สรุปสาระสำคัญ
กลุ่ม Quantum Computing ใน 1Q26 ส่งสัญญาณการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นของอุตสาหกรรมมากกว่าภาพของกำไรระยะสั้นและรายได้ส่วนใหญ่ค่อนข้างน้อยแต่มีการเติบโตสูง นอกจากนั้น ยอดคำสั่งซื้อและยอดจองเร่งตัวขึ้น และมีสภาพคล่องแข็งแรง และผู้บริหารทุกบริษัทพูดไปทางเดียวกันว่า Quantum กำลังเข้าสู่ช่วงที่ระบบและโครงสร้างพื้นฐานจะถูกเอามาใช้งานและติดตั้งในระดับเชิงพาณิชย์เร็วกว่าที่ตลาดเคยคิดไว้
สรุปผลประกอบการ 1Q26 - รายได้เติบโตดีกว่าที่คาดแต่ขาดทุกมากกว่าที่คาด
กลุ่ม Quantum Computing ทั้ง 6 บริษัท (IonQ, D-Wave, QUBT, Rigetti, Xanadu, Infleqtion) มีผลประกอบการที่อยู่ในภาพรายได้เติบโตสูงแต่ยังขาดทุน โดยรายได้ของทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 166% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและทุกบริษัทยกเว้น Xanadu มีรายได้สูงกว่าที่คาด ซึ่งสะท้อนภาพของความต้องการใช้ Quantum เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีทุกบริษัทยังขาดทุนทั้งหมดและขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 218 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นจากขาดทุน 164 ล้านเหรีญสหรัฐใน 4Q25 และขาดทุน 54 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นผลจากการลงทุนในงบวิจัยและพัฒนา แม้ว่าจะมีผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นแต่ในภาพรวมมีสถานะทางการเงินที่ดีอยู่และสามารถอยู่ได้ 1-2 ปีก่อนที่จะต้องระดมทุนใหม่ โดยทั้ง 6 บริษัทมีเงินสดอยู่รวม 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
| |
รายได้ |
ขาดทุน |
|
| |
1Q26 |
%QoQ |
%YoY |
1Q26 |
4Q25 |
1Q25 |
เทียบกับคาดการณ์ |
| IonQ |
64.7 |
5% |
751% |
-126.2 |
-73.8 |
-32.3 |
รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด |
| D-Wave |
2.9 |
4% |
-81% |
-18.4 |
-31.8 |
-5.4 |
รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด |
| QUBT |
3.7 |
1,750% |
9,364% |
-7.9 |
-1.6 |
17 |
รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด |
| Rigetti |
4.4 |
132% |
193% |
-14.7 |
-11.3 |
-15.3 |
รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด |
| Xanadu |
2.8 |
49% |
300% |
-20.6 |
-10.4 |
-12.2 |
รายได้ต่ำกว่าคาด กำไรดีกว่าคาด |
| Infleqtion |
9.5 |
-12% |
14% |
-30.3 |
-35.5 |
-6.0 |
รายได้ดีกว่าคาด กำไรต่ำกว่าคาด |
| Total |
88 |
11% |
166% |
-218 |
-164 |
-54 |
|
การทำสัญญาและคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นรองรับการเติบโต
- จากผลประกอบการใน 1Q26 เราเริ่มเห็นหลายบริษัทเริ่มมีการทำสัญญาและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องการเติบโตของรายได้ ตัวอย่างเช่น มูลค่ารวมของรายได้ที่กิจการคาดว่าจะได้รับในอนาคตจากสัญญาที่มีอยู่กับลูกค้า (Remaining Performance Obligation) ของ IonQ อยู่ที่ 470 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 27% จาก 4Q25 และเพิ่มขึ้น 554% จาก 1Q25 และ D-Wave มีคำสั่งซื้ออยู่ที่ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 149% จาก 4Q25 และเพิ่มขึ้น 20 เท่าจาก 1Q25
