Offshore Stock Update

Lumentum ยกระดับเป้าหมาย FY28 รับ Optical AI ขยายเร็วกว่าคาด

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|28 Aug 26 9:33 AM
lite
สรุปสาระสำคัญ

Lumentum ปรับมุมมอง FY28 เชิงบวกขึ้น โดยตั้งเป้าศักยภาพกำไรราว $40 ต่อหุ้น สูงกว่าคาดตลาดประมาณ 20% จากคำสั่งซื้อ OCS ที่เร่งตัวและมีโอกาสสร้างรายได้มากกว่า $2.5bn ใน FY28 ขณะที่ Optical กำลังขยายจากการเชื่อมต่อระหว่าง Data Center เข้าสู่ระดับ Cluster, Rack และในอนาคตภายใน Tray พร้อมกับ CPO และ NPO ที่เพิ่มปริมาณ Optical ต่อระบบ AI มากขึ้น อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดกำลังการผลิต วัตถุดิบ และมาร์จิ้นของธุรกิจ Module ยังเป็นจุดติดตาม เรามองบวกต่อธีม Optical Connectivity โดย LITE และ COHR เป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรง ขณะที่ Supply Chain ที่เด่นได้แก่ FN จากความเชื่อมโยงด้านการผลิตสูง และ AXTI, VECO จากการเพิ่มกำลังผลิต Laser และวัตถุดิบต้นน้ำ

ภาพรวมการปรับมาณการ FY28 ของ Lumentum


Lumentum (LITE) ให้มุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจ Optical Connectivity มากขึ้น โดยตั้งเป้าศักยภาพกำไร FY28 ที่ประมาณ $40 ต่อหุ้น สูงกว่าคาดการณ์ตลาดราว 20% หลังยอดคำสั่งซื้อและคำสั่งจองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมี Optical Circuit Switch (OCS) เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก บริษัทประเมินว่ารายได้ OCS ใน FY28 อาจมากกว่า $2.5bn เทียบกับมากกว่า $90mn ใน FY26 สะท้อนการขยายตัวจากฐานลูกค้าเดิมไปสู่การใช้งานใน AI Data Center ที่กว้างขึ้น


ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเติบโตของ OCS แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างการเชื่อมต่อภายใน Data Center จากทองแดงไปสู่ระบบ Optical เมื่อความเร็วเพิ่มจาก 800G สู่ 1.6T และในอนาคต 3.2T ทำให้ข้อจำกัดด้านระยะทางและพลังงานของทองแดงชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ Optical เริ่มขยายจากการเชื่อมต่อระหว่าง Data Center เข้าสู่ระดับ Cluster, Rack และอาจลงไปถึงภายใน Tray ในระยะถัดไป


1. OCS กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของ Lumentum


ความต้องการ OCS เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้า โดยลูกค้ารายใหญ่เพิ่มคำสั่งซื้ออย่างมากหลังการประกาศผลประกอบการครั้งล่าสุด ทำให้ Lumentum มีความมั่นใจมากขึ้นต่อเป้าหมาย FY28 ขณะที่การใช้งาน OCS เริ่มขยายจากการจัดการเครือข่าย AI ไปสู่การติดตั้งภายใน Rack เพื่อช่วยจัดสรรการประมวลผลและหลีกเลี่ยง GPU ที่มีปัญหาหรือมีภาระงานสูง


บริษัทมองว่าขนาดตลาด OCS เดิมที่ประเมินไว้ประมาณ $8bn อาจต่ำเกินไป เนื่องจาก OCS มีข้อได้เปรียบด้านการใช้พลังงานและการสูญเสียสัญญาณเมื่อเทียบกับสวิตช์ไฟฟ้า อีกทั้งฐานลูกค้ากำลังขยายกว้างขึ้น ทำให้ OCS มีโอกาสเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตสูงที่สุดของบริษัทในอีกหลายปีข้างหน้า


2. Optical กำลังเข้าไปใกล้ GPU มากขึ้น


ในอดีต Optical ถูกใช้เป็นหลักในการเชื่อมต่อระยะไกลระหว่าง Data Center หรือระหว่าง Rack แต่ความเร็วของระบบ AI ที่เพิ่มขึ้นทำให้ Optical เริ่มเข้าไปอยู่ภายใน Cluster และ Rack มากขึ้น โดยที่ความเร็ว 1.6T ทองแดงสามารถส่งสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงไม่กี่เมตร ทำให้ Optical มีความจำเป็นเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติของระบบ


ในระยะยาว บริษัทมองว่าการเชื่อมต่อ Optical อาจเข้าไปถึง ภายใน Tray ระหว่าง GPU และหน่วยความจำความเร็วสูง ซึ่งจะเป็นตลาดใหม่เพิ่มเติมจากการเชื่อมต่อแบบเดิม และเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในช่วง 12–18 เดือนข้างหน้า


3. CPO และ NPO เป็นตลาดเพิ่ม ไม่ใช่การแย่งรายได้เดิม


Lumentum มองว่า CPO และ NPO ไม่ได้เข้ามาทดแทน Optical แบบเดิมทั้งหมด แต่เป็นการเพิ่มปริมาณ Optical ต่อระบบ AI โดยเฉพาะ Scale-up ภายใน Rack ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่สำหรับอุตสาหกรรม Optical ทั้งระบบ บริษัทระบุว่ารายได้จาก CPO และ NPO ยังแทบไม่ได้สะท้อนอยู่ในผลประกอบการปัจจุบัน จึงยังมีพื้นที่เติบโตเพิ่มเติมอีกมาก


ที่น่าสนใจคือ Lumentum มองว่า NPO อาจเป็นโอกาสที่ใหญ่กว่า CPO ในระยะใกล้ เนื่องจากลูกค้าหลายรายเริ่มเพิ่มสัดส่วน Optical ในระบบเร็วกว่าคาด ขณะที่ Nvidia เป็นหนึ่งในผู้ผลักดัน CPO และใช้ External Light Source ซึ่งเปิดโอกาสให้ Lumentum ขาย Laser กำลังสูงที่มีมาร์จิ้นดี


4. กำลังการผลิตเริ่มกลายเป็นข้อจำกัด


ความต้องการที่เพิ่มเร็วกว่าคาดทำให้บริษัทต้องเร่งลงทุนกำลังการผลิต โดยโรงงาน Greensboro จะเริ่มสร้างรายได้ช่วงปี 2028 และเข้าสู่การผลิตเต็มที่ในปี 2029 ขณะที่ Nvidia มีข้อตกลงระยะยาวหลายพันล้านดอลลาร์กับ Lumentum และช่วยสนับสนุนการลงทุนในโรงงานดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม ความต้องการ NPO ที่เข้ามาเร็วขึ้นจากเดิมที่คาดช่วงปลายปี 2028–ต้นปี 2029 มาเป็นช่วงปลายปี 2027–ต้นปี 2028 ทำให้บริษัทเริ่มพิจารณาการเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มเติม โดยข้อจำกัดสำคัญไม่ใช่เพียงเงินลงทุน แต่รวมถึงระยะเวลาการติดตั้งเครื่องจักร การรับรองผลิตภัณฑ์ และวัตถุดิบอย่าง Indium Phosphide substrate ซึ่งบริษัทต้องเพิ่มแหล่งจัดหาจาก AXTI


5. ธุรกิจ Module โตดี แต่ยังต้องยกระดับมาร์จิ้น


ธุรกิจ Module ของ Lumentum ฟื้นตัวชัดเจนหลังแก้ปัญหาด้านคุณภาพและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยธุรกิจดังกล่าวมีรายได้มากกว่า $200mn ต่อไตรมาส และบริษัทคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2027 จากการเข้าสู่ตลาด 1.6T ได้เร็วขึ้น


อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนยังอยู่ที่ อัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งยังต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Innolight และ Eoptolink บริษัทจึงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการผลิตเพิ่มเติมในปี 2027 แม้ปัญหาด้านวิศวกรรมและการออกผลิตภัณฑ์จะดีขึ้นแล้ว


6. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม


ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ ข้อจำกัดกำลังการผลิตและวัตถุดิบ, ระยะเวลาในการรับรอง Laser กับลูกค้า, การแข่งขันในตลาด Module รวมถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการพึ่งพาวัตถุดิบบางส่วนจากจีน ขณะที่หากสหรัฐฯ จำกัดการใช้ Transceiver จากจีน Lumentum อาจได้ประโยชน์ด้านส่วนแบ่งตลาด แต่ในระยะสั้นก็อาจสร้างปัญหาขาดแคลนอุปทานให้กับอุตสาหกรรมได้เช่นกัน


7. มุมมองของ INVX


เรามองเป็นบวกต่อธีม Optical Connectivity ใน AI Data Center เนื่องจากการเพิ่มความเร็วของ GPU Cluster ทำให้ Optical ต่อระบบเพิ่มขึ้นเชิงโครงสร้าง โดย Lumentum (LITE) เป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจาก OCS, CPO/NPO และ Laser กำลังสูง ขณะที่ Coherent (COHR) ได้ประโยชน์จากแนวโน้ม Optical เดียวกัน 


ขณะเดียวกัน เรามองว่าการยกระดับเป้าหมาย FY28 ของ Lumentum เป็นบวกต่อหุ้นใน Supply Chain ที่เกี่ยวข้องกับการเร่งกำลังผลิต Optical โดยตรง โดย Fabrinet (FN) เด่นที่สุดจากสัดส่วนราว 16% ของต้นทุน LITE สะท้อนความเชื่อมโยงกับการผลิตสูง ขณะที่ AXT (AXTI) มีโอกาสได้ประโยชน์จากความต้องการ Indium Phosphide substrate ที่ตึงตัว และ Veeco (VECO) ได้อานิสงส์จากการลงทุนเพิ่มกำลังผลิต Laser และ Compound Semiconductor ส่วน Keysight (KEYS), Advantest และ BESI เป็นผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากความต้องการอุปกรณ์ทดสอบและการผลิตที่สูงขึ้น 

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
BESIa.CHI
ADVANT23x.BK
6857.T
KEYS.N
AXTI.NB
COHR.N,
FABRINET23x.BK
FN.N
LITE23x.BK
VECO.NB
COHR23x.BK
LITE.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5