Offshore Stock Update

กลุ่ม Quantum ขาดทุนแต่รายได้ดีกว่าคาด ต้องดูอะไรต่อจากนี้?

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|16 May 26 4:43 PM
shutterstock_2621003427
สรุปสาระสำคัญ

กลุ่ม Quantum Computing ใน 1Q26 ส่งสัญญาณการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นของอุตสาหกรรมมากกว่าภาพของกำไรระยะสั้นและรายได้ส่วนใหญ่ค่อนข้างน้อยแต่มีการเติบโตสูง นอกจากนั้น ยอดคำสั่งซื้อและยอดจองเร่งตัวขึ้น และมีสภาพคล่องแข็งแรง และผู้บริหารทุกบริษัทพูดไปทางเดียวกันว่า Quantum กำลังเข้าสู่ช่วงที่ระบบและโครงสร้างพื้นฐานจะถูกเอามาใช้งานและติดตั้งในระดับเชิงพาณิชย์เร็วกว่าที่ตลาดเคยคิดไว้

สรุปผลประกอบการ 1Q26 - รายได้เติบโตดีกว่าที่คาดแต่ขาดทุกมากกว่าที่คาด

กลุ่ม Quantum Computing ทั้ง 6 บริษัท (IonQ, D-Wave, QUBT, Rigetti, Xanadu, Infleqtion) มีผลประกอบการที่อยู่ในภาพรายได้เติบโตสูงแต่ยังขาดทุน โดยรายได้ของทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 166% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและทุกบริษัทยกเว้น Xanadu มีรายได้สูงกว่าที่คาด ซึ่งสะท้อนภาพของความต้องการใช้ Quantum เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีทุกบริษัทยังขาดทุนทั้งหมดและขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 218 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นจากขาดทุน 164 ล้านเหรีญสหรัฐใน 4Q25 และขาดทุน 54 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นผลจากการลงทุนในงบวิจัยและพัฒนา แม้ว่าจะมีผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นแต่ในภาพรวมมีสถานะทางการเงินที่ดีอยู่และสามารถอยู่ได้ 1-2 ปีก่อนที่จะต้องระดมทุนใหม่ โดยทั้ง 6 บริษัทมีเงินสดอยู่รวม 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ

 

  รายได้ ขาดทุน  
  1Q26 %QoQ %YoY 1Q26 4Q25 1Q25 เทียบกับคาดการณ์
IonQ 64.7 5% 751% -126.2 -73.8 -32.3 รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด
D-Wave 2.9 4% -81% -18.4 -31.8 -5.4 รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด
QUBT 3.7 1,750% 9,364% -7.9 -1.6 17 รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด
Rigetti 4.4 132% 193% -14.7 -11.3 -15.3 รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด
Xanadu 2.8 49% 300% -20.6 -10.4 -12.2 รายได้ต่ำกว่าคาด กำไรดีกว่าคาด
Infleqtion 9.5 -12% 14% -30.3 -35.5 -6.0 รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด
Total 88 11% 166% -218 -164 -54  

 

การทำสัญญาและคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นรองรับการเติบโต

  • จากผลประกอบการใน 1Q26 เราเริ่มเห็นหลายบริษัทเริ่มมีการทำสัญญาและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องการเติบโตของรายได้ ตัวอย่างเช่น มูลค่ารวมของรายได้ที่กิจการคาดว่าจะได้รับในอนาคตจากสัญญาที่มีอยู่กับลูกค้า (Remaining Performance Obligation) ของ IonQ อยู่ที่ 470 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 27% จาก 4Q25 และเพิ่มขึ้น 554% จาก 1Q25 และ D-Wave มีคำสั่งซื้ออยู่ที่ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 149% จาก 4Q25 และเพิ่มขึ้น 20 เท่าจาก 1Q25
  • รายได้หลักมาจากภาครัฐ อวกาศและความมั่นคงเป็นหลัก ซึ่งทุกบริษัทพึ่งพา สำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหม (DARPA), กระทรวงพลังงานสหรัฐ (DOE), กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (DOD), NASA และรัฐบาลต่างประเทศในสัดส่วนสูง รวมถึงมหาวิทยาลัย Cambridge และ Florida Atlantic