- รายได้หลักมาจากภาครัฐ อวกาศและความมั่นคงเป็นหลัก ซึ่งทุกบริษัทพึ่งพา สำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหม (DARPA), กระทรวงพลังงานสหรัฐ (DOE), กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (DOD), NASA และรัฐบาลต่างประเทศในสัดส่วนสูง รวมถึงมหาวิทยาลัย Cambridge และ Florida Atlantic
ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตในปี 2026
- IonQ ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2026 ขึ้นอีก 11% เนื่องจากความต้องการระบบควอนตัมและการวางเครือข่ายเติบโตโดดเด่น
- Infleqtion ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้รวมทั้งปี 2026 ขึ้นเป็น ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ (จากเดิมที่ตั้งไว้ต่ำกว่านี้) โดยระบุว่าได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เร่งตัวขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า
- ส่วน D-Wave, Quantum Computing, Rigetti, Xanadu ไม่มีการปรับประมาณการขึ้น
กระแสเงินสดดีและเงินสดอยู่ในระดับสูง พร้อมกับการลงทุนระยะยาว
ทุกบริษัทมีเสถียรภาพทางการเงินในระยะสั้นถึงกลางที่ดี มีเงินสดและเงินลงทุนอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้เป็นผลจากเงินที่เหลือจากการระดมทุนหรือการทำ IPO ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องการขาดสภาพคล่องไม่สูงในช่วงที่กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี Quantum และช่วยลดความเสี่ยงด้านการล้มละลายไปได้อีกระยะหนึ่ง เราประเมินถึงระยะเวลาที่ธุรกิจจะยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ด้วยเงินสดคงเหลือที่มีอยู่ ก่อนที่เงินจะหมดหากไม่มีรายได้เพิ่มหรือการระดมทุนใหม่เข้ามา ซึ่งในภาพรวมอยู่ที่ 1.8 ปี ซึ่งไม่สูงมากแต่ก็พอเพียงในการพัฒนาเทคโนโลยี Quantum
| |
Cash runway (Years) |
| Rigetti |
1.1 |
| IonQ |
1.2 |
| Infleqtion |
1.7 |
| Total |
1.8 |
| Xanadu |
2.4 |
| D-Wave |
2.4 |
| QUBT |
2.9 |
มุมมองของผู้บริหารต่อภาพรวมอุตสาหกรรม
- ผู้บริหารทุกบริษัทเห็นพ้องว่า อุตสาหกรรม Quantum ได้เข้าสู่ช่วงการหารายได้เชิงพาณิชย์ โดยเน้นไปที่ความคุ้มค่าและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้
- ผู้บริหาร Infleqtion, IonQ, Rigetti, Xanadu เริ่มให้คำจัดกัดความของกลุ่ม Quantum ว่ามี market momentum ที่เร่งตัวขึ้น และมีภาคเอกชนและภาคธุรกิจเริ่มใช้มากขึ้น รวมถึงเป็นวาระแห่งชาติในการพัฒนา Quantum เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต เพราะธุรกิจและรัฐบาลไม่สามารถรอ 2–3 ปีแบบเดิมได้เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
- ทุกบริษัทพูดตรงกันว่า Quantum จะทำงานร่วมกับ GPU, CPU, HPC ไม่ใช่มาแทนที่ เพราะการแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบ Quantum ต้องใช้ GPU จำนวนมาก
พัฒนาการของกลุ่มที่เห็นได้ชัดเจนใน 1Q26
- ยุคแห่งสถาปัตยกรรม 100 คิวบิตขึ้นไป อุตสาหกรรมมีการเปิดตัวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น Rigetti ประกาศให้บริการทั่วไปสำหรับระบบ 108 คิวบิต (Cepheus-1-108Q) ผ่านระบบคลาวด์ และ IonQ ทำสัญญาระบบชิป 256 คิวบิต รุ่นที่ 6
- เห็นการเปลี่ยนผ่านจากการวิจัยมาเป็นาการใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดย IonQ รายงานว่ามี 60% ของ รายได้มาจากลูกค้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บ่งชี้ว่าเทคโนโลยี quantum เริ่มเข้าสู่เชิงพาณิชย์มากขึ้น และ D-Wave เปิดเผยว่ามากกว่า 50% ของลูกค้าเป็นภาคธุรกิจ ในมุมของเทคโนโลยี Infleqtion ค่อย ๆ เพิ่มจำนวน qubits ที่มีการแก้ไขข้อผิดพลาดในตัวเพื่อให้ควอนตัมเริ่มแก้ปัญหาจริงในอุตสาหกรรมได้ และ Xanadu พยายามสร้างศูนย์ข้อมูลควอนตัมที่ใช้แสง (photons) เป็นหลัก ทำงานที่อุณหภูมิห้อง และมีโครงสร้างแบบ modular เชื่อมกันด้วยไฟเบอร์ เหมือน data center ปัจจุบัน แต่เป็นควอนตัม
- ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีพัฒนา AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง โดย Nvidia Ising ใช้ Infleqtion ในส่วนของ Calibration (ช่วยปรับจูนและตั้งค่าระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์แบบอัตโนมัติ) และ Error decoding (ตัวตรวจจับเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยช่วยให้ระบบ Quantum ทำงานได้อย่างเสถียรและแม่นยำยิ่งขึ้น) นอกจากนั้น Xanadu ใช้ AMD GPU ทำ quantum‑inspired CFD หรืออัลกอริทึมทางฟิสิกส์ควอนตัมมาปรับใช้กับคอมพิวเตอร์ทั่วไป (20 qubit / 35m gate) เร็วขึ้น 25x เทียบกับ CPU
- การควบรวมกิจการ เพื่อควบรวมห่วงโซ่อุปทาน เช่น D-Wave เข้าซื้อกิจการ Quantum Circuits เพื่อเข้าสู่เทคโนโลยี Gate-Model (ระบบประมวลผลที่ใช้การส่งข้อมูลผ่านลำดับเพื่อควบคุมสถานะของ Qubit) แข่งกับ IBM และ Google หลังจากที่ทำในสาย Quantum Annealing (เทคนิคการประมวลผลที่เป็นการตัดตัวเลือกเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดและใช้พลังงานต่ำที่สุด) มานาน และ IonQ ซื้อบริษัท SkyWater Technology ที่ทำผลิตแผ่นเวเฟอร์สำหรับ Quantum
- รัฐบาลของหลายประเทศเริ่มเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจน เช่น รัฐบาลแคนาดาให้เงินทุนกับ Xanadu ประมาณ 390 ล้านดอลลาร์แคนาดา และรัฐบาลสหรัฐให้งบผ่าน DARPA, สำนักงานพัฒนาอวกาศ (SDA) และ สำนักงานป้องกันขีปนาวุธ (MDA) เพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานภายนอก ที่เด่นชัดสุดคือ กฎหมายและการบังคับใช้ Post-Quantum Cryptography ของรัฐบาลสหรัฐ โดยบังคับให้หน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนผ่านระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันโจมตีด้วยระบบ Quantumm ส่งผลให้งบจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีความปลอดภัยควอนตัมเพิ่มขึ้น ซึ่ง IonQ, Cloudflare, BTQ Technologies, และ Cisco กำลังแข่งขันกันในตลาด Quantum Cybersecurity
ปัจจัยที่ต้องติดตามในกลุ่ม Quantum Computing
- กฎหมายด้านควอนตัมของสหรัฐ (National Quantum Initiative Act) ซึ่งรอการรับรองของสภา Congressional และเมื่อผ่านจะทำให้มีงบประมาณเข้าสู่อุตสาหกรรม Quantum ประมาณ $1 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เทียบกับปัจจุบันที่อยู่ที่เพียง 30% เท่านั้น
- ในแผน 5 ปี (2026-2030) ของจีนมีการตั้งเป้าหมายการใช้งาน Quantum ในวงกว้างในปี 2030 ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันในการพัฒนาในเทคโนโลยีนี้มากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน
การพัฒนาของเทคโนโลยี
ในปี 2026
- IonQ: ระบบ 256-qubit จะเสร็จช่วงปลาย 2Q26, ดีลควบรวม SkyWater เสร็จช่วง 2Q26-3Q26
