Offshore Stock Update

LLY รุกตลาดยาจิตเวชผ่านดีล ATAI เสริมการเติบโตระยะยาว

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|16 Jul 26 11:01 AM
eli-lilly-lly-stock-after-hours-today-dec-25-2025-holiday-pause-glp-1-catalysts-and-what-to-watch-before-the-market-opens-dec-26-featured
สรุปสาระสำคัญ

Eli Lilly อยู่ระหว่างเจรจาซื้อ AtaiBeckley เพื่อเข้าถึง BPL-003 และขยายพอร์ตยาระบบประสาทนอกเหนือจากธุรกิจโรคอ้วนและเบาหวาน โดย InnovestX มองเป็นบวกเชิงกลยุทธ์ระยะยาว แต่ผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัดและต้องติดตามราคาดีล ผลทดลองระยะท้าย การอนุมัติจาก FDA และความเสี่ยงที่ธุรกรรมอาจไม่สำเร็จ

LLY รุกตลาดยาจิตเวชผ่านดีล ATAI เสริมการเติบโตระยะยาว

 

1) ดีลสำคัญ

Eli Lilly (LLY) อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อ AtaiBeckley (ATAI) บริษัทชีวเวชภัณฑ์ที่มุ่งพัฒนายาสำหรับโรคทางจิตเวช โดยแหล่งข่าวระบุว่า LLY อาจประกาศข้อตกลงได้ภายในสัปดาห์นี้ หากการเจรจาเสร็จสมบูรณ์ ปัจจุบัน ATAI มีมูลค่าตลาดประมาณ $2 พันล้าน หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในช่วง 12 เดือน และปรับขึ้นอีกประมาณ 55% หลังมีรายงานความสนใจจาก LLY ทำให้ราคาซื้อกิจการมีแนวโน้มสูงกว่าราคาตลาดก่อนข่าว อย่างไรก็ตาม ดีลยังอยู่ในขั้นเจรจา มูลค่าและเงื่อนไขที่แน่นอนยังไม่เปิดเผย และยังมีความเป็นไปได้ที่การเจรจาจะล่าช้าหรือไม่บรรลุข้อตกลง

2) เป้าหมายของดีล

  1. เสริมพอร์ตยาด้านระบบประสาทและจิตเวช
    LLY ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งในธุรกิจยาด้านระบบประสาท ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีประสบการณ์มายาวนานตั้งแต่ Prozac รวมถึงยารักษาอัลไซเมอร์และยาแก้ปวดที่ไม่ก่อให้เกิดการเสพติด การซื้อ ATAI จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์สำหรับโรคซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษาและโรควิตกกังวลทางสังคม ซึ่งยังมีความต้องการทางการแพทย์ที่ไม่ได้รับการตอบสนองอยู่มาก
  2. เข้าถึง BPL-003 ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักที่มีศักยภาพ
    สินทรัพย์สำคัญของ ATAI คือ BPL-003 ยาพ่นจมูกออกฤทธิ์เร็วสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษา ผลการทดลองระยะกลางพบว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้นภายใน 2 วันหลังรับยาเพียงครั้งเดียว และผลการรักษาอาจต่อเนื่องได้นานถึง 8 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยาดังกล่าวยังได้รับสถานะ Breakthrough Therapy จาก FDA ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการตอบโจทย์โรคร้ายแรงที่ยังมีทางเลือกการรักษาจำกัด
  3. เข้าสู่ตลาดยาประสาทหลอนก่อนที่การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น
    ตลาดยาประสาทหลอนกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากบริษัทยาขนาดใหญ่ หลังความสำเร็จของ Spravato ของ Johnson & Johnson และผลการทดลองเชิงบวกจากหลายบริษัท Bloomberg Intelligence ประเมินว่าตลาดดังกล่าวอาจมีมูลค่ายอดขายประมาณ $7 พันล้านภายในปี 2032 การซื้อ ATAI จึงช่วยให้ LLY เข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้นและมีโอกาสสร้างความได้เปรียบก่อนคู่แข่งรายอื่น

3) กลยุทธ์ของ LLY

  1. กระจายแหล่งรายได้นอกเหนือจากยาลดน้ำหนักและเบาหวาน
    แม้ LLY จะมีการเติบโตสูงจากยารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน แต่การเข้าซื้อ ATAI สะท้อนความพยายามสร้างเครื่องยนต์การเติบโตระยะยาวเพิ่มเติม เพื่อลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลักเพียงไม่กี่รายการ และลดความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา การหมดอายุสิทธิบัตร และการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต
  2. ใช้กลยุทธ์ซื้อสินทรัพย์ที่ผ่านการพิสูจน์เบื้องต้นแล้ว
    แทนที่จะเริ่มพัฒนายาตั้งแต่ขั้นวิจัยระยะแรก LLY เลือกเข้าซื้อบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์อยู่ในขั้นทดลองระยะกลางและมีข้อมูลประสิทธิผลเบื้องต้นแล้ว กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนา เพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และเปิดโอกาสให้ LLY ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการทดลองทางคลินิก การขออนุมัติ และการทำตลาดในวงกว้าง
  3. วาง BPL-003 ให้เข้ากับรูปแบบการรักษาที่ใช้งานจริงได้ง่าย
    จุดเด่นของ BPL-003 คือระยะเวลาที่ผู้ป่วยเกิดอาการประสาทหลอนอยู่ที่ประมาณ 1–2 ชั่วโมง สั้นกว่ายาทดลองบางชนิดที่อาจต้องติดตามผู้ป่วยนานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้มีโอกาสนำไปใช้ในคลินิกและโรงพยาบาลได้สะดวกกว่า ลดภาระด้านบุคลากรและพื้นที่รักษา และสามารถต่อยอดจากรูปแบบการให้บริการของ Spravato ที่ตลาดเริ่มคุ้นเคยแล้ว

4) ความเสี่ยง

ความเสี่ยง

รายละเอียด

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ราคาซื้อกิจการสูง

ราคาหุ้น ATAI เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในช่วง 12 เดือน และเพิ่มอีกประมาณ 55% หลังมีข่าว ทำให้ LLY อาจต้องเสนอราคาสูงกว่าราคาตลาดเดิมมาก

อาจทำให้ผลตอบแทนจากดีลต่ำกว่าคาด และสร้างแรงกดดันต่อหุ้น LLY หากตลาดมองว่าบริษัทจ่ายแพงเกินไป

ความเสี่ยงจากการทดลองระยะท้าย

BPL-003 ยังอยู่ในขั้นพัฒนาทางคลินิก แม้ผลการทดลองระยะกลางจะเป็นบวก แต่ผลการทดลองในกลุ่มผู้ป่วยขนาดใหญ่อาจแตกต่างออกไป

หากประสิทธิผลหรือความปลอดภัยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มูลค่าของสินทรัพย์และโอกาสเชิงพาณิชย์จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ความเสี่ยงด้านการอนุมัติ

สถานะ Breakthrough Therapy ช่วยเร่งกระบวนการพัฒนา แต่ไม่ได้รับประกันว่า FDA จะอนุมัติยา

กำหนดการเปิดตัวอาจล่าช้า หรือบริษัทอาจต้องทำการทดลองเพิ่มเติม ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

ข้อจำกัดในการใช้งานจริง

ยากลุ่มประสาทหลอนอาจต้องให้ภายใต้การดูแลของแพทย์และติดตามผู้ป่วยหลังรับยา

อาจจำกัดจำนวนสถานพยาบาลที่ให้บริการ เพิ่มต้นทุนการรักษา และชะลอการยอมรับจากผู้ป่วยและผู้จ่ายค่ารักษา