 

ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตในปี 2026

  • IonQ ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2026 ขึ้นอีก 11% เนื่องจากความต้องการระบบควอนตัมและการวางเครือข่ายเติบโตโดดเด่น
  • Infleqtion ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้รวมทั้งปี 2026 ขึ้นเป็น ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ (จากเดิมที่ตั้งไว้ต่ำกว่านี้) โดยระบุว่าได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เร่งตัวขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า
  • ส่วน D-Wave, Quantum Computing, Rigetti, Xanadu ไม่มีการปรับประมาณการขึ้น

 

กระแสเงินสดดีและเงินสดอยู่ในระดับสูง พร้อมกับการลงทุนระยะยาว

ทุกบริษัทมีเสถียรภาพทางการเงินในระยะสั้นถึงกลางที่ดี มีเงินสดและเงินลงทุนอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้เป็นผลจากเงินที่เหลือจากการระดมทุนหรือการทำ IPO ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องการขาดสภาพคล่องไม่สูงในช่วงที่กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี Quantum และช่วยลดความเสี่ยงด้านการล้มละลายไปได้อีกระยะหนึ่ง เราประเมินถึงระยะเวลาที่ธุรกิจจะยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ด้วยเงินสดคงเหลือที่มีอยู่ ก่อนที่เงินจะหมดหากไม่มีรายได้เพิ่มหรือการระดมทุนใหม่เข้ามา ซึ่งในภาพรวมอยู่ที่ 1.8 ปี ซึ่งไม่สูงมากแต่ก็พอเพียงในการพัฒนาเทคโนโลยี Quantum

 

  Cash runway (Years)
Rigetti 1.1
IonQ 1.2
Infleqtion 1.7
Total 1.8
Xanadu 2.4
D-Wave 2.4
QUBT 2.9

 

มุมมองของผู้บริหารต่อภาพรวมอุตสาหกรรม

  • ผู้บริหารทุกบริษัทเห็นพ้องว่า อุตสาหกรรม Quantum ได้เข้าสู่ช่วงการหารายได้เชิงพาณิชย์ โดยเน้นไปที่ความคุ้มค่าและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้
  • ผู้บริหาร Infleqtion, IonQ, Rigetti, Xanadu เริ่มให้คำจัดกัดความของกลุ่ม Quantum ว่ามี market momentum ที่เร่งตัวขึ้น และมีภาคเอกชนและภาคธุรกิจเริ่มใช้มากขึ้น รวมถึงเป็นวาระแห่งชาติในการพัฒนา Quantum เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต เพราะธุรกิจและรัฐบาลไม่สามารถรอ 2–3 ปีแบบเดิมได้เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
  • ทุกบริษัทพูดตรงกันว่า Quantum จะทำงานร่วมกับ GPU, CPU, HPC ไม่ใช่มาแทนที่ เพราะการแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบ Quantum ต้องใช้ GPU จำนวนมาก

 