- D-Wave: ระบบ 17-qubit gate-model เริ่มดำเนินการ, ซึ่งคาดว่าจะขายได้ 2–3 ระบบปีนี้
- Rigetti: Cepheus-1-108Q fidelity (ความแม่นยำหรือความเที่ยงตรงทางควอนตัม) ขึ้นจาก 99.1% เป็น 99.5% ภายในสิ้นปี 2026, ส่งมอบระบบให้กับ C-DAC (ศูนย์พัฒนาคอมพิวเตอร์ขั้นสูงของอินเดีย)ใน 4Q26
- Infleqtion: ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 30 logical qubits ภายในปี 2026 (จาก 12 logical qubits ในปี 2025)
- Xanadu: จะรู้ผลของ DARPA QBI Stage C ใร 4Q26 รวมถึงการสนับสนุนของรัฐบาลแคนาดา
ระยะกลาง 2027–2028:
- IonQ: เปิดตัว Tempo 256-qubit เชิงพาณิชย์, รวมตัวกับ SkyWater เต็มรูปแบบ
- D-Wave: พัฒนา 175 physical dual-rail qubits (เป้าหมายปี 2028)
- Rigetti: ตั้งเป้า 1,000+ qubits (จะเริ่มใช้งานในอังกฤษ 3–4 ปี), การคัดเลือกของ DARPA Phase B
- Xanadu: เริ่มใช้งาน Qubit factory เพื่อผลิตชิป Quantum, เน้นไปที่ระดับ Fault Tolerance คือระบบที่ทนต่อความผิดพลาดได้จริงในการใช้งาน (เป้าหมายปี 2028)
- Infleqtion: ตั้งเป้า 100 logical qubits ในปี 2028 และจะเอาไปใช้เชิงพาณิชย์กับการออกแบบวัสดุใหม่ คำนวณปฏิกิริยาเคมีหรือจำลองปัญหาด้านสุขภาพและชีววิทยา
มุมมองของ INVX
- ผลประกอบการใน 1Q26 พิสูจน์ว่า Quantum computing กำลังเปลี่ยนจากภาคทฤษฎีมาเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้มากขึ้น แต่ความต่างระหว่างบริษัทในกลุ่มนั้นกว้างมาก ทั้งในแง่คุณภาพรายได้ ประวัติผลงานในอดีตและความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี การเลือกลงทุนต้องประเมินทั้งเทคโนโลยีและความน่าเชื่อถือและสถานะทางการเงินพร้อมกัน
- เราเห็นพัฒนาการเชิงบวกในกลุ่มนี้ โดย IonQ, Infleqtion, D‑Wave, Rigetti, Xanadu, QCi ต่างมีตัวเลข RPO, bookings, backlog, และการใชงานระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน 1Q26 แม้ว่าจะยังขาดทุนอยู่ก็ตาม
- ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คนที่จะชนะในเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใช้ในการสร้างคิวบิต จะตัดสินจาก 3 ปัจจัยได้แก่ fidelity (ความแม่นยำของคิวบิต), scale (การขยายขนาดได้จริง) และ speed (ความเร็วในการประมวลผล) ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน เช่น Rigetti เร็วที่สุด แต่ fidelity gap ยังเหลืออยู่, IonQ fidelity สูงสุด แต่ช้า, Infleqtion flexible ที่สุด แต่ยังขยายขนาดไม่ได้
- เราเริ่มเห็นโครงสร้างของห่วงโซ่คุณค่าของ Quantum Computing ชัดเจนขึ้น โดยมองว่า IonQ, Infleqtion, Rigetti เป็นระบบและแพลตฟอร์ม ส่วน D-Wave เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Quantum Annealing นอกจากนั้น Xanadu และ QCi เป็นผู้ทำ photonic & foundry/fab ขณะที่ ecosystem ยังมี Quantinuum, Honeywell, IBM, Google รว่มพัฒนาไปตลาดห่วงโซ่คุณค่า Quantum
- Quantum + AI กำลังสร้าง story การเติบโตใหม่ที่ตลาดยังให้ความสำคัญน้อย เรามองว่าเมื่อ Quantum จะทำให้มีการใช้ GPU, CPU, TPU มากขึ้น ก็จะเป็นการเล่นในธีมระหว่าง AI infra, semis ที่อาจจะเป็นคอขวดใหม่หากมีการใช้เยอะขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นหากโมเดล Ising ของ Nvidia สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีพัฒนาการในการแก้ไขข้อผิดพลาดได้ดีขึ้น 2-3x จะช่วยให้พัฒนาการของ Quantum เร่งตัวขึ้น
- Quantinuum IPO คือปัจจัยสนับสนุนในระยะสั้นของกลุ่ม Quantum Computing ซึ่งอาจจะส่งผลให้กลุ่มนี้ถูกปรับความคาดหวังในมุมของ Valuation มากยิ่งขึ้น
คำแนะนำนำการลงทุน
- เรามองว่ากลุ่ม Quantum เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง มองว่าสัดส่วนรวมของกลุ่มในพอร์ตควรเป็นแบบเล็กแต่มีความหมาย ไม่ควรเกิน 5% ของการลงทุนทั้งหมด ความเสี่ยงและความผันผวนสูงมากและการเผาเงินยังมีให้เห็นต่อเนื่อง
- เราแนะนำให้มองไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีของกลุ่ม Quantum เช่น logical qubits, gate fidelity, photonics yield, networked systems มากกว่ากำไรสุทธิรายไตรมาส
- ปัญหาสำคัญในการลงทุนในกลุ่ม Quantum ทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสผันผวนสูง
- ต้นทุน R&D สูงและการขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทุกบริษัทยังจำเป็นต้องลงทุน ทั้งการพัฒนาวัสดุ, ชิปเล็ต และการแก้ไขข้อผิดพลาดทำให้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น
- รายได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งรายได้มักผูกติดกับการส่งมอบระบบเครื่องขนาดใหญ่เป็นรายครั้ง ทำให้ยอดรับรู้จะผันผวน ทำให้เกิดฐานที่สูงในบางช่วงเวลา
- ดังนั้นควรใช้ Events อย่างผลประกอบการ การประกาศการทำสัญญา การสนับสนุนจากภาครัฐทั้งเงินทุนและกฎหมายเป็นจุดเพิ่ม/ลดน้ำหนัก
- IonQ, Infleqtion เป็นการเล่นในมุมของ platform ที่มีทั้งระบบประมวลผล การเชื่อมต่อระบบ ระบบการตรวจวัด ระบบรักษาความปลอดภัย (computing + networking/sensing/security) ซึ่งเป็นทางเลือกที่หลากหลายที่สุดแต่ก็จะมี valuation สูงที่สุดเช่นกัน
- Rigetti, D Wave เน้นการขายฮาร์ดแวร์และการใช้บริการคลาวด์ทางควอนตัมโดยตรงและเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเทคโนโลยี gate+annealing path ที่ชัดเจนแต่อาจจะมีผลต่อการประสบความสำเร็จในมุมเทคโนโลยีต่ำ
- Xanadu, QCi คือ photonics/foundry + software/platform ซึ่งจะออกไปในแนว ASML + Nvidia แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ดังนั้น Upside จะอยู่ที่ตัวเลข yield/volume และการใช้งานของ PennyLane, Dirac, Fab2
- IonQ มีรายได้ระดับ 10-50 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปและตั้งเป้าสู่รายได้พันล้านรายแรก และดูมีความชัดเจนที่สุดในเชิงพาณิชย์ ในขณะที่ Xanadu, Rigetti, และ D-Wave ยังคงมีรายได้หลักหน่วยล้านเหรีญสหรัฐ และต้องพึ่งพายอดจองค้างส่งเป็นตัวพิสูจน์การเติบโตในอนาคต
- ในการลงทุนเรามองไปที่บริษัทที่มีงบดุลแข็งแรง ความชัดเจนที่สุดในเชิงพาณิชย์ และเป็นรูปแบบแพลตฟอร์ม (ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงเชิงระบบได้) เราคิดว่า IonQ และ Infleqtion เหมาะสมที่สุด
- อาจจะพิจารณาระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า อย่าง IBM, Google, ASML, Keysight, Coherent ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน Quantum โดยที่มีความเสี่ยงโดยตรงน้อยกว่า หรืออาจจะจับคู่ Quantum กับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีใน GPU/EDA/advanced packaging ในพอร์ตปัจจุบันให้เกิดความสมดุลและคิดเสมือนว่าเป็น Next‑gen compute stack ที่มีส่วนผสมทั้ง GPU, quantum, photonics , memory