การแข่งขันสูงขึ้น

คู่แข่ง เช่น J&J, Compass Pathways, GH Research และ AbbVie กำลังพัฒนายาสำหรับโรคซึมเศร้าในลักษณะใกล้เคียงกัน

BPL-003 อาจเผชิญการแข่งขันด้านประสิทธิผล ระยะเวลารักษา ราคา และความสะดวกในการใช้งาน

การยอมรับจากตลาด

ยาประสาทหลอนยังมีข้อกังวลด้านภาพลักษณ์ ความปลอดภัย และการยอมรับจากแพทย์และผู้ป่วย

การเติบโตของยอดขายอาจช้ากว่าคาด แม้ยาจะได้รับอนุมัติแล้ว

ความไม่แน่นอนของดีล

การเจรจายังไม่เสร็จสิ้นและยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก LLY

ราคาหุ้น ATAI อาจปรับตัวลงแรง หากดีลล่าช้า ถูกยกเลิก หรือราคาที่เสนอซื้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด


5) แนวโน้ม

หากดีลเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นบวกต่อ LLY ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เนื่องจากช่วยเพิ่มสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดยาจิตเวช และสนับสนุนการกระจายรายได้ออกจากธุรกิจยารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน BPL-003 มีจุดเด่นทั้งด้านความรวดเร็วในการออกฤทธิ์ ระยะเวลาการรักษาที่สั้น และผลการรักษาที่อาจคงอยู่ได้นาน จึงมีศักยภาพแข่งขันกับทางเลือกที่มีอยู่ในตลาด

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อรายได้และกำไรของ LLY ในช่วง 1–2 ปีข้างหน้ายังมีแนวโน้มจำกัด เพราะยาต้องผ่านการทดลองระยะท้ายและกระบวนการอนุมัติเพิ่มเติม ขณะที่ราคาหุ้น ATAI ระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับราคาที่ LLY เสนอ เงื่อนไขของธุรกรรม และความเป็นไปได้ที่ดีลจะปิดได้ตามแผน


6) มุมมอง InnovestX

    InnovestX มองว่าดีลดังกล่าวเป็น บวกต่อ LLY ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพราะช่วยเสริมพอร์ตยาระบบประสาทในช่วงที่บริษัทต้องการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ นอกเหนือจากยารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน โดย BPL-003 มีจุดเด่นด้านการออกฤทธิ์เร็ว ระยะเวลาติดตามผู้ป่วยสั้น และได้รับสถานะ Breakthrough Therapy จาก FDA จึงมีโอกาสพัฒนาเป็นสินทรัพย์สำคัญ หากผลการทดลองระยะท้ายยังสนับสนุนประสิทธิผลและความปลอดภัย

    อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อประมาณการกำไรของ LLY ในระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจาก BPL-003 ยังต้องใช้เวลาในการทดลอง การขออนุมัติ และการสร้างเครือข่ายสถานพยาบาล ขณะที่ราคาซื้อกิจการอาจสูงจากการที่หุ้น ATAI ปรับขึ้นมากก่อนปิดดีล จึงต้องติดตามมูลค่าธุรกรรม เงื่อนไขการจ่ายเงิน และความคืบหน้าของการทดลองเป็นหลัก

   ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน มองว่า LLY ยังเหมาะเป็นหุ้นหลักในกลุ่มยาขนาดใหญ่ จากฐานรายได้ของธุรกิจโรคอ้วนและเบาหวานที่แข็งแกร่ง ขณะที่ดีล ATAI เป็นทางเลือกเพิ่มเติมต่อการเติบโตระยะยาว มากกว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรในทันที ส่วน ATAI เหมาะกับการเก็งกำไรตามราคาดีลและความสำเร็จของการเข้าซื้อ แต่มีความเสี่ยงสูง หากการเจรจาล่าช้า ถูกยกเลิก หรือราคาเสนอซื้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด

 

 

 

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
NXB/LLY.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5