พัฒนาการของกลุ่มที่เห็นได้ชัดเจนใน 1Q26

  • ยุคแห่งสถาปัตยกรรม 100 คิวบิตขึ้นไป อุตสาหกรรมมีการเปิดตัวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น Rigetti ประกาศให้บริการทั่วไปสำหรับระบบ 108 คิวบิต (Cepheus-1-108Q) ผ่านระบบคลาวด์ และ IonQ ทำสัญญาระบบชิป 256 คิวบิต รุ่นที่ 6
  • เห็นการเปลี่ยนผ่านจากการวิจัยมาเป็นาการใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดย IonQ รายงานว่ามี 60% ของ รายได้มาจากลูกค้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บ่งชี้ว่าเทคโนโลยี quantum เริ่มเข้าสู่เชิงพาณิชย์มากขึ้น และ D-Wave เปิดเผยว่ามากกว่า 50% ของลูกค้าเป็นภาคธุรกิจ ในมุมของเทคโนโลยี Infleqtion ค่อย ๆ เพิ่มจำนวน qubits ที่มีการแก้ไขข้อผิดพลาดในตัวเพื่อให้ควอนตัมเริ่มแก้ปัญหาจริงในอุตสาหกรรมได้ และ Xanadu พยายามสร้างศูนย์ข้อมูลควอนตัมที่ใช้แสง (photons) เป็นหลัก ทำงานที่อุณหภูมิห้อง และมีโครงสร้างแบบ modular เชื่อมกันด้วยไฟเบอร์ เหมือน data center ปัจจุบัน แต่เป็นควอนตัม
  • ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีพัฒนา AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง โดย Nvidia Ising ใช้ Infleqtion ในส่วนของ Calibration (ช่วยปรับจูนและตั้งค่าระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์แบบอัตโนมัติ) และ Error decoding (ตัวตรวจจับเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยช่วยให้ระบบ Quantum ทำงานได้อย่างเสถียรและแม่นยำยิ่งขึ้น) นอกจากนั้น Xanadu ใช้ AMD GPU ทำ quantum‑inspired CFD หรืออัลกอริทึมทางฟิสิกส์ควอนตัมมาปรับใช้กับคอมพิวเตอร์ทั่วไป (20 qubit / 35m gate) เร็วขึ้น 25x เทียบกับ CPU
  • การควบรวมกิจการ เพื่อควบรวมห่วงโซ่อุปทาน เช่น D-Wave เข้าซื้อกิจการ Quantum Circuits เพื่อเข้าสู่เทคโนโลยี Gate-Model (ระบบประมวลผลที่ใช้การส่งข้อมูลผ่านลำดับเพื่อควบคุมสถานะของ Qubit) แข่งกับ IBM และ Google หลังจากที่ทำในสาย Quantum Annealing (เทคนิคการประมวลผลที่เป็นการตัดตัวเลือกเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดและใช้พลังงานต่ำที่สุด) มานาน และ IonQ ซื้อบริษัท SkyWater Technology ที่ทำผลิตแผ่นเวเฟอร์สำหรับ Quantum
  • รัฐบาลของหลายประเทศเริ่มเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจน เช่น รัฐบาลแคนาดาให้เงินทุนกับ Xanadu ประมาณ 390 ล้านดอลลาร์แคนาดา และรัฐบาลสหรัฐให้งบผ่าน DARPA, สำนักงานพัฒนาอวกาศ (SDA) และ สำนักงานป้องกันขีปนาวุธ (MDA) เพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานภายนอก ที่เด่นชัดสุดคือ กฎหมายและการบังคับใช้ Post-Quantum Cryptography ของรัฐบาลสหรัฐ โดยบังคับให้หน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนผ่านระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันโจมตีด้วยระบบ Quantumm ส่งผลให้งบจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีความปลอดภัยควอนตัมเพิ่มขึ้น ซึ่ง IonQ, Cloudflare, BTQ Technologies, และ Cisco กำลังแข่งขันกันในตลาด Quantum Cybersecurity

 

ปัจจัยที่ต้องติดตามในกลุ่ม Quantum Computing

  • กฎหมายด้านควอนตัมของสหรัฐ (National Quantum Initiative Act) ซึ่งรอการรับรองของสภา Congressional และเมื่อผ่านจะทำให้มีงบประมาณเข้าสู่อุตสาหกรรม Quantum ประมาณ $1 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เทียบกับปัจจุบันที่อยู่ที่เพียง 30% เท่านั้น
  • ในแผน 5 ปี (2026-2030) ของจีนมีการตั้งเป้าหมายการใช้งาน Quantum ในวงกว้างในปี 2030 ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันในการพัฒนาในเทคโนโลยีนี้มากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน

การพัฒนาของเทคโนโลยี

ในปี 2026

  • IonQ: ระบบ 256-qubit จะเสร็จช่วงปลาย 2Q26, ดีลควบรวม SkyWater เสร็จช่วง 2Q26-3Q26
  • D-Wave: ระบบ 17-qubit gate-model เริ่มดำเนินการ, ซึ่งคาดว่าจะขายได้ 2–3 ระบบปีนี้
  • Rigetti: Cepheus-1-108Q fidelity (ความแม่นยำหรือความเที่ยงตรงทางควอนตัม) ขึ้นจาก 99.1% เป็น 99.5% ภายในสิ้นปี 2026, ส่งมอบระบบให้กับ C-DAC (ศูนย์พัฒนาคอมพิวเตอร์ขั้นสูงของอินเดีย)ใน 4Q26
  • Infleqtion: ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 30 logical qubits ภายในปี 2026 (จาก 12 logical qubits ในปี 2025)
  • Xanadu: จะรู้ผลของ DARPA QBI Stage C ใร 4Q26 รวมถึงการสนับสนุนของรัฐบาลแคนาดา

ระยะกลาง 2027–2028:

  • IonQ: เปิดตัว Tempo 256-qubit เชิงพาณิชย์, รวมตัวกับ SkyWater เต็มรูปแบบ
  • D-Wave: พัฒนา 175 physical dual-rail qubits (เป้าหมายปี 2028)
  • Rigetti: ตั้งเป้า 1,000+ qubits (จะเริ่มใช้งานในอังกฤษ 3–4 ปี), การคัดเลือกของ DARPA Phase B
  • Xanadu: เริ่มใช้งาน Qubit factory เพื่อผลิตชิป Quantum, เน้นไปที่ระดับ Fault Tolerance คือระบบที่ทนต่อความผิดพลาดได้จริงในการใช้งาน (เป้าหมายปี 2028)
  • Infleqtion: ตั้งเป้า 100 logical qubits ในปี 2028 และจะเอาไปใช้เชิงพาณิชย์กับการออกแบบวัสดุใหม่ คำนวณปฏิกิริยาเคมีหรือจำลองปัญหาด้านสุขภาพและชีววิทยา

 

มุมมองของ INVX

  1. ผลประกอบการใน 1Q26 พิสูจน์ว่า Quantum computing กำลังเปลี่ยนจากภาคทฤษฎีมาเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้มากขึ้น แต่ความต่างระหว่างบริษัทในกลุ่มนั้นกว้างมาก ทั้งในแง่คุณภาพรายได้ ประวัติผลงานในอดีตและความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี การเลือกลงทุนต้องประเมินทั้งเทคโนโลยีและความน่าเชื่อถือและสถานะทางการเงินพร้อมกัน
  2. เราเห็นพัฒนาการเชิงบวกในกลุ่มนี้ โดย IonQ, Infleqtion, D‑Wave, Rigetti, Xanadu, QCi ต่างมีตัวเลข RPO, bookings, backlog, และการใชงานระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน 1Q26 แม้ว่าจะยังขาดทุนอยู่ก็ตาม
  3. ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คนที่จะชนะในเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใช้ในการสร้างคิวบิต จะตัดสินจาก 3 ปัจจัยได้แก่ fidelity (ความแม่นยำของคิวบิต), scale (การขยายขนาดได้จริง) และ speed (ความเร็วในการประมวลผล) ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน เช่น Rigetti เร็วที่สุด แต่ fidelity gap ยังเหลืออยู่, IonQ fidelity สูงสุด แต่ช้า, Infleqtion flexible ที่สุด แต่ยังขยายขนาดไม่ได้
  4. เราเริ่มเห็นโครงสร้างของห่วงโซ่คุณค่าของ Quantum Computing ชัดเจนขึ้น โดยมองว่า IonQ, Infleqtion, Rigetti เป็นระบบและแพลตฟอร์ม ส่วน D-Wave เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Quantum Annealing นอกจากนั้น Xanadu และ QCi เป็นผู้ทำ photonic & foundry/fab ขณะที่ ecosystem ยังมี Quantinuum, Honeywell, IBM, Google รว่มพัฒนาไปตลาดห่วงโซ่คุณค่า Quantum
  5. Quantum + AI กำลังสร้าง story การเติบโตใหม่ที่ตลาดยังให้ความสำคัญน้อย เรามองว่าเมื่อ Quantum จะทำให้มีการใช้ GPU, CPU, TPU มากขึ้น ก็จะเป็นการเล่นในธีมระหว่าง AI infra, semis ที่อาจจะเป็นคอขวดใหม่หากมีการใช้เยอะขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นหากโมเดล Ising ของ Nvidia สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีพัฒนาการในการแก้ไขข้อผิดพลาดได้ดีขึ้น 2-3x จะช่วยให้พัฒนาการของ Quantum เร่งตัวขึ้น
  6. Quantinuum IPO คือปัจจัยสนับสนุนในระยะสั้นของกลุ่ม Quantum Computing ซึ่งอาจจะส่งผลให้กลุ่มนี้ถูกปรับความคาดหวังในมุมของ Valuation มากยิ่งขึ้น

