บริษัท |
การเปลี่ยนแปลง |
เหตุผลหลัก |
ผลกระทบ |
|
|
เตรียมย้ายการผลิต Pixel ออกจากจีนทั้งหมดในปี 2027 |
ลดความเสี่ยงจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–จีน |
ฐานผลิตย้ายไป Vietnam และ India |
|
Nokia |
เตรียมปิดเกือบทุกฐานดำเนินงานในจีน เหลือบริการหลังการขาย |
เสียส่วนแบ่งให้ Huawei และ ZTE |
ลดพนักงานและลดขนาดธุรกิจในจีน |
|
Microsoft |
บทบาท Windows ในหน่วยงานรัฐถูกลดลง |
จีนต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ |
เปิดทางให้ระบบปฏิบัติการจีนเข้ามาแทน |
2. ฝั่งจีนเองก็เร่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจีนกำลังเร่งแทนที่เทคโนโลยีต่างชาติในหน่วยงานรัฐ โดยกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐสั่งให้บางหน่วยงานถอด Windows 10 รุ่นที่พัฒนาสำหรับรัฐบาลออกเร็วกว่ากำหนดเดิม เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล
จีนยังสนับสนุนระบบปฏิบัติการในประเทศ เช่น Kylin และ Tongxin พร้อมทั้งมีแนวทางเปลี่ยนคอมพิวเตอร์แบรนด์ต่างชาติในหน่วยงานรัฐบาล ขณะที่ในฝั่ง AI จีนก็เพิ่มการใช้ชิปจาก Huawei และ Cambricon เพื่อทดแทนข้อจำกัดในการเข้าถึงชิปเร่งประมวลผลของ Nvidia
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าแนวโน้ม “China for China” กำลังชัดขึ้น ทั้งในซอฟต์แวร์ อุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยบริษัทจีนมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากการแทนที่เทคโนโลยีต่างประเทศมากขึ้น
China Localization: เทคโนโลยีต่างชาติถูกแทนที่ด้วยอะไร
|
กลุ่ม |
เทคโนโลยีต่างชาติเดิม |
ผู้เล่นจีนที่ได้ประโยชน์ |
ทิศทาง |
|
ระบบปฏิบัติการ |
Microsoft Windows |
Kylin, Tongxin |
หน่วยงานรัฐเร่งใช้ระบบในประเทศ |
|
อุปกรณ์เครือข่าย |
Nokia, Ericsson |
Huawei, ZTE |
ส่วนแบ่งผู้เล่นจีนเพิ่มขึ้น |
|
AI Chip |
Nvidia |
Huawei, Cambricon |
จีนเร่งใช้ชิป AI ในประเทศ |
|
Foundry |
TSMC / ผู้ผลิตต่างชาติ |
SMIC, Hua Hong |
เพิ่มกำลังผลิตในประเทศ |
|
Semi Equipment |
ASML / Applied Materials / Lam |
AMEC, Naura, ACMR |
ลงทุนทดแทนอุปกรณ์ต่างประเทศ |
|
AI / Autonomous Driving |
เทคโนโลยีต่างชาติ |
Horizon, Biren, MetaX |
ได้แรงหนุนจาก AI และรถอัจฉริยะ |
3. แต่ข้อมูลชิปเดือน ก.ค. บอกว่า “การพึ่งพาตนเอง” ยังไม่ได้หมายถึงหยุดนำเข้า
แม้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ แต่ข้อมูลเดือน ก.ค. 2026 แสดงว่าความต้องการชิปยังแข็งแกร่งมาก โดยมูลค่านำเข้าวงจรรวมเพิ่ม 71.1% YoY ขณะที่ปริมาณนำเข้าเพิ่มเพียง 8.5% YoY ส่งผลให้ราคานำเข้าเฉลี่ยเพิ่มถึง 57.8% YoY ซึ่งสะท้อนว่าจีนยังต้องนำเข้าชิปที่มีมูลค่าสูงและเทคโนโลยีสูงจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน การผลิตวงจรรวมภายในประเทศเพิ่ม 20.7% YoY เป็น 53 พันล้านชิ้น ในเดือน ก.ค. เร่งขึ้นจาก 18.8% ในเดือน มิ.ย. ส่วนมูลค่าการส่งออกชิปเพิ่มถึง 116.6% YoY เป็น $38.7 พันล้าน และตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน ก.ค. เพิ่มเกือบ 100% YoY
ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่การตัดขาดจากเทคโนโลยีต่างประเทศทันที แต่เป็นการ เพิ่มกำลังผลิตในประเทศควบคู่กับการนำเข้าชิประดับสูง เพื่อรองรับ AI รถยนต์อัจฉริยะ และศูนย์ข้อมูล
ข้อมูล China Semiconductor ล่าสุด
|
ตัวชี้วัด |
ก.ค. 2026 |
YoY |
สิ่งที่สะท้อน |
|
การผลิต IC ในจีน |
53 พันล้านชิ้น |
+20.7% |
กำลังผลิตในประเทศยังขยายตัว |
|
มูลค่านำเข้า IC |
$63.8 พันล้าน |
+71.1% |
ความต้องการชิประดับสูงยังแข็งแกร่ง |
|
ปริมาณนำเข้า IC |
60 พันล้านชิ้น |
+8.5% |
ปริมาณโตไม่มากเท่ามูลค่า |
|
ราคานำเข้าเฉลี่ย IC |
— |
+57.8% |
สะท้อนสัดส่วนชิปราคาสูงเพิ่มขึ้น |
|
มูลค่าส่งออก IC |
$38.7 พันล้าน |
+116.6% |
จีนเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่ส่งออก |
|
ส่งออก IC YTD |
$216 พันล้าน |
+99.3% |
โมเมนตัมส่งออกยังแข็งแกร่ง |
|
Taiwan Semi Revenue |
NT$662 พันล้าน |
+39.4% |
ความต้องการชิป Greater China ยังดี |
4. China Tech กำลังเปลี่ยนจาก “ใช้เทคโนโลยีต่างชาติ” ไปสู่ “สร้างระบบของตนเอง”
เมื่อนำทั้งสามเหตุการณ์มารวมกัน จะเห็นทิศทางเดียวกัน คือบริษัทต่างชาติมีแรงจูงใจลดความเสี่ยงจากจีน ขณะที่รัฐบาลจีนเองก็ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ ทำให้ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีจีนมีแนวโน้มแยกตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น ระบบปฏิบัติการ อุปกรณ์เครือข่าย AI และชิป
อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิประดับสูงที่ยังต้องนำเข้าจำนวนมากแสดงว่าการพึ่งพาตนเองยังเป็นกระบวนการระยะยาว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันที ขณะที่การเติบโตของการผลิตและการส่งออกชิปในประเทศบ่งชี้ว่าบริษัทจีนกำลังเพิ่มส่วนแบ่งในห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง
มุมมองของ InnovestX
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน