Offshore Stock Update

เมื่อคู่แท้ขอมีพื้นที่ส่วนตัว: เจาะลึกดีลใหม่ Microsoft x OpenAI สั่นสะเทือนวงการ Cloud

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|28 Apr 26 12:06 PM
msft openai
สรุปสาระสำคัญ

MSFT และ OpenAI ปรับสัญญาใหม่ลดการผูกขาด โดย OpenAI สามารถใช้ Cloud ของคู่แข่งได้เพื่อเพิ่มกำลังประมวลผล ขณะที่ MSFT ยังคงสิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยีถึงปี 2032 และปรับโครงสร้างรายได้ให้ชัดเจนขึ้น แม้ระยะสั้น MSFT จะมีแรงกดดันจากงบลงทุนที่สูงขึ้น แต่ถือเป็นโอกาสทองของ GOOGL และ AMZN ในการสร้างรายได้ใหม่จากการรองรับบริการของ OpenAI

การจับมือกันระหว่าง Microsoft (MSFT) และ OpenAI ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยีตลอดช่วงที่ผ่านมา แต่ล่าสุดทั้งคู่ได้ประกาศปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาครั้งสำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือนการลดระดับความใกล้ชิดเพื่อเปิดทางให้ต่างฝ่ายต่างเติบโตได้คล่องตัวขึ้น

 

เกิดอะไรขึ้น? สรุปประเด็นร้อนใน 3 ข้อ

 

  1. จบยุคผูกขาด: เดิมที Microsoft มีสิทธิ์เพียงผู้เดียวในการขายโมเดลของ OpenAI บนระบบ Cloud แต่ดีลใหม่นี้อนุญาตให้ OpenAI สามารถไปจับมือกับคู่แข่งอย่าง Amazon (AWS) หรือ Google Cloud ได้แล้ว เพื่อกระจายความเสี่ยงและหาพละกำลังในการประมวลผลเพิ่มขึ้น
  2. Microsoft ได้สิทธิ์ที่แน่นอนขึ้น: แม้ความสัมพันธ์จะดูห่างออกมาเล็กน้อย แต่ Microsoft ได้รับการยืนยันว่าจะเข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญาของ OpenAI ต่อไปจนถึงปี 2032 และที่สำคัญคือมีการยกเลิกเงื่อนไขเรื่องระดับความฉลาดของ AI ที่เคยเป็นข้อจำกัดในสัญญาเดิม ทำให้ Microsoft มั่นใจได้ว่าจะได้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดเสมอ
  3. การปรับปรุงโครงสร้างรายได้: Microsoft จะหยุดจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้กับ OpenAI ขณะที่ฝั่ง OpenAI ยังคงต้องจ่ายส่วนแบ่งให้ Microsoft ต่อไปจนถึงปี 2030 โดยมีการกำหนดเพดานสูงสุดไว้ ซึ่งช่วยให้กระแสเงินสดของ Microsoft มีความชัดเจนมากขึ้น

 

ทำไมต้องปรับดีลตอนนี้?

 

  1. ปัญหาคอขวดด้านชิปประมวลผล เพราะการรัน AI ขนาดใหญ่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรมหาศาล ซึ่ง Microsoft เจ้าเดียวอาจรองรับความต้องการที่โตแบบก้าวกระโดดไม่ไหว การเปิดทางให้ OpenAI ไปใช้ Cloud เจ้าอื่นจึงช่วยให้โมเดลพัฒนาได้เร็วขึ้น
  2. ลดแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องการผูกขาดทางการค้าอีกด้วย
  3. OpenAI ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้ผ่านช่องทางของ Microsoft เพียงรายเดียว ซึ่งจะสร้างฐานรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้น

 

ภาพใหญ่ที่นักลงทุนควรมอง

 

ดีลนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรม AI กำลังก้าวจากยุค ผูกขาดพันธมิตร ไปสู่ยุค เปิดหลายช่องทาง มากขึ้น เพราะผู้ชนะในระยะต่อไปอาจไม่ใช่บริษัทที่มีโมเดล AI ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีศูนย์ข้อมูล ชิป กำลังประมวลผล และช่องทางเข้าถึงลูกค้าองค์กรที่แข็งแรง

 

อีกด้านหนึ่ง ดีลนี้ยังยืนยันว่าความต้องการใช้ AI ยังแข็งแรงมาก จนกำลังประมวลผลกลายเป็นคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อกลุ่มคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล ชิป AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

 

ใครได้ประโยชน์ หรือ เสียประโยชน์?

 

  1. Microsoft (MSFT): ถอยหนึ่งก้าวเพื่อคุมเกมยาว

แม้ว่าในระยะสั้นอาจดูเหมือนเสียสิทธิ์พิเศษไปบ้าง รวมไปถึง กระแสเงินสดอาจมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น จากการที่ MSFT ต้องเร่งงบลงทุน (CAPEX) พัฒนา AI ของตนเองอย่างเต็มรูปแบบเพื่อลดการพึ่งพาพันธมิตร แต่ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เรามองว่าเป็นบวก เพราะ MSFT กำลังสร้างอิสระด้วยการพัฒนา AI ของตัวเองควบคู่ไปด้วย ขณะที่ยังการันตีการเข้าถึงเทคโนโลยีของ OpenAI ได้ในระยะยาวโดยลดภาระค่าใช้จ่ายรายปีลง

  1. Amazon (AMZN) และ Google (GOOGL): โอกาสใหม่ของผู้ให้บริการ Cloud

ถือเป็นข่าวดีสำหรับคู่แข่ง เพราะ OpenAI คือแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าองค์กรชั้นดี หากโมเดลของ OpenAI ไปอยู่บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ จะช่วยดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบ Cloud ของคู่แข่งได้ทันที

  1. OpenAI: ก้าวข้ามกำแพงผูกขาด

การได้รับอิสระในการเข้าถึง Cloud เจ้าอื่นช่วยปลดล็อกปัญหาคอขวดด้านกำลังการประมวลผล ทำให้ OpenAI สามารถขยายฐานรายได้จากลูกค้าองค์กรได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้การปรับโครงสร้างรายได้ให้มีเพดานที่แน่นอนและตัดเงื่อนไขความไม่แน่นอนเรื่อง AGI ออกไป

 

Investment Implication

 

เราประเมินว่าในระยะสั้น MSFT อาจมีแรงกดดันจากกระแสเงินสดที่จะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น จากการที่ MSFT ต้องเร่งงบลงทุน (CAPEX) พัฒนา AI ของตนเองเพื่อลดการพึ่งพาพันธมิตร อย่างไรก็ดี เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ MSFT ในระยะยาว

ขณะที่ GOOGL และ AMZN มีแนวโน้มจะสามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากโอกาสในการรองรับบริการของ OpenAI เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีมุมมองเชิงบวกต่อ GOOGL และ AMZN มากกว่า MSFT ในระยะสั้น

 

สรุป: ดีลนี้ไม่ใช่การเลิกรา แต่คือการแยกตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ Microsoft มีภาพลักษณ์ที่พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และทำให้ OpenAI กลายเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ทุกคนเข้าถึงได้ เป็นประโยชน์ต่อภาพรวมกลุ่มเทคโนโลยีในระยะยาว มองดีลนี้น่าจะสร้างรายได้เพิ่มเติมให้ GOOGL และ AMZN จากโอกาสในการรองรับบริการของ OpenAI เพิ่มขึ้น

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5