 

คำแนะนำนำการลงทุน

  • เรามองว่ากลุ่ม Quantum เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง มองว่าสัดส่วนรวมของกลุ่มในพอร์ตควรเป็นแบบเล็กแต่มีความหมาย ไม่ควรเกิน 5% ของการลงทุนทั้งหมด ความเสี่ยงและความผันผวนสูงมากและการเผาเงินยังมีให้เห็นต่อเนื่อง
  • เราแนะนำให้มองไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีของกลุ่ม Quantum เช่น logical qubits, gate fidelity, photonics yield, networked systems มากกว่ากำไรสุทธิรายไตรมาส
  • ปัญหาสำคัญในการลงทุนในกลุ่ม Quantum ทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสผันผวนสูง
    • ต้นทุน R&D สูงและการขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทุกบริษัทยังจำเป็นต้องลงทุน ทั้งการพัฒนาวัสดุ, ชิปเล็ต และการแก้ไขข้อผิดพลาดทำให้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น
    • รายได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งรายได้มักผูกติดกับการส่งมอบระบบเครื่องขนาดใหญ่เป็นรายครั้ง ทำให้ยอดรับรู้จะผันผวน ทำให้เกิดฐานที่สูงในบางช่วงเวลา
    • ดังนั้นควรใช้ Events อย่างผลประกอบการ การประกาศการทำสัญญา การสนับสนุนจากภาครัฐทั้งเงินทุนและกฎหมายเป็นจุดเพิ่ม/ลดน้ำหนัก
  • IonQ, Infleqtion เป็นการเล่นในมุมของ platform ที่มีทั้งระบบประมวลผล การเชื่อมต่อระบบ ระบบการตรวจวัด ระบบรักษาความปลอดภัย (computing + networking/sensing/security) ซึ่งเป็นทางเลือกที่หลากหลายที่สุดแต่ก็จะมี valuation สูงที่สุดเช่นกัน
  • Rigetti, D Wave เน้นการขายฮาร์ดแวร์และการใช้บริการคลาวด์ทางควอนตัมโดยตรงและเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเทคโนโลยี gate+annealing path ที่ชัดเจนแต่อาจจะมีผลต่อการประสบความสำเร็จในมุมเทคโนโลยีต่ำ
  • Xanadu, QCi คือ photonics/foundry + software/platform ซึ่งจะออกไปในแนว ASML + Nvidia แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ดังนั้น Upside จะอยู่ที่ตัวเลข yield/volume และการใช้งานของ PennyLane, Dirac, Fab2
  • IonQ มีรายได้ระดับ 10-50 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปและตั้งเป้าสู่รายได้พันล้านรายแรก และดูมีความชัดเจนที่สุดในเชิงพาณิชย์ ในขณะที่ Xanadu, Rigetti, และ D-Wave ยังคงมีรายได้หลักหน่วยล้านเหรีญสหรัฐ และต้องพึ่งพายอดจองค้างส่งเป็นตัวพิสูจน์การเติบโตในอนาคต
  • ในการลงทุนเรามองไปที่บริษัทที่มีงบดุลแข็งแรง ความชัดเจนที่สุดในเชิงพาณิชย์ และเป็นรูปแบบแพลตฟอร์ม (ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงเชิงระบบได้) เราคิดว่า IonQ และ Infleqtion เหมาะสมที่สุด
  • อาจจะพิจารณาระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า อย่าง IBM, Google, ASML, Keysight, Coherent ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน Quantum โดยที่มีความเสี่ยงโดยตรงน้อยกว่า หรืออาจจะจับคู่ Quantum กับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีใน GPU/EDA/advanced packaging ในพอร์ตปัจจุบันให้เกิดความสมดุลและคิดเสมือนว่าเป็น Next‑gen compute stack ที่มีส่วนผสมทั้ง GPU, quantum, photonics , memory